เขาคือ 'เด็กราชภัฏ'

เย็นวาน.....

ผมอ่านเรื่อง “เรียนจบราชภัฏ…แล้วทำไมหรือ?" ของคุณ "Tossapol Chaisamritpol” รวดเดียว ๓-๔ รอบ

ประทับใจ...จนขนลุก!

เขาถ่ายทอดความรู้สึก "เด็กราชภัฏ" และแสดงทัศนะด้วยวรรณะภาษาสกุลสูง

เรียบง่าย แต่คมกริบ บาดลึก

กรีดถึง ระดับชั้น "จิตใต้สำนึก" มนุษย์ ซึ่งหาผู้ใช้ภาษาไทยระดับนี้ได้ยากยิ่ง ในหมู่ชนผู้ "พองขน" ในนามสถาบัน ที่ว่า "ชั้นสูง"

ทำให้ผมปลื้มสุดๆ กับ "สถาบันราชภัฏ"

ว่า "สอนคนให้เป็นบัณฑิต" ได้สมจริง หลอมนักศึกษาออกไปเป็นทรัพยากรบุคคลของสังคมชาติสมบูรณ์พร้อมได้น่าสรรเสริญ

โดยเพราะ "ความตกผลึก" ในโลกและชีวิต ที่ผมไม่เคยได้ยินผู้จบการศึกษาจากสถาบันไหน "ถ่ายทอดออกมา" ได้อย่างที่ผู้จบจาก "มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" ผู้นี้ถ่ายทอด

ปัจจุบัน "มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต" เปลี่ยนชื่อเป็น "มหาวิทยาลัยสวนดุสิต" แล้ว

ท่านอ่านดูก่อน แล้วค่อยคุยกันทีหลัง

........................................

Tossapol Chaisamritpol

 “เรียนจบราชภัฏ…แล้วทำไมหรือ?”

อ่านประเด็นที่กลายเป็นข้อถกเถียงในโซเชียลมีเดียมา 2 วันแล้ว เรื่องการ “มองต่ำ” นักศึกษาราชภัฏ

ถ้าเป็นสมัยก่อน มันคงทริกเกอร์ความรู้สึกบางอย่างในใจผมนะ

แต่เวลานี้ สิ่งที่ผมรู้สึกคือ “เวทนา” สังคม และปัจเจกบางกลุ่ม ที่ยังยึดติดกับอันดับชั้นและสถาบันอย่างหน้ามืดตามัว

แบบที่คนชอบเรียก “สลิ่ม” ได้ไหม กรณีนี้ สลิ่มสถาบันศึกษา?

คุณค่าเหนือสถาบัน…จะมีจริงได้ไหมในไทย?

-เรื่องราวของผม-

ผม “เลือก” เรียนราชภัฏสวนดุสิตครับ (ปัจจุบันเหลือแค่สวนดุสิต) ด้วยเหตุผลว่า สอบติด มศว

แต่กำลังทรัพย์ทางบ้านไม่อำนวย ทั้งค่าหอ และอื่นๆ แม้จะเรียน รชภ.ดุสิต ผมก็ติดหนี้ กยศ.นะ

พูดถึงหลักสูตร โอเค มันอาจไม่สูงส่ง เน้นวิชาการเหมือนมหาวิทยาลัยต้นๆ ของไทย

แต่ไม่ใช่ “เรียนเหมือนไม่มาเรียน” ทุกหลักสูตร มันมีคุณค่าของมันครับ

ผมก็รู้ว่า องค์ความรู้ที่ได้มันขาดๆ แต่ ความรู้มันไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียนนะครับ ผมจึงเรียกตัวเองเหมือน “บัณฑิตของโลกและประสบการณ์

เพราะอาจารย์ของผมไม่ใช่แค่คนจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์ หรือราชภัฏ

แต่คือ "มนุษย์ทุกคน" ที่ผมได้พบเจอ "หนังสือแต่ละเล่ม" ที่ผมลุ่มหลง และ "ประสบการณ์" ตรึงใจ ที่ผมได้สัมผัส

คอร์สนอกแคมปัสของผมคือ:

1.สอนพิเศษ Kumon ได้แบบเรียนอังกฤษมาเยอะเลย

2.ร้านอาหารที่ตรอกข้าวสาร ได้เอาวิชาไปใช้จริง    

3.พนักงานโรงแรม ได้เรียนการบริการ โดยไม่ต้องเข้าหลักสูตรการโรงแรม

4.พนักงาน KFC เป็นรายได้หลักช่วงเรียน

ทำให้ตอนเรียนผมหาเงินได้แล้วเดือนละ 13,000  บาท (เกือบค่าแรงขั้นต่ำเลยนะ)

ตอนจบออกมา ผมมีเงินเก็บกว่า 200,000 บาท เพื่อตั้งต้นชีวิตการทำงาน

ก่อนหน้านั้น ผมลงทุนเกือบแสนไปหา "ประสบการณ์"  Work and Travel ที่ลาสเวกัสมาก่อนด้วย  3 เดือนกว่า จนสั่งสมความมั่นใจและประสบการณ์พอควร

-ความเห็นต่อเรื่องนี้-

เห็นคนพูดกันถึง “โอกาส” “ความเท่าเทียม” “คนไม่เท่ากัน” ต่างๆ

ใช่ครับ Objectively ถ้าสังคมไทยและเชิงนโยบายมันมีได้ จะเป็นเรื่องดี

แต่ในชีวิตจริง “คนเราไม่เท่ากันหรอกครับ

แต่ถ้าเราจะเป็นสังคมที่คนเท่ากัน มันเริ่มจากพวกเราที่ “มอง” คนที่แตกต่าง ไม่ว่าจะการศึกษา จุดยืนการเมือง  และเพศวิถี “ให้เท่ากัน

มานอนรอเปลี่ยนนายกฯ หรือ รมว.การศึกษา มันก็แปลว่า พวกคุณดีแต่พูด และนอนรอความเปลี่ยนแปลงมาถึงตัว

ทั้งที่ในห้วงสามัญสำนึก “คุณก็ยังเหยียดคนอื่น” อยู่ดี

ส่วนเด็กราชภัฏ.......

ถ้าเราเอาคำพูดทับถมจากคนแปลกหน้ามาตีตราตัวเองว่า “เรามันมาตรฐานต่ำ” คุณจะยอมหรือ?

สำหรับผม คุณค่าสถาบัน มันไม่เท่า “มูลค่าความเป็นคนหรอก” อยู่ที่ว่าเรามอบสิ่งดีๆ ให้สังคมและคนที่รักได้แค่ไหน เราภูมิใจกับความเป็นตัวเอง ณ ปัจจุบันแค่ไหน…

เชิดชูทุกความสำเร็จ ปลาบปลื้มทุกก้าวย่าง

แต่ไม่ต้อง "เปรียบเทียบ" กับใครหรอก

มหาวิทยาลัย ป.โท ในสหราชอาณาจักรของผม สอนผมว่า

 “จงซื่อสัตย์ อ่อนน้อมถ่อมตน เคารพต่อผู้อื่น และยึดมั่นในความจริง…ที่สำคัญ ปฏิบัติกับผู้อื่นด้วยความจริงใจ  เข้าใจ และเคารพในตัวเขา เหมือนที่เราอยากให้คนอื่นปฏิบัติกับเรายังไง”

และ “จงประสบความสำเร็จและมีความสุข แต่จงมีความสุขมากกว่าความสำเร็จ เพราะสองสิ่งนี้แตกต่างกัน”

ถ้ามองจุดนี้ ก็อาจพิจารณาได้ว่า จุฬาฯ ล้มเหลวนะ

ที่ถ่ายทอด “คุณค่าทางความคิด” และ “การมองเพื่อนมนุษย์” ไปให้นักศึกษาของตนไม่ได้….ในกลุ่มปัจเจกนั้นๆ  แบบไม่เหมารวม

และเอาจริงๆ คุณจะรู้สึกอย่างไร ถ้าไปถามคนโลกที่ 1 ว่า “รู้ไหม ฉันจบ...นะ” คำตอบของเขามันก็จะทำร้ายกลับมาแรงมากเหมือนกัน

จากคนที่วิ่งมาตลอดชีวิต

จากคนจบราชภัฏ ด้วยการเลือกของตัวเอง

จากคนที่ชื่อสถาบัน มันไม่ใช่ตัวกำหนดชีวิต

และปัจจุบัน ได้รับเชิญไปสอน นศ.จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ และอีกหลายที่ ตามแต่โอกาสสมควร

-------------------

อ่านแล้ว สัมผัสถึงคุณค่า "ความเป็นบัณฑิต" แท้จริงจาก "เด็กราชภัฏ" คนหนึ่งได้ใช่ไหมครับ?

ผมเน้น "บางคำ-บางวลี" ด้วยอักษรตัวเอนให้สังเกต  ท่านก็ลองพินิจดู

สำหรับผม เฉพาะแค่คำว่า........

-"ความรู้มันไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน"

-อาจารย์ของผมไม่ใช่แค่คนจุฬาฯ หรือธรรมศาสตร์  หรือราชภัฏ

แต่คือ "มนุษย์ทุกคน" ที่ผมได้พบเจอ "หนังสือแต่ละเล่ม" ที่ผมลุ่มหลง และ "ประสบการณ์" ตรึงใจที่ผมได้สัมผัส

-ผมลงทุนเกือบแสนไปหา "ประสบการณ์"

-เห็นคนพูดกันถึง “โอกาส” “ความเท่าเทียม” “คนไม่เท่ากัน" แต่ในชีวิตจริง “คนเราไม่เท่ากันหรอกครับ”

-สังคมที่ "คนเท่ากัน" มันเริ่มจากพวกเราที่ “มอง” คนที่แตกต่าง ไม่ว่าจะการศึกษา จุดยืนการเมือง และเพศวิถี “ให้เท่ากัน”

-คุณค่าสถาบัน มันไม่เท่า “มูลค่าความเป็นคนหรอก”

ผมอ่านข้อความเหล่านั้น ก็บรรลุแล้ว

เพราะเหล่านั้นคือ "คำตอบชีวิต" ของมนุษย์ทั้งมวล

"ความรู้มันไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน"

คุณค่าสถาบัน มันไม่เท่า “มูลค่าความเป็นคนหรอก”

แล้วเราทุกคนจะหาความรู้และสร้าง "มูลค่าความเป็นคน" ได้จากที่ไหน อย่างไร?

อดีตเด็กราชภัฏ "Tossapol Chaisamritpol" มีคำตอบให้ว่า จาก....

-"มนุษย์ทุกคน" ที่ได้พบเจอ

-"หนังสือแต่ละเล่ม" ที่ได้อ่าน และ

-"ประสบการณ์" ที่ได้สัมผัส

เท่าที่ผมอ่านทั้งหมด ที่คุณ Tossapol เน้นเป็นหัวใจของความสำเร็จ คือ "ประสบการณ์"!

ตรงนี้ ขอ "คารวะ" ด้วยยอมรับและนับถือ และขอเชิดชู-ยกย่อง ให้ทุกคนทั้่ง "คนมีสถาบันศึกษา" และ "ไม่เคยผ่านสถาบันศึกษา" จงได้เข้าใจว่า

เหนือทฤษฎี, เหนือตำรา, เหนือวิชา, เหนือหลักการใดๆ คือ "ประสบการณ์"

ทฤษฎี ตำรา หลักการ คือ กรงขังมนุษย์ให้ยึดติดอยู่ในกรอบคิด อะไรที่ผิดไปจากกรอบคิด จะทึกทักว่าผิด ว่าไม่ใช่ และจะปฏิเสธทันที

และการยึดติดทฤษฎี ตำรา หลักการ นั้น ทำให้สังคมโลกไม่พัฒนา เพราะเมื่อยึดติด ก็จะไม่กล้าคิด ไม่กล้าแหก         แล้ว "สิ่งใหม่ๆ" จะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ฉะนั้น คำว่า "ประสบการณ์" นั่นแหละคือ การนำตัวเองออกจากกรงขังความคิดที่ยึดติด

แล้วประสบการณ์นั้น จะนำไปสู่การสรรค์สร้าง "สิ่งใหม่" ที่เรียกนวัตกรรมสังคมโลกและสังคมมนุษยชาติ  ชนิดไม่มีที่สิ้นสุด

ตำรา ทฤษฎี แค่วิธีสอนว่ายน้่ำ

หลักการ แค่หลักสำหรับให้คนหัดว่ายน้ำเกาะ

ประสบการณ์ตะหาก....

ที่สร้างคนให้ว่ายน้ำได้-ว่ายน้ำเป็น และแตกแขนง-แตกฉาน นำไปสู่การสร้างตำรา สร้างทฤษฎี สร้างหลักการใหม่ๆ เป็นวิทยาการสืบต่อ          

ผมไม่เคยได้ยินเด็กมหาวิทยาลัยที่อ้างว่า "มาตรฐานสูง" แห่งไหน เอ่ยคำว่า "ประสบการณ์" ในการศึกษาเลย

เพิ่งได้ยินอดีต "นักศึกษาราชภัฏ" ท่านนี้เท่านั้น เอ่ยคำว่า

"บัณฑิตของโลกและประสบการณ์” แบบตกผลึก

ขอบันทึกไว้ ด้วยคารวะครับ!

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทักษิณ 'คัมแบ็ก' นายกฯ

๒๒ สิงหา. ๖๗ เป็นวัน "เปิดบริสุทธิ์" ของนักโทษทักษิณครบกำหนด "พ้นโทษคุก ๑ ปี" ทั้งที่ไม่เคยได้รับโทษคุกจริงเลย!