บันทึกหน้า4

ทั่วไทยยังฉ่ำฝนต่อเนื่องตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายพื้นที่ก็เกิดอาการ น้ำท่วมขังและน้ำรอระบาย ถึงขนาด “โรงเรียนสตรีวิทยา 2” ต้องประกาศหยุดเรียนกันเลยทีเดียว จากที่เจอฝนเทในช่วงค่ำวันที่ 17 พ.ค. แบบว่าเปิดเทอมเต็มรูปแบบวันเดียวก็ต้องมาปิดกัน 1 วันเพราะสาเหตุน้ำเสียแล้ว ...๐

งานนี้ ตำบลกระสุนตกจึงพุ่งไปที่ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครฯ ผู้ว่าฯ กทม.อย่างหลีกไม่พ้น กันเลยทีเดียวเชียว โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ แต่เจ้าตัวก็รู้จักพลิกวิกฤตเป็นโอกาสชี้แจงทันทีว่า กทม.มีจุดน้ำท่วมซ้ำซากอยู่ทั้งหมด 24 จุด ตอนเป็นผู้ว่าฯ แก้ปัญหาไปแล้ว 15 จุด ตอนนี้เหลือเพียง 9 จุดเท่านั้น จึงหวังว่าจะมาสานต่อในจุดที่เหลือ พร้อมระบุอีกว่า เมื่อค่ำวันที่ 17 พ.ค. ฝนตกหนักมากถึง 132 มิลลิเมตร ถ้าเป็นอดีตน้ำท่วมหนักแน่นอน แต่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ระบายได้ใน 1 ชั่วโมง ...๐

ก็ไม่รู้ว่าการชี้แจงแถลงไขกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง จะทำให้ผู้มีสิทธิ์มีเสียงคิดอย่างไรในวันอาทิตย์ที่  22 พ.ค.นี้ แต่ที่ นอนมายิ่งกว่าแช่แป้งคือ กรณีการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง “กกต.” ภายใต้การนำของ “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต. เพราะเกิดเหตุซ้ำซาก อีกแล้ว เมื่อศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโดยให้ กกต.รับ “ไกรเดช​ บุนนาค” เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 19 หลังจากที่ถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ไฮไลท์บันเทิง ซึ่งถือเป็นกรณีที่สอง เพราะก่อนหน้านี้ศาลก็มีคำสั่งให้รับ “พีรพล กนกวลัย” จากพรรคก้าวไกล เป็นผู้สมัคร ส.ก.เขตพญาไท มาแล้วรอบหนึ่ง ...๐

ที่น่าสนใจนอกจากการทำหน้าที่ของ กกต.แล้ว คือ เรื่องของขอบเขตอำนาจศาลก็ควรนำมาพิจารณาให้สะเด็ดน้ำกันอีกวาระหนึ่ง เพราะไม่เช่นนั้นในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้าก็ตามที ได้เกิดปัญหาตามมาอีกพะเรอเกวียนแน่ หากใครถูกตัดสิทธิ์แล้วไปยื่นศาลปกครองเหมือน 2 กรณีดังกล่าวข้างต้น ...๐

หันมาเรื่องพ่อเมืองกรุงอีกระลอก วันอาทิตย์นี้รักใครชอบใครก็ไปเลือกได้ตามอารมณ์ เพียงอยากบอกว่า ควรดูในเรื่องนโยบายและการบริหารเป็นหลักมากกว่าในเรื่องทางการเมือง ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมว่า “ผู้ว่าฯ กทม.” นั้นไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่จะมีอำนาจล้นฟ้าแต่อย่างใด เพราะแม้จะเป็นเขตปกครองพิเศษ แต่ก็อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลในการกำกับดูแลอยู่ดี บางนโยบายขายฝันเช่น การยกเลิกสัมปทานรถไฟฟ้าเอย การลดค่าโดยสารเหลือเท่านั้นเท่านี้เอยนั้น ไม่ใช่อำนาจของผู้ว่าฯ กทม.แต่ประการใดนะพ่อคุณ ...๐

งานนี้เลยต้องบอกว่าฟังหูไว้หูโดยเฉพาะในช่วงนี้ที่โลกออนไลน์ต่างมีการเสนอแนะแนวทางเลือก และเชียร์บรรดาผู้สมัครกันอย่างเมามัน แต่ที่น่าสนใจคือ ข้อเสนอของ “เทพไท เสนพงศ์” อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่บอกไว้ให้คิดว่า ควรเลือกบรรดาผู้สมัครที่มีสังกัดพรรค เพราะหากในอนาคตเกิดความฉิบหายขึ้นมาก็จะได้ไล่เบี้ยกับพรรคและต้นสังกัดได้ แต่หากเป็นบรรดาผู้สมัครอิสระแล้วละก็ระวังจะเกิดอาการหายต่อมหรือหนีหายตามตัวไม่เจอก็เป็นได้ ซึ่งน่าคิดอย่างยิ่ง ...๐

หันมาเรื่องเศรษฐกิจกันบ้าง เมื่อล่าสุด “สุวรรณี เจษฎาศักดิ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลง ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์ไทยในไตรมาสแรก ว่ามีอัตราการขยายตัวของสินเชื่อที่ 6.9% ที่สำคัญมีกำไรเพิ่มถึง 4.94 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน 11.8% ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเรียกได้ว่าเป็นธุรกิจเดียวในยุคโควิด-19 ที่โจมตีประชากรโลก แต่ยังเป็นเสือนอนกินได้อย่างสบายใจเฉิบ เพราะมีส่วนต่างจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากแบบสูงลิบลิ่ว ที่สำคัญ ในช่วงโควิดอาละวาดหนักบรรดาธนาคารพาณิชย์ก็แทบจะไม่ได้ขยับหรือลงมาช่วยอะไรเลย แม้จะมีการยืดหนี้ออกไป แต่ดอกเบี้ยก็ยังเก็บเต็มเม็ดเต็มหน่วย จึงไม่น่าแปลกที่ธุรกิจจะทำกำไรมหาศาล ...๐

ขณะเดียวกัน ไทยยังมีผู้ว่าการแบงก์ชาติที่คนไทยแทบไม่รู้จักชื่อและรู้จักหน้าอย่าง “เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ” ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในแวดวงสังคมไทยแบบไม่เคยเกิดขึ้นเลย ที่คนจะไม่คุ้นชื่อและหน้าตาของผู้ว่าการแบงก์ชาติ ทั้งที่ภาวะวิกฤตโควิด-19 นั้นมันพันทั้งปัญหาปากท้อง ปัญหาการเงิน ซึ่งในอดีตแบงก์ชาติต้องเข้ามาข้องมาช่วยไม่มากก็น้อย แต่ปัจจุบันกลับการเป็นหน่วยงานลอยตัวเป็นเอกเทศ ซ้ำร้ายรัฐบาลก็ดันไม่เรียกใช้เรียกหาอีก งานนี้เราจึงได้เห็นระบบธนาคารพาณิชย์ที่รวยเอาๆ ยิ่งกว่าความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนเสียอีก ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว