ตั้งแต่ช่วงมืดค่ำวันอังคารตามเวลาประเทศไทยจนตลอดทั้งวันพุธ คงไม่มีข่าวไหนที่จะร้อนแรงระดับโลกไปกว่ากรณี “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาเดินทางไปเยือนไต้หวัน เพราะตำแหน่งของ “เพโลซี” ไม่ใช่ขี้ไก่แต่ประการใด เพราะ เธอคือแคนดิเดตประธานาธิบดีสหรัฐลำดับที่ 2 หาก “โจ ไบเดน” ประธานธิบดีสหรัฐ และ “กมลา แฮร์ลิส” เกิดอุบัติเหตุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ งานนี้เลยทำให้ “มังกรจีน” ถึงกับเต้นผางกันเลยทีเดียว ...๐
แม้ตอนนี้ยังไม่มีการตอบโต้จาก “จีน” และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ตามที แต่เชื่อว่างานนี้แดนมังกรจะไม่อยู่นิ่งเฉยแน่นอน เพราะดูได้จาก ท่าทีของ “หวังอี้” ที่ออกมาซัดแบบเต็มเหนี่ยวว่าเป็นการกระทำขัดหลักการจีนเดียวอย่างร้ายแรง ละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างมุ่งร้าย!!!
ที่สำคัญยังเป็นการฉีกสัตยาบันที่ “ไบเดน” เคยให้ไว้กับ “สี” ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่า “เพโลซี” จะมาเยือนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกด้วย ซึ่งไบเดนคงปฏิเสธการกระทำของเธอได้ไม่เต็มปาก เพราะหนึ่งก็เป็นจากรากเดียวกัน คือ “เดโมแครต” หากเป็นยุคของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก็ว่ากันไปอย่าง เพราะเป็นไม้เบื่อไม้เมาระหว่างกัน หาก “เพโลซี” มาเยือนในคราวนั้นอาจเรียกว่าเป็นการวางยาวางแผนก็ได้ แต่นี่สมัย “ไบเดน” ก็บอกได้คำเดียวว่าจงใจแน่นอนๆ ...๐
ซ้ำร้ายยัง มีการวางแผน “ลับ ลวง พราง” อีกต่างหาก เพราะตามแถลงการณ์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ใน แผนการเดินทางของเธอในการมาเยือนเอเชีย-แปซิฟิกนั้น มีแค่ 4 ประเทศเท่านั้น คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย แต่หลังจากไปเยือนเมืองลอดช่องก็แหกกำหนดการมาจุดไฟความขัดแย้งให้โลกร้อนฉ่ากันแล้ว งานนี้เราจึงได้เห็นว่า “วลาดิมีร์ ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซียที่ออกมาประกาศยืนข้างจีนทันควัน เพราะกรณีนี้ก็สามารถเทียบเคียงกับกรณียูเครนได้ ...๐
เรียกว่าความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ซึ่งพี่ไทยโดยเฉพาะ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเดินเกมระหว่างประเทศให้ดี เพราะต่างก็เป็นมหามิตรด้วยกันทั้งคู่ ซึ่ง พี่ไทยก็อยู่ระหว่างเขาควายที่ต้องชั่ง ต้องบาลานซ์ให้เหมาะให้ควร แต่ที่แน่ๆ คือนิ่งสงบสยบเคลื่อนไหวนั้น คงจะเป็นเรื่องดีที่สุด งานนี้เลยต้องเรียกร้องบรรดานักการเมืองทั้งหลายก็พยายามอย่ายุแยงตะแคงรั่วและสงบปากสงบคำกันบ้างก็น่าจะเป็นเรื่องดี ...๐
กรณี “เพโลซี” นี้ ทำให้ข่าว โทนี่ วู้ดซัม ในคลับเฮ้าส์ถึงกับเหงาหงอยทีเดียว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ดูได้อย่าง “ตี๋ธนาธร” ทุกวันนี้โลกและสังคมก็แทบลืมเลือนไปแล้ว แม้จะมีการออกมาเต้นแร้งเต้นกาในเรื่องต่างๆ ก็มีแต่บรรดา “แฟนออนไลน์” ที่ไปเย้วๆ ให้กำลังใจเพราะเป็นไอดอลเท่านั้น แต่ในหน้าสื่อหนังสือพิมพ์หรือทีวีนั้น ต้องรีบประกาศตามหาคนหายกันเลยทีเดียว ...๐ ในขณะที่ “ทักษิณ ชินวัตร” แม้ยังมีราคา เพราะยังไม่สามารถก้าวข้ามได้ทั้งในส่วนของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลเอง แต่นับวัน “ทักษิณ” ก็เรียกว่าอยู่ในช่วงขาลงเรื่อยๆ ขนาดคนคุ้นเคยอย่าง “ไพศาล พืชมงคล” อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ยังโพสต์ว่าสังขารไม่เที่ยง ดูสีหน้าท่าทางแล้วน่าห่วง ควรไปหาหมอและฝึกเจริญอานาปานสติด้วย ...๐
ที่สังเกตได้ชัดคือความไม่อยู่กับร่องกับรอยมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ก็ประกาศกับคนเสื้อแดงที่จัดงานวันเกิดล่วงหน้าให้ว่าปีหน้าจะกลับมา หรือแม้แต่ที่คนใกล้ชิดและเครือญาติจัดงานให้ก็ประกาศว่ากลับแน่นอน แต่ล่าสุดกลับมาบอกว่า “จะกลับปีไหน กลับอย่างไร จะให้ลูกสาวเป็นคนพูดว่าจะกลับเมื่อไหร่” พลิกตลบยิ่งกว่า กมธ.ที่ตัดงบกองทัพอากาศไม่ให้ซื้อ F-35A แล้วสุดท้ายในการอุทธรณ์กลับอนุมัติให้เสียอีก แต่อย่างน้อยก็เป็นการส่งสัญญาณชัดแจ้งจากนายใหญ่แล้วว่า แคนดิเดตนายกฯ นั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “แพทองธาร ชินวัตร” เพราะหากลูกสาวจะชี้นำและกำหนดได้ก็ต้องเป็นผู้นำประเทศเท่านั้น ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าว "หวยดิจิทัล” กันบ้าง เพราะดูเหมือน ตีปี๊บแสดงความดีอกดีใจกับยอดขายถล่มทลายแบบทำลายสถิติแทบจะทุกงวด ชาวบ้านร้านถิ่นเขาสงสัยกันว่า เมื่อไหร่จะแก้ไขในเรื่องการรับเงินรางวัลเสียที เพราะนี่ก็ผ่านมาไม่รู้จะกี่งวดต่อกี่งวดแล้ว งานนี้ “ลวรณ แสงสนิท” อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลควรเร่งชี้แจงแถลงไข เพราะไม่งั้นจะถูกหาว่าเลือกปฏิบัติเพราะเท่ากับล็อกและเอื้อประโยชน์ด้านข้อมูลให้กับกรุงไทย ที่มี “กฤษฎา จีนะวิจารณะ” ปลัดกระทรวงการคลังนั่งเป็นประธานกรรมการธนาคารได้ เพราะตอนนี้ต้องบอกว่า “กรุงไทย” ถือเป็นแบงก์ที่มีดาต้ามหาศาลที่สามารถแปลงร่างไปทำกำไรมากที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์เลยก็ว่าได้ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่ายามนี้สภากาแฟทั้งหลายมักถกเรื่องใหญ่อยู่ 2 เรื่อง คือ ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลอนุทิน
บันทึกหน้า 4
ผ่านที่ประชุม ครม.เรียบร้อยแล้วสำหรับร่าง พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล
บันทึกหน้า 4
ความคิด สถานการณ์การเมืองในห้วงเวลานี้ แม้จะยังมีแรงกระเพื่อมในหลายมิติ แต่ประเด็นที่ถูกจับตาหนักกลับหนีไม่พ้น ปากท้องประชาชน ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพและเศรษฐกิจชะลอตัว
บันทึกหน้า 4
บันทึกในวันฉัตรมงคล วันหยุดราชการที่ระลึกถึงวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แล้วพรุ่งนี้ สังคมคนทำงานก็จะเข้าสู่โหมดปกติ หลังจากหยุดต่อเนื่องมาตั้งแต่วันแรงงานแห่งชาติ
บันทึกหน้า 4
สวัสดีวันแรงงาน 1 พ.ค.69 ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ รมว.แรงงาน เคยย้ำไว้ วันนี้เป็นวันหยุดตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้อง หากสั่งทำงานต้องได้ค่าตอบแทนเพิ่ม หรือหยุดชดเชยให้ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541


