จีนบอกว่าสหรัฐฯ กำลังสร้าง “NATO ในเอเชีย” เพื่อสกัดจีน...ถือว่าเป็นการพยายามปิดล้อมจีนอย่างไม่เป็นธรรม
พอเกิดสงครามในยูเครน ปักกิ่งก็ออกมาวิเคราะห์ว่าโศกนาฏกรรมแบบเดียวกันนี้อาจจะเกิดในเอเชียได้เช่นกัน
มีการอ้างถึงสารคดี “When Titans Clash” (เมื่อยักษ์ปะทะกัน) เพื่อนำมาพิจารณาคำเตือนและข้อกังวลของปักกิ่ง และความเป็นไปได้ของสงครามในอนาคต
มีการนำเสนอคลิปวิดีโอของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่แสดงถึงนาวิกโยธินจากอินโดนีเซียและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน
โยงไปเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วที่เห็นเรือพิฆาตอังกฤษลำหนึ่งเข้าสู่น่านน้ำทะเลดำที่รัสเซียอ้างสิทธิ์นับตั้งแต่ผนวกไครเมียในปี 2014
วันต่อมาเรือรบเข้าร่วมการซ้อมรบทางเรือขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับ 32 ประเทศ และนำโดยสหรัฐอเมริกาและยูเครน
สะท้อนถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของรัสเซียต่อการขยายอิทธิพลของ NATO ในยุโรป
แนวทางที่จีนกำลังบอกกล่าวกับประชาคมโลกคือการชี้ให้เห็นว่า อเมริกาต้องการจะสร้าง NATO ในเอเชีย ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในลักษะที่ละม้ายกับที่เกิดขึ้นในยูเครน
หวาง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนพูดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า
สหรัฐฯ กำลังเป็นหัวหอกของระบบอำนาจนิยม โดยมีเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายสถาปัตยกรรมความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เน้นอาเซียนเป็นศูนย์กลาง
รัฐมนตรีคนสำคัญของจีนคนนี้บอกว่า
“การกระทำที่ผิดวิสัยขัดกับความปรารถนาร่วมกันของภูมิภาคเพื่อสันติภาพ การพัฒนา ความร่วมมือ และผลลัพธ์ที่ได้ทั้ง 2 ฝ่าย พวกเขาถึงวาระที่จะล้มเหลว”
แรงผลักดันสำคัญของกลยุทธ์ใหม่ของสหรัฐฯ ได้แก่ “อินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง”
หรือ A Free and Open Indo-Pacific Region
นั่นหมายถึงการดึงอินเดียมาเป็นพวกของฝ่ายตะวันตก
และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ “จตุภาคี” หรือ Quad อันหมายถึงสหรัฐฯ, อินเดีย, ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
อีกทั้งยังเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องปรามกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้
สำทับด้วยการขยายการแสดงตนของหน่วยยามฝั่งสหรัฐ มีส่วนสนับสนุนอาเซียน และปิดช่องว่างโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาค
ในส่วนที่เกี่ยวกับจีน สหรัฐฯ ระบุไว้ในเอกสารกลยุทธ์เกี่ยวกับ "พฤติกรรมที่เป็นอันตราย" ของปักกิ่ง
วอชิงตันกล่าวหาว่าจีนบีบบังคับ การรุกราน และการบ่อนทำลายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ
หวาง อี้ บอกว่า “สหรัฐฯ แสดงความปรารถนาที่จะพัฒนาความร่วมมือในระดับภูมิภาค แต่ในความเป็นจริง เป็นการยั่วยุให้เกิดการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์”
โดยอ้างถึงการเคลื่อนไหวอย่างเช่น Quad และ Aukus หรืออเมริกากับสหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย
รวมไปถึงการทำข้อตกลงด้านการทหารแบบทวิภาคีกับอีกหลายประเทศในย่านนี้
จีนถือว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับภูมิภาคนี้ แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ชั่วร้ายเพื่อทำลายสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค”
ในความเห็นของนักวิเคราะห์ที่เป็นอดีตนักการทูตคนดังของสิงคโปร์ Kishore Mahbubani นั้น สิ่งหนึ่งที่ "ชัดเจนมาก" คือ "การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล…ระหว่างสหรัฐฯ และจีน"
เขาบอกว่า “เมื่อใดก็ตามที่มีการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่เกิดขึ้น ให้ระวัง เพราะมีอันตรายที่จะเกิดสงครามอย่างแน่นอน”
มาพร้อมกับคำเตือนว่า ทุกฝ่ายต้องระมัดระวังและทำงานหนักเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามก่อนที่มันจะระเบิด
“อีกทั้งประเทศต่างๆ ต้องไม่เอาหัวลงมุดทรายเหมือนนกกระจอกเทศ แล้วพูดว่า เฮ้ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพราะความจริงคือมันไม่ใช่เช่นนั้น
แต่หากมองจากออสเตรเลีย ภัยพิบัตินั้นมาจากจีนต่างหาก
หัวหน้าหน่วยข่าวกรองระดับสูงคนหนึ่งของออสเตรเลียเตือนว่า จีนตั้งใจที่จะสร้าง "ความโดดเด่นระดับโลก"
และเมื่อปักกิ่งกับมอสโกจับมือกัน ก็จะเกิดภาวะทางยุทธศาสตร์ที่ "น่าหนักใจ"
เพราะความร่วมมือระหว่างจีนกับรัสเซีย “จะก่อให้เกิดภัยคุกคามครั้งใหม่ต่อระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีนิยม”
ผู้นำออสเตรเลียพูดถึง “ฉากทัศน์” ของระเบียบโลกใหม่ที่อาจจะเป็นไปได้ว่า
“เราต้องระวังระบอบเผด็จการใหม่ที่สอดคล้องตามสัญชาตญาณเพื่อท้าทายและรีเซตระเบียบโลกในภาพลักษณ์ของพวกเขาเอง”
ผู้นำออสเตรเลียเปิดเผยแผนการที่จะสร้างฐานทัพเรือดำน้ำบนชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เพื่อรองรับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต
โดยใช้งบประมาณกว่า 10 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 340,000 ล้านบาท
นั่นคือสิ่งที่จีนมองแล้วเห็นว่า สหรัฐฯ กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางทหารใหม่ที่เดินตามแนวของ NATO ในภูมิภาคนี้
และเมื่อจีนวาดภาพให้เห็นว่านี่คือ NATO เวอร์ชั่นเอเชีย ก็ทำให้หลายประเทศในเอเชีย (รวมทั้งในอาเซียน) เริ่มจะหวาดหวั่นว่าวิกฤตในยุโรปกำลังจะมีการฉายซ้ำในเอเชียในเร็ววันนี้หรือไม่
แต่ก็ต้องไม่มองข้ามยุทธศาสตร์ทางทหารของจีนที่ได้รับการปรับปรุงตลอดเวลา เพื่อระดมพันธมิตรในเอเชียเพื่อต้านการขยายวงของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้
นั่นย่อมหมายถึงการเผชิญหน้ารอบใหม่ระหว่างยักษ์ใหญ่ในเอเชียที่คนไทยต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ยึดข้อมูลมิใช่อารมณ์หรือกระแสชาตินิยมหรือวาทกรรมด้านใดด้านหนึ่งเป็นหลัก
เพราะภายใต้ “ระเบียบโลกใหม่” ที่กำลังปรากฏให้เห็นนั้น ประเทศเล็กๆ จะอยู่ยากขึ้นทุกที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


