www.thaipost.net ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ปัญหาปากท้อง ข้าวของราคาแพง ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ ค่าไฟ ค่าน้ำ จ่อทยอยปรับราคาอีก ความพยายามรีดเก็บภาษีผู้ซื้อขายหุ้น สะท้อนให้เห็นภาวะเศรษฐกิจคงคลังไม่สู้ดีนัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ที่ถูกตั้งคำถามถึงความสามารถในการแก้ปัญหา ผู้คนกำลังเผชิญภาวะ เศรษฐกิจกันทุกระดับชั้น แม้ล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุ พล.อ.ประยุทธ์สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกระจายรายได้สู่ประชาชน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ทั่วถึงเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG ให้ครอบคลุม 7,435 ตำบล ทั่วประเทศ แม้เป็นสิ่งที่ดี แต่คำถามตามมา จะช่วยกระตุ้นทำให้ระบบเศรษฐกิจกระเตื้องได้มากน้อยเพียงใด
พรรคร่วมฝ่ายค้าน 7 พรรค นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 11 คน ไปแล้ว เกิดกระแสดรามาเล็กๆ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ถูกเพิ่มชื่อมาในนาทีสุดท้าย ออกมาโวยวาย แต่คงไม่ทำให้การอภิปรายต้องสะดุด ทว่าสิ่งที่น่าหนักใจของเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ใช่ญัตติที่ยื่นไป แต่เป็นเรื่องหลังอภิปรายจบลง ต้องให้ ส.ส.โหวตไม่ไว้วางใจ คะแนนจากเดิมที่ฝ่ายค้านมีทั้งสิ้น 208 เสียง แต่ช่วง พ.ร.บ.งบประมาณ ได้คะแนนเพียง 194 มีงูเห่าโผล่มาเพียบ คะแนนโค่นล้มรัฐมนตรีได้ต้องเกิน 240 เสียง การต้องหามาเพิ่มกว่า 40 เสียง ถือเป็นงานยาก ระยะหลัง แกนนำฝ่ายค้านเลยเริ่มถอดใจ บอกมือในสภาคงล้มไม่ได้ ค่อยให้ประชาชนตัดสินช่วงเลือกตั้ง
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลทั้ง 11 คน คาดว่าน่าจะเกิดในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม ฝ่ายค้านเตรียมจัดขุนพลอภิปราย พร้อมกับขู่เป็นระยะๆ มีข้อมูลเด็ด ใบเสร็จเตรียมน็อกรัฐมนตรีบางคน พร้อมกับมั่นใจว่าพรรคเศรษฐกิจไทย พรรคการเมืองขนาดเล็ก อาจมาเป็นพันธมิตรเฉพาะกิจให้ด้วย ในส่วนของรัฐบาลก็เตรียมความพร้อมเช่นกัน นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) บอกว่า 'พรรคพลังประชารัฐได้ตั้งทีม ส.ส.รับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจไว้ 11 คน ชื่อว่าทีมปราบมาร เพื่อดำเนินการให้การอภิปรายเป็นไปตามญัตติ และข้อบังคับการประชุม' คงต้องจับตาดูกันไป ทีมปราบมารนี้จะกำราบฝ่ายค้านที่เล่นนอกเกม สมกับราคาคุยไว้หรือไม่
อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้ เรื่องปัญหาราคาน้ำมันแพง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เป็นลูกโซ่ รถบริการสาธารณะในจังหวัดต่างๆ เตรียมหยุดให้บริการ ส่วนผู้ใช้รถกุมขมับราคาน้ำมันใกล้จะแตะลิตรละ 50 บาทแล้ว แว่วว่าราคาสินค้าหลายชนิดเตรียมอ้างเหตุค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ปรับเพิ่มราคาสินค้าไปอีก นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีต รมว.คลัง ให้ความเห็นไว้น่าสนใจ 'กรณีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน ไปเจรจา ขอนำกำไรโรงกลั่น 8 พันล้านต่อเดือน เริ่มต้นเดือน ก.ค. ไปอุดหนุนให้กองทุนน้ำมันนั้น เป็นเพียงข้อตกลงปากเปล่า ดังนั้น ต้องออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อเป็นหลักประกัน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาว่าไม่ตอบโจทย์ หากปัญหาน้ำมันยืดเยื้อเกิน 3 เดือน ถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป หรือจะกลับไปเจรจาต่อกับโรงกลั่นน้ำมันอีกครั้ง'.
ม้าไม้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน


