
ไม่รู้เป็นเอฟเฟกต์หลังผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 ลำปางหรือเปล่า ที่พรรคเศรษฐกิจไทย นำโดย นัส-ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค พ่ายแพ้ ชนิดหักปากกาเซียนให้แก่ผู้สมัครจากพรรคเสรีรวมไทย การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้แม้จะเป็นเพียงเสียงเดียว และอายุรัฐบาลที่เหลือไม่ถึงปี ไม่ว่าขั้วฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ใครได้รับชัยชนะก็ไม่มีผลต่อการรวมเสียงของทั้งสองขั้ว แต่ว่ากันด้วย เรื่องศักดิ์ศรี มันยอมไม่ได้ เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ ฝ่ายชนะดีใจ ฝ่ายแพ้เศร้าใจ พร้อมกับเตรียมวิเคราะห์ทบทวนบทเรียนที่เกิดขึ้น
หลังเศรษฐกิจไทยพ่ายศึกลำปาง มีกระแสข่าวอย่างหนาหู พรรคเศรษฐกิจไทยที่มี เดอะนัส เป็นแกนนำร่วมกับอีก 14 ส.ส. เตรียมถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล แล้วมาจับมือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วแสดงตัวให้มันชัดเจนกันไปเลย เพราะอย่างที่บรรดานักเลือกตั้งรู้ ตัวเศรษฐกิจไทยอยู่ฝั่งรัฐบาล แต่ใจนั้นลอยไปอยู่กับฝ่ายค้านตั้งนานแล้ว
พรรคเพื่อไทยพอทราบข่าว อาจจะได้พันธมิตรใหม่ทางการเมือง งานนี้จะดีใจ เสียใจ หรือเฉยๆ ดี ตามหน้าสื่อก็เป็นธรรมดาที่ ส.ส.-แกนนำพรรคเพื่อไทย จะต้องออกอาการดีใจ อ้าแขนรับ แต่ลึกๆ แล้วอาจมองอีกมุมก็เป็นได้ พรรคเพื่อไทยพอรู้เศรษฐกิจไทยจะมาร่วมงานด้วย จำนวนเสียงอาจยังไม่มากพอล้มรัฐบาล ทว่าในเชิงจิตวิทยา มันก็พอทำให้ฝ่ายค้านกระชุ่มกระชวยอยู่ไม่น้อย ได้โอกาสส่งสัญญาณเย้ยหยันไปยังฝ่ายรัฐบาลทันที
โดยเฉพาะ บิ๊กทิน-นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค และประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า
“…เป็นสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องทบทวน เพราะเมื่อมีพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเช่นนี้ เป็นรัฐบาลอื่นต้องพิจารณาตัวเองแล้ว และเชื่อว่าปรากฏการณ์พรรคเศรษฐกิจไทยที่ถอนตัวเช่นนี้ หลายพรรคคงพิจารณาว่าจะเดินตามแนวทางนี้ด้วยหรือไม่ ใน 2 ปัจจัยคือ ทุกคนรู้ถึงผลการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมาถึงการปฏิเสธรัฐบาลมีมากขึ้นเรื่อยๆ ใครยังอยู่ต่อก็จะโดนร้องยี้ไปด้วย ตามสำนวนไทยที่บอกว่า ทองคำถ้าอยู่ใกล้ตะกั่วก็จะหมอง และประเด็นที่ 2 คือ การอภิปรายครั้งนี้ ความนิยมของรัฐบาลยิ่งจะตกต่ำลงไปอีก เมื่อใกล้การเลือกตั้งโอกาสที่เห็บเหาจะโดดหนีจากหมาป่วยเกิดขึ้นได้สูง ดังนั้นวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องคิดว่าจะเลือกจังหวะที่จะลงอย่างไรตอนไหน ให้ตัวเองเสียหายน้อยที่สุด”
จำนวนเสียง จำนวนมือ ยังไม่พอโหวตล้มรัฐบาลประยุทธ์ในสภา แต่ถ้าว่ากันเรื่องฝีปาก ก็ต้องขอข่มขวัญกันเสียหน่อย ถือเป็นการวอร์มซ้อมอภิปรายไปในตัว.
ม้าไม้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน
ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

