บันทึกหน้า4

ตั้งแต่ช่วงมืดค่ำวันอังคารตามเวลาประเทศไทยจนตลอดทั้งวันพุธ คงไม่มีข่าวไหนที่จะร้อนแรงระดับโลกไปกว่ากรณี “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาเดินทางไปเยือนไต้หวัน เพราะตำแหน่งของ “เพโลซี” ไม่ใช่ขี้ไก่แต่ประการใด เพราะ เธอคือแคนดิเดตประธานาธิบดีสหรัฐลำดับที่ 2 หาก “โจ ไบเดน” ประธานธิบดีสหรัฐ และ “กมลา แฮร์ลิส” เกิดอุบัติเหตุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ งานนี้เลยทำให้ “มังกรจีน” ถึงกับเต้นผางกันเลยทีเดียว ...๐

แม้ตอนนี้ยังไม่มีการตอบโต้จาก “จีน” และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ตามที แต่เชื่อว่างานนี้แดนมังกรจะไม่อยู่นิ่งเฉยแน่นอน เพราะดูได้จาก ท่าทีของ “หวังอี้” ที่ออกมาซัดแบบเต็มเหนี่ยวว่าเป็นการกระทำขัดหลักการจีนเดียวอย่างร้ายแรง ละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างมุ่งร้าย!!! 

ที่สำคัญยังเป็นการฉีกสัตยาบันที่ “ไบเดน” เคยให้ไว้กับ “สี” ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่า “เพโลซี” จะมาเยือนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกด้วย ซึ่งไบเดนคงปฏิเสธการกระทำของเธอได้ไม่เต็มปาก เพราะหนึ่งก็เป็นจากรากเดียวกัน คือ “เดโมแครต” หากเป็นยุคของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก็ว่ากันไปอย่าง เพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมาระหว่างกัน หาก “เพโลซี” มาเยือนในคราวนั้นอาจเรียกว่าเป็นการวางยาวางแผนก็ได้ แต่นี่สมัย “ไบเดน” ก็บอกได้คำเดียวว่าจงใจแน่นอนๆ ...๐

ซ้ำร้ายยัง มีการวางแผน “ลับ ลวง พราง” อีกต่างหาก เพราะตามแถลงการณ์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ใน แผนการเดินทางของเธอในการมาเยือนเอเชีย-แปซิฟิกนั้น มีแค่ 4 ประเทศเท่านั้น คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย แต่หลังจากไปเยือนเมืองลอดช่องก็แหกกำหนดการมาจุดไฟความขัดแย้งให้โลกร้อนฉ่ากันแล้ว งานนี้เราจึงได้เห็นว่า “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียที่ออกมาประกาศยืนข้างจีนทันควัน เพราะกรณีนี้ก็สามารถเทียบเคียงกับกรณียูเครนได้ ...๐

เรียกว่าความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ซึ่งพี่ไทยโดยเฉพาะ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเดินเกมระหว่างประเทศให้ดี เพราะต่างก็เป็นมหามิตรด้วยกันทั้งคู่ ซึ่ง พี่ไทยก็อยู่ระหว่างเขาควายที่ต้องชั่ง ต้องบาลานซ์ให้เหมาะให้ควร แต่ที่แน่ๆ คือนิ่งสงบสยบเคลื่อนไหวนั้น คงจะเป็นเรื่องดีที่สุด  งานนี้เลยต้องเรียกร้องบรรดานักการเมืองทั้งหลายก็พยายามอย่ายุแยงตะแคงรั่วและสงบปากสงบคำกันบ้างก็น่าจะเป็นเรื่องดี ...๐

กรณี “เพโลซี” นี้ ทำให้ข่าว โทนี่ วู้ดซัม ในคลับเฮ้าส์ถึงกับเหงาหงอยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ดูได้อย่าง “ตี๋ธนาธร” ทุกวันนี้โลกและสังคมก็แทบลืมเลือนไปแล้ว แม้จะมีการออกมาเต้นแร้งเต้นกาในเรื่องต่างๆ ก็มีแต่บรรดา “แฟนออนไลน์” ที่ไปเย้วๆ ให้กำลังใจเพราะเป็นไอดอลเท่านั้น แต่ในหน้าสื่อหนังสือพิมพ์หรือทีวีนั้น ต้องรีบประกาศตามหาคนหายกันเลยทีเดียว ...๐ ในขณะที่ “ทักษิณ ชินวัตร” แม้ยังมีราคา เพราะยังไม่สามารถก้าวข้ามได้ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเอง แต่นับวัน “ทักษิณ” ก็เรียกว่าอยู่ในช่วงขาลงเรื่อยๆ ขนาดคนคุ้นเคยอย่าง “ไพศาล พืชมงคล” อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ยังโพสต์ว่าสังขารไม่เที่ยง ดูสีหน้าท่าทางแล้วน่าห่วง ควรไปหาหมอและฝึกเจริญอานาปานสติด้วย ...๐

ที่สังเกตได้ชัดคือความไม่อยู่กับร่องกับรอยมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ก็ประกาศกับคนเสื้อแดงที่จัดงานวันเกิดล่วงหน้าให้ว่าปีหน้าจะกลับมา หรือแม้แต่ที่คนใกล้ชิดและเครือญาติจัดงานให้ก็ประกาศว่ากลับแน่นอน แต่ล่าสุดกลับมาบอกว่า “จะกลับปีไหน กลับอย่างไร จะให้ลูกสาวเป็นคนพูดว่าจะกลับเมื่อไหร่” พลิกตลบยิ่งกว่า  กมธ.ที่ตัดงบกองทัพอากาศไม่ให้ซื้อ F-35A แล้วสุดท้ายในการอุทธรณ์กลับอนุมัติให้เสียอีก แต่อย่างน้อยก็เป็นการส่งสัญญาณชัดแจ้งจากนายใหญ่แล้วว่า แคนดิเดตนายกฯ นั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “แพทองธาร ชินวัตร” เพราะหากลูกสาวจะชี้นำและกำหนดได้ก็ต้องเป็นผู้นำประเทศเท่านั้น ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าว "หวยดิจิทัล” กันบ้าง เพราะดูเหมือน ตีปี๊บแสดงความดีอกดีใจกับยอดขายถล่มทลายแบบทำลายสถิติแทบจะทุกงวด ชาวบ้านร้านถิ่นเขาสงสัยกันว่า เมื่อไหร่จะแก้ไขในเรื่องการรับเงินรางวัลเสียที เพราะนี่ก็ผ่านมาไม่รู้จะกี่งวดต่อกี่งวดแล้ว งานนี้ “ลวรณ แสงสนิท” อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลควรเร่งชี้แจงแถลงไข เพราะไม่งั้นจะถูกหาว่าเลือกปฏิบัติเพราะเท่ากับล็อกและเอื้อประโยชน์ด้านข้อมูลให้กับกรุงไทย ที่มี “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” ปลัดกระทรวงการคลังนั่งเป็นประธานกรรมการธนาคารได้ เพราะตอนนี้ต้องบอกว่า “กรุงไทย” ถือเป็นแบงก์ที่มีดาต้ามหาศาลที่สามารถแปลงร่างไปทำกำไรมากที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์เลยก็ว่าได้ ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว