ใครคือสาเหตุของการทำให้โลกต้องเผชิญกับ “วิกฤตอาหาร” วันนี้?
อเมริกาโทษรัสเซียที่เปิดศึกยูเครน
รัสเซียอัดกลับว่าเป็นความผิดของอเมริกาเอง เพราะไปหนุนหลังยูเครนให้สู้รัสเซีย
อีกด้านหนึ่งจีนกับอเมริกาก็ชี้นิ้วกล่าวโทษกันและกัน
สื่อของทางการจีน The China Daily กล่าวหารัฐบาลกรุงวอชิงตันว่า ราคาอาหารโลกได้ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะการส่งออกธัญพืชของรัสเซียและยูเครนต้องเผชิญกับภาวะชะงักงัน
สาเหตุสำคัญเพราะสงครามทำให้เกิดอุปสรรคในการขนส่งที่ท่าเรือต่างๆ
และเพราะโลกตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียหลายระลอก
แต่สหรัฐฯ แย้งว่าจีนคือผู้กักตุนอาหารรายใหญ่ ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน
ประธานาธิบดีจีนสี จิ้นผิง ได้ย้ำเตือนว่าความมั่นคงทางอาหารคือความกังวลที่สุดของรัฐบาลจีน
เร่งเร้าให้เกษตรกรจีนเพิ่มปริมาณผลผลิตเพื่อรับประกันว่าประเทศจีน ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกจะสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตในครั้งนี้
อเมริกันอ้างว่าความจริงจีนกับสหรัฐฯ สามารถร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงด้านอาหารโลก แต่วอชิงตันอ้างว่าจีนอาจกำลังกักตุนอาหารในประเทศ
อีกทั้งยังเดินหน้าเร่งรับซื้อธัญพืชในตลาดโลก ในขณะที่ปักกิ่งควรจะพยายามช่วยเหลือประเทศที่กำลังเดือดร้อนมากกว่า
จีนโต้สหรัฐฯ ว่าการกล่าวหาเช่นนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล และเป็นวิธีคิดบนพื้นฐานของอคติต่อจีน
สื่อของทางการจีน Global Times ย้ำว่าทุกวันนี้จีนผลิตธัญพืชป้อนความต้องการในประเทศมากกว่า 95%
จึงไม่มีความจำเป็นเลยที่จีนต้อง 'กักตุนธัญพืช' ในตลาดโลก" และชี้นิ้วกลับมาที่สหรัฐฯ ว่าเป็น “ตัวการใหญ่เบื้องหลังวิกฤติอาหารโลกในปัจจุบัน”
จีนยืนยันว่าปักกิ่งต่างหากที่พยายามช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหาร
ถามว่ามาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกหลายชุดที่มีจุดประสงค์เพื่อลงโทษรัสเซีย เป็นสาเหตุของวิกฤตอาหารโลกวันนี้หรือไม่
ธนาคารโลกชี้ว่า ณ วันที่ 1 มิถุนายน ราคาข้าวสาลีและข้าวโพดในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 60% และ 42% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับราคาในเดือนมกราคมปีที่แล้ว
พอเกิดสงครามยูเครนเท่านั้น ทั้งโลกก็กังวลเรื่องอาหาร เพราะรัสเซียและยูเครนเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญป้อนทั้งโลก
ยูเครนได้ชื่อว่าเป็น bread basket หรือ “ตะกร้าขนมปัง” ของยุโรปตะวันตกเลยทีเดียว
เพราะขนมปังส่วนใหญ่ของยุโรปใช้ข้าวสาลีและธัญพืชจากยูเครน
รัสเซียและยูเครนเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก
แต่ปริมาณการส่งออกข้าวสาลี ข้าวโพด และน้ำมันทานตะวัน ต่างลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังรัสเซียส่งทหารเข้าบุกยูเครน
ประเทศในแอฟริกาต้องพึ่งพาธัญพืชจากรัสเซียและยูเครนอย่างมากในการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ซึ่งผู้นำประเทศในแอฟริกาบางประเทศได้ตำหนิมาตรการลงโทษของชาติตะวันตกว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤตอาหารที่เกิดขึ้น
ประธานาธิบดียูกานดา โยเวรี มูเซเวนี บอกว่า "สงครามในยูเครนและมาตรการลงโทษของชาติตะวันตกคือสาเหตุของปัญหาขาดแคลนข้าวสาลี"
ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ซีริล รามาโฟซา ย้ำว่า "แม้แต่ประเทศที่อยู่วงนอก หรือไม่มีส่วนร่วมในความขัดแย้งนี้ก็ยังต้องได้รับผลกระทบจากมาตรการลงโทษที่ตะวันตกนำมาใช้กับรัสเซีย"
ประธานสหภาพแอฟริกา แม็กกี ซอลล์ ไปพบประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน สัปดาห์ก่อนระบุว่า ผู้นำรัสเซียพร้อมและต้องการจะเปิดทางให้มีการขนส่งธัญพืชออกจากยูเครน แต่ติดที่มาตรการลงโทษจากชาติตะวันตก
ผู้นำแอฟริกาคนนี้จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ยกเลิกมาตรการลงโทษในส่วนของข้าวสาลีและปุ๋ยต่างๆ"
แต่ทางนักการทูตของสหรัฐฯ แย้งว่า การพูดถึงมาตรการลงโทษต่อรัสเซียว่าส่งผลกระทบต่อตลาดอาหารโลกนั้นยังมีความเข้าใจผิดอยู่มาก
เพราะในความเป็นจริง สหรัฐฯ มิได้ลงโทษการผลิตและส่งออกอาหารและปุ๋ยของรัสเซีย แต่รัสเซียเองที่ขัดขวางเส้นทางการขนส่งอาหารจากยูเครนและรัสเซียลงไปประเทศทางใต้ของแผนที่โลก
วอชิงตันอ้างว่าอเมริกาและสหภาพยุโรปพยายามที่จะอำนวยความสะดวกในการส่งออกอาหารจากยูเครนให้ได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ยูเครนส่งออกก่อนสงคราม
แต่เพราะรัสเซียได้ยึดครองหรือทำลายแหล่งผลิตธัญพืชของยูเครนไปราว 30% ซึ่งรวมถึงการโจมตีใส่โรงงานแปรรูปและโกดังเก็บธัญพืชขนาดใหญ่หลายแห่ง
คารี ฟาวเลอร์ ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ว่าด้วยความมั่นคงด้านอาหารโลกยืนยันว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยูเครนกำลังผลักดันให้ประชากรโลกราว 40 ล้านคน ต้องเข้าสู่กลุ่มที่ไม่มีความมั่นคงด้านอาหาร
โดยยืนยันว่าที่ผ่านมายูเครนผลิตอาหารป้อนประชากรโลกราว 400 ล้านคน
แต่วันนี้มีธัญพืชปริมาณมากที่ยังคงค้างอยู่ตามโกดังต่างๆ ในยูเครน เพราะไม่สามารถออกจากท่าเรือที่ถูกกองทัพรัสเซียปิดทางหรือขัดขวางอยู่ได้
เดือนก่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน ประกาศเพิ่มเงินช่วยเหลือด้านอาหารให้แก่ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในแอฟริกา
รวมทั้งเพิ่มกำลังการผลิตปุ๋ยในประเทศเพื่อชดเชยส่วนที่หายไปของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดในโลก
กระทรวงการต่างประเทศจีนเปิดเผยว่า ได้ให้เงินบริจาค 130 ล้านดอลลาร์ แก่องค์การอาหารและการเกษตรของสหประชาชาติ หรือ FAO ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตามรายงานของ Global Times
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเกษตรของจีน ยืนยันว่า จีนคือผู้บริจาครายใหญ่ให้แก่กองทุนระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาทางการเกษตร หรือ IFAD ซึ่งช่วยสนับสนุนด้านการเงินแก่โครงการด้านการเกษตรในแอฟริกาหลายโครงการ
ผมฟังทุกๆ ฝ่ายที่โยนความผิดไปมาก็สรุปได้เพียงว่า ตราบที่สงครามยังไม่คลี่คลาย, ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบกับ “หายนะปากท้อง” ของผู้คนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับสงครามนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้แน่นอน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


