ขันติธรรมกับความสงบ-สะอาด-สว่าง

ความป่วยไข้ ...ดูจะมีส่วนช่วยให้ อารมณ์ ประเภท อยากด่า หรือ อยากแง็บ-อยากงับ ผู้อื่น ค่อนข้างจะหายเกลี้ยง แบบแทบไม่เหลือติดปลายนวมเอาไว้เลย แม้ว่า ความรู้สึก แบบเปรี้ยวมือ-เปรี้ยวไม้ จะยังคงหลงเหลืออยู่มั่ง หรือยังคงก่อให้เกิดอาการ วิบๆ ไหวๆ วูบๆ วาบๆ ในแต่ละช่วง แต่ละระยะ...

แต่ครั้นพอได้เกิดฉุกคิดขึ้นมาว่า...ไม่ว่าประเภทเปรี้ยวๆ หรือหวานๆ เพียงใดก็ตาม สุดท้ายแล้ว...มีแต่ต้องหายโหง ตายห่า ต้องเด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปตามกำหนดการ หรือก่อน หรือหลังกำหนดการก็แล้วแต่ การคิดจะไปออกแรงฮึด ออกเรี่ยว ออกแรง ในการด่า การงับ การแง็บใครต่อใคร หรือไม่ว่าฝ่ายใด ประเภทใด เสื้อสีอะไรต่อมิอะไรก็ตามที

มันออกจะเป็นเรื่องที่เสียเวล่ำ-เวลา เสียแรงอก แรงฮึดโดยใช่เหตุ สู้หันมาหาทางลด-ละ-เลิก ความรู้สึก หรือ ปฏิกิริยา ต่อบรรดาความเปรี้ยว ความหวาน อันเนื่องมาจากกระบวนการ ปรุงแต่ง ภายใต้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทั้ง 6 ภายในตัวตนของตัวเอง กลับพอได้ช่วยให้เกิดความรู้สึกอันเป็นที่พึงปรารถนาสำหรับความป่วย-ความไข้ นั่นคือ...ความสงบ หรือกระทั่งความสะอาด สว่าง ขึ้นมาได้มั่งไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตามที...

อันนี้นี่เอง...ที่มันอาจกลายเป็นอุปสรรค ชะงักงัน ต่อการต้องทำหน้าที่ขีดๆ-เขียนๆ การแสดงความคิด-ความเห็นในเรื่องการบ้าน-การเมือง ในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ ที่เคยประพฤติ-ปฏิบัติมาเป็นปีๆ หรือเกือบ 40-50 ปีมาโดยตลอด หรือทำให้สิ่งที่เคยเป็นเสมือน แรงกระตุ้น หรือ แรงบันดาลใจ ในการ ออกอาวุธ ในแต่ละชนิด แต่ละดอก มันอาจลดหายคลายจางลงไปไม่มากก็น้อยอย่างมิอาจปฏิเสธ แต่ครั้นเมื่อคิดถึงการที่เคยต้องทำสิ่งเหล่านี้มาตลอดเกือบ 4-5 ทศวรรษเข้าไปแล้ว การได้มีโอกาสลด-ละ-เลิก หรือพักๆ การทำ หน้าที่ เหล่านี้ลงไปบ้าง ก็ดูจะเหมาะสม สอดคล้อง กับ วัยและสังขาร ตลอดไปจนถึง วุฒิภาวะ ของตัวเอง ที่ต้องหมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ต้องก่อเกิด เจริญเติบโต หรือ พัฒนา ไปตามสภาพ...

อีกอย่างก็คือ... ความสงบ ที่อาจเป็นตัวช่วยดลบันดาลให้เกิด ความสะอาด หรือ ความสว่าง ตามมาอีกด้วยก็ได้ อันเนื่องมาจาก ปฏิกิริยา จากกระบวนการ ปรุงแต่ง ภายในประสาททั้ง 5 ทั้ง 6 ไม่ว่าหู-ตา-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ มันไม่ถึงกับส่งผลให้เกิดความเปรี้ยว-ความหวานขึ้นมามากมายซักเท่าไหร่ คืออะไรก็ตาม...ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกอันไม่เป็นไปตามที่ อัตตา หรือ ตัวตนของตน ปรารถนาและต้องการ หรือไม่เป็นไปตาม โลกธรรม ที่ตัวเองพึงประสงค์ มันเลยชักกลายสภาพไปเป็นความรู้สึกประเภท มันเป็นเช่นนั้นเอง-มันเป็นพรรค์นั้นแหละ อะไรทำนองนั้น หรือกลายเป็น ความสงบ ไปจนได้!!!

และด้วย ความสงบ ในลักษณะที่ว่านี่เอง...มันเลยทำให้ความเปรี้ยวมือ เปรี้ยวไม้ หรือ เปรี้ยวตีน ลดลงไปได้เยอะแยะ เกิดความรู้สึกเข้าอก-เข้าใจ หรือ เข้าถึง ขึ้นมาแทนที่ เกิดความ อดทน-อดกลั้น ต่อสิ่งที่ผิดแผก แตกต่าง หรือสิ่งที่ผิดไปจากความปรารถนา-ความต้องการของ ตัวกูเอง หรือเผลอๆ...อาจกลายไปเป็นความเป็นห่วง-เป็นใย ความเมตตาสงสารขึ้นมาเอาเลยก็ไม่แน่ อันเป็นความรู้สึกที่ทำให้ตัวเองค่อนข้าง สะอาด ยิ่งไปกว่าเดิม จนความสะอาดดังกล่าวอาจนำมาซึ่ง ความสว่าง ที่จะเป็นตัวช่วยให้เกิด ความเข้าถึง-เข้าใจ ต่อสิ่งอื่นๆ ที่ลึกซึ้ง กว้างขวาง ไปกว่าการ งับกันไป-แง็บกันมา ในแต่ละวัน แต่ละนาที แต่ละช่วง แต่ละระยะ อันเป็น กระแสความรู้สึก ที่ออกจะหนักหน่วงและรุนแรงเอามากๆ ไม่ว่าใน โลกแห่งความเป็นจริง หรือ โลกเสมือนจริง ในตราบเท่าทุกวันนี้...

มิน่า!!!...ที่องค์พระ-องคเจ้า อย่าง สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ปัจจุบัน ท่านถึงได้ทรงย้ำนัก-ย้ำหนาต่อความสำคัญแห่งความ อดทน-อดกลั้น หรือสิ่งที่เรียกว่า ขันติธรรม เอาไว้ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า ชนิดถือเป็น พื้นฐาน ของ ธรรมะ แทบทุกชนิดเอาเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในช่วงระยะปัจจุบันหรือช่วงระยะที่ความก้าวหน้า-ก้าวไกลทาง เทคโนโลยี มันได้ทำให้ การเปลี่ยนผ่าน จากช่วงหนึ่งไปยังอีกช่วงหนึ่งๆ เป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว หรือน่าระมัดระวังมิใช่น้อย ด้วยเหตุนี้...แม้ว่า ความป่วยไข้ อาจทำให้ต้องขออนุญาตลด-ละ-เลิก สิ่งที่เคยเขียนๆ แบบวันต่อวันลงไปมั่ง แต่ก็ได้แต่หวังไว้ว่า ด้วยความเข้าอก-เข้าใจ หรือความพยายาม เข้าถึง ต่อสิ่งที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจาก โลกธรรม ที่ตัวเองปรารถนาและต้องการ อาจพอช่วยให้การ ทำหน้าที่ ในระยะต่อไป เกิดความครบถ้วน สมบูรณ์ กว่าเท่าที่เคยเป็นมา ไม่ว่าอาจต้องตายโหง ตายห่า ลงไปในช่วงไหนต่อช่วงไหนก็เถอะ!!!...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์