กรรมชี้เจตนา!

ตั้งใจจะเป็นยามเฝ้ากรุงเทพฯ..

แต่เพราะถูกกำหนด.. วันที่ 14 เมษา. ผมจึงต้องนั่งรถ (ตู้) ติดสอยห้อยตามพรรคพวกกันไปถึงโขงเจียม จ.อุบลราชธานีนู่น!

ไม่มีมิชชั่น-ภารกิจสำคง-สำคัญอะไรหรอก แค่เพื่อนอยากให้นั่งรถไปเที่ยว-ไปกิน-ไปดูบรรยากาศสงกรานต์กันเท่านั้นแหละ!

และด้วยเป็นคนใจง่าย ปฏิเสธเพื่อนไม่เป็น ก็เลยถือโอกาสลัลล้า ได้ดูเขาเล่น-สาดน้ำสงกรานต์กันบานฉ่ำในหลายพื้นที่ที่รถวิ่งผ่าน

ที่กังวล เทศกาลสงกรานต์จะเหงาเหตุเพราะชาวอเมริกันเลือก “คนบ้า” มาเป็นผู้นำ เป็นอันว่า..บรรยากาศทั่วไปปกติเหมือนทุกปี!

โดยเฉพาะที่ถนนข้าวสาร-สีลม-เซ็นทรัลเวิลด์ในกรุงเทพฯ นั่งส่องดูในมือถือ..อื้อหือ ชาวต่างชาติมาจากไหนกันล่ะนั่น สนุกสนานม่วนซื่นกันยังกับเป็นประเพณีพวกเขาเลย!

อ้อ..แต่คนไม่ค่อยจะสนุกกับสงกรานต์ปีนี้ก็น่าจะเป็น “ท่านแม่ทัพภาค 4” เพราะด้วย “วจีทุจริต” ที่พ่นออกมาวันก่อน ตอนนี้จึงเลยทำให้ใจเป็นทุกข์อยู่ไม่น้อย

และด้วยเพราะวจีที่ว่านี้หรือไม่ก็ไม่ทราบ วันนี้-17เมษา. คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีถึงได้มีกำหนดการปุ๊บปั๊บลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้?

ก็..ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน ที่จะได้ลงไปฟังเสียงชาวบ้าน-ฟังรายงานสถานการณ์จากผู้ปฏิบัติหน้าที่กับหูตัวเอง!

แต่ก่อนลงไป นายกฯ ท่านได้ตอบคำถามนักข่าว “การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการไปให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติหรือไม่ จากเหตุคนร้ายยิงถล่มรถ” ว่า..

ตนให้กำลังใจนายกมลศักดิ์เสมอ เจอที่สภาก็ให้กำลังใจกัน และไม่ได้ให้กำลังใจอย่างเดียว เห็นใจด้วย และตนไปครั้งนี้ไม่ได้ไปเยี่ยมคนใดคนหนึ่ง

แต่ลงไปเพื่อรับฟังสถานการณ์ต่างๆ เพราะยังมีสถานการณ์อื่นๆ อีกมากมาย อย่างที่บอกไป วันนี้เราเป็นรัฐบาลที่สมบูรณ์ มาจากประชาชน และมีเสถียรภาพ

ฉะนั้น เราลงไปเมื่อเราไปเห็นสภาพหน้างานความเป็นไปต่างๆ ก็จะได้สร้างนโยบายและบอกแนวทางการดำเนินงานต่างๆ ที่ทุกฝ่ายจะต้องทำตามจะต้องปฏิบัติตาม

“งานนี้ถ้ายังมีเกียร์ว่าง หรือแทนที่จะใส่เกียร์ 5 แต่กลับใส่เกียร์ 2 ผมจะดำเนินการให้ดู นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ

ไม่ใช่คนนี้ ซี 10 ซี 11 คนนี้ผู้บัญชาการ คนนี้ใครจะย้ายไม่ได้ นายกรัฐมนตรีย้ายได้ จะย้ายให้ดู”

อุ๊ย..มีเอ่ย “คนนี้ผู้บัญชาการ” เสียด้วย แบบนี้ก็ต้องปูผ้ารอ (ฟัง) สิครับ..ย้ายกี่โมง?

อย่างไรก็ตาม ที่ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

และหัวหน้าโครงการ “เพื่อนรักต่างศาสนากับการถักทอสันติภาพอย่างยั่งยืนจากชุมชนฐานราก” บอก.. “เด็กปอเนาะที่รู้จักนับพันคน ไม่ใช่เด็กที่จะเอาปืนมายิงใคร

ไม่มีวาจาสามหาวข่มขู่ใคร ไม่ล้างผลาญภาษีคนไทย เขารักและจริงใจต่อสังคมไทยมากกว่าคนในเครื่องแบบเหล่านั้น” นั้น

ประทานโทษ.. แค่ในห้องเลกเชอร์นักศึกษาไม่กี่คน อาจารย์ยังไม่รู้แจ่มแจ้งหมดว่านักศึกษาคนไหนดี-คนไหนเลว..

แล้วนี่..เด็กปอเนาะนับพัน จะการันตีได้อย่างไรว่าพวกเขา “จริงใจต่อสังคมไทยมากกว่าคนในเครื่องแบบ” ล่ะ..หือ?

ผมไม่อยากมอง “กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา” แต่การโพสต์ของดอกเตอร์ท่านนี้มันบ่งบอกชัดเจนว่าต้องการที่จะแขวะ แซะ กัดท่านแม่ทัพภาค 4..

มากกว่าฐานะหัวหน้า “เพื่อนรักต่างศาสนากับการถักทอสันติภาพอย่างยั่งยืนจากชุมชนฐานราก” ที่มีเหตุผล!

เด็กปอเนาะน่ะ..ไม่มีวาจาสามหาวข่มขู่ใคร ไม่ล้างผลาญภาษีคนไทยนั่น (อาจ) จริง แต่อาจารย์ (บางคน) ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่แน่..

ได้ยินคนเขาบ่น..สิ้นเปลืองภาษีคนไทยจริง!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หยุดซู่ซ่าได้แล้ว!

“ผมพูดส่วนตัวนะ ถ้าผมไปทำแบบนี้นะ ผมไม่ปล่อยให้รอด ถ้าผมทำนะ” เนี่ย..ผมก็จะรอดูว่า “พล.ท.นรธิป โพยนอก” แม่ทัพภาคที่ 4 ที่พูดประโยคนี้ในการแถลงข่าวคดีคนร้ายยิงถล่มรถคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส จะ “รอด” หรือไม่?

สาดตัวอักษรพร้อมสาดน้ำ

อยู่ยามเฝ้ากรุงเทพฯ อีกเช่นเคย! แต่..ก็ไม่เคยเหงา กลับรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำที่ระหว่างวันที่ 13-15 เมษา.ของทุกปี ถนนทุกสายในเมืองหลวง-มหานครจะโล่ง-รถจะน้อย..

ตาสว่าง..แถมได้กุศล

จนบัดป่านนี้! เสียงจากผู้หลัก-ผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรออกมาให้ได้ยิน-ได้ฟัง หลังจากที่ “แม่ยก” คุณกาญจนี วัลยะเสวี หรือติ๊งต่าง ข่มอารมณ์ลบตัวเองไม่อยู่..

กรุณารส โศการส

น่าน..ต้องอย่างงี้สิ! ก็..นายกรัฐมนตรี คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นั่นไง เห็น 2-3 วันมานี้ ท่านสวมบท “เตมีย์ใบ้” ไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าว เดินตามรอย “ป๋าเปรม” เนียนกริบเชียว!

หยุดกระสุน..สาดสงกรานต์

ทำกันเป็นการภายในไม่ต้องเป็นข่าว-ภาพได้ไหม? ผมหมายถึงบรรดา “รัฐมนตรี” ที่ถือฤกษ์งามยามดี กราบเจ้าที่เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละกระทรวงในขณะนี้น่ะ!

‘ปลอม’ หรือ ‘จริง’?

ปกติ..ก็ใช้บริการของ ปตท.แหละ! แต่ห้วงนี้..เห็นมีการปลุกระดมให้ผู้คนแอนตี้ ไม่เติมน้ำมันในปั๊ม PT กันอย่างเอิกเกริก จึงเลยเกิดความเห็นใจ สงสาร กลัวว่าปั๊มเขาจะเจ๊ง-เจ้าของเค้าจะจน..