ตรวจสุขภาพตำรวจ

มีข้อเสนอแนะจาก “ตำรวจ” บางส่วน ต่อการรับบริการ “ตรวจสุขภาพ” จากโรงพยาบาลตำรวจ ที่ส่งเข้ามาอยากให้ช่วยเป็นกระจกสะท้อนส่งไปถึง “ผู้เกี่ยวข้อง” ปรับปรุงแก้ไข

เพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น

ตำรวจบางส่วนบอกเล่ามาดังนี้....

 “โชคดีของการรับราชการตำรวจอย่างหนึ่ง คือ การที่มีสิทธิสวัสดิการคอยช่วยเหลือดูแลในกิจกรรมหลายๆอย่างของชีวิต หนึ่งในนั้นคือการช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพ ทั้งการดูแลเมื่อยามป่วยไข้ ไม่ว่าจะหนักขนาดต้องล้มหมอนนอนเสื่อหรือแค่เจ็บป่วยเล็กน้อย รวมทั้งการจัดการเสริมสร้างการป้องกันสุขภาพของตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการจัดหาวัคซีนให้กับกำลังพล เมื่อยามที่มีโรคระบาดรุนแรง หรือจะเป็นการกำหนดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีให้กำลังพลทุกนาย

หลายปีที่ผ่านมาแต่ละหน่วยจะจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำ โดยการประสานงานกับโรงพยาบาลของรัฐที่มีบริการทางด้านนี้ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลรามา โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ฯลฯ ซึ่งเหล่าโรงพยาบาลที่มาให้บริการก็จะได้รับงบประมาณสนับสนุนไปตามมาตรฐานที่รัฐกำหนด แต่ก็จะมีบริการเสริมให้กับกำลังพลที่สูงอายุในการให้บริการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งก็จะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนนี้

ก็นับว่าเป็นการสมประโยชน์กันทั้งผู้ที่ให้บริการและผู้ที่รับบริการ

กระทั่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีหนังสือสั่งการมาให้หน่วยงานที่มีที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับกรุงเทพ ส่งรายชื่อกำลังพลในสังกัดไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้โรงพยาบาลตำรวจเป็นผู้ดำเนินการตรวจสุขภาพให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยอ้างอิงถึงยุทธศาสตร์และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ

ดูไปแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แค่เปลี่ยนตัวผู้ให้บริการตรวจสุขภาพ จากที่เคยใช้บริการโรงพยาบาลรัฐรายอื่น มาเป็นการใช้บริการของโรงพยาบาลตำรวจ

แต่ไม่รู้เป็นเพราะกำลังเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตำรวจ มีไม่เพียง หรือมีความจำเป็นอื่นๆ ที่ผ่านมามักจะมีปัญหาในการดำเนินการทุกครั้ง ทั้งการจัดกำลังเจ้าหน้าที่มาให้บริการที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ลงทะเบียน กำลังพลรอตรวจอยู่ 200-300 คน มีเจ้าหน้าที่มาแค่คนเดียวกับคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง หรือเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็เอามาแค่เครื่องเดียว ตรวจคนหนึ่งใช้เวลานาทีเศษ

จนเกิดสภาพต้องเข้าคิวรอเป็นเวลานาน!!!

กว่าจะตรวจหมดก็ยาวไปจนบ่าย ตำรวจที่ต้องเจาะเลือดตรวจร่างกาย อดข้าว อดนานมา ทั้งคืน หรือบางคนที่ไม่อดก็ต่างหิวข้าวจนแทบเป็นลม เพราะจะทิ้งคิว ทิ้งสิทธิไปกินข้าวก็ไม่ใช่ที่

นอกจากนี้ การบริการเสริมให้กับกำลังพลสูงอายุที่มีความพร้อมและความต้องการในการตรวจบางอย่างเพิ่มเติม

รวมทั้งการรายงานผลการตรวจสุขภาพที่บางหน่วยดันส่งผลสลับคนกันมั่วไปหมด บางหน่วยมีรายงานปัญหาสุขภาพแบบเดียวกันแทบทั้งหน่วย จนนึกว่าสงสัยจะเป็นโรคระบาดติดต่อกันได้ในวงกว้าง

หากปรับปรุงแก้ไขได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราต่างก็เป็นตำรวจเหมือนกัน”

ครับ...เมื่อ “ตำรวจ” ฝากมา ก็ขอทำหน้าที่เป็นสะพาน ส่งต่อให้ทางผู้เกี่ยวข้องโรงพยาบาลตำรวจ รับไปพิจารณาดำเนินการตามเหมาะสม

เพื่อ “ตำรวจ” คนในครอบครัวกันเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุ้น! 'บิ๊กเอ็ม' คืนถิ่น

งวดเข้ามาทุกที การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" ระดับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569

ดาวรุ่งส่อดาวร่วง

ดูท่า โผ "นายพลสีกากี" ปีนี้ จะไม่ง่าย จะไม่หวาน จะไม่รวดเดียวจบ เหมือนเก้าอี้ "ผบ.ตร." เสียแล้ว โดยเฉพาะเก้าอี้ "ผบช." หรือ "ผู้บัญชาการ" ยศ พล.ต.ท.

ใครบีบพี่ไมค์!

อ้าว...ไหนหลังประชุม ก.ตร. วันที่มีการโหวต บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 3 เกษียณอายุราชการอีก 7 ปีข้างหน้า ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนที่ 16

ปรับทัพจัดทิศสีกากี

ทิศทาง "กรมปทุมวัน" ในยุค บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

'ผบ.ตร.' ระวังตาอยู่!

ใครจะได้เป็น "ผบ.ตร." คนใหม่? คำถามยอดฮิตที่น่าจะติดเทรนด์ช่วงนี้ หลัง "นายกฯอนุทิน" เคลียร์คิวนัดวันประชุม ก.ตร. หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ วันพุธที่ 22 ก.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่งประวัติชิง 'ผบ.ตร.'

งวดเข้ามาทุกที ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." และการแต่งตั้ง "นายพล" ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569