ทำไมแนนซี เพโลซี จึงเป็น‘ปีศาจร้าย’สำหรับจีน?

คนในโซเชียลมีเดียจีนเรียกเธอว่า “แม่มด” บ้าง “ตัวแสบ” บ้าง หรือ “อีนางร้าย” บ้าง

เพราะการมาเยือนไต้หวันของเธอเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยกระดับความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันอย่างรุนแรง

แต่ถ้าถามผู้นำจีนเช่นประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หรือรัฐมนตรีต่างประเทศหวัง อี้ ก็จะรู้ว่าประวัติการเมืองของแนนซี เพโลซีในฐานะผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ นั้น เธอมีจุดยืนวิพากษ์จีนอย่างต่อเนื่องมายาวนานแล้ว

ในวัย 82 วันนี้ เพโลซีคงจะต้องการจะรักษาจุดยืนอย่างนั้นในช่วงก่อนจะทิ้งทวนออกจากแวดวงการเมือง

ย้อนกลับไป 1991 ซึ่งคือ 2 ปีหลังจาก “เหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมิน” ที่ผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาถูกกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์บดขยี้ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมินกลางกรุง

เพโลซีกับ ส.ส.อเมริกันอีก 2 คนไปปรากฏตัวที่จัตุรัสแห่งนั้น

โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าภาพชาวจีน

พอไปถึงจุดนั้น เธอกับพวกก็คลี่แบนเนอร์ผ้าเล็กๆ มีข้อความเขียนด้วยมืออ่านได้ความว่า "แด่ผู้ที่เสียชีวิตเพื่อประชาธิปไตยในจีน"

ตำรวจจีนรุดมาที่เกิดเหตุโดยพลัน เข้ามาสกัดนักข่าวฝรั่งที่ตามมาทำข่าวและไล่เพโลซีกับพวกออกไป

เธอเล่าในภายหลังว่า “เราวิ่งหนีตำรวจจีนเกือบเอาตัวไม่รอด...”

ตอนนั้นเธอเป็นเพียง ส.ส.จากรัฐแคลิฟอร์เนียใหม่ๆ ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมากนัก

อีกทั้งกลไกการออกข่าวของจีนยังไม่ทันสมัยเหมือนวันนี้

หลังจากนั้นไม่กี่วัน กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น "เรื่องตลกร้ายที่มีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า"

คนที่ไม่เห็นว่าตลกตรงไหนคนหนึ่งคือไมค์ ชีนอย อดีตหัวหน้าสำนักงาน CNN ประจำปักกิ่ง 

เขาบันทึกเหตุการณ์วันนั้นว่า เพโลซีเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาถูกตำรวจจีนจับในที่เกิดเหตุ

 เขาบอกว่า “ผมไม่รู้ล่วงหน้าว่าเพโลซีวางแผนจะทำอะไรที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ผมถูกควบคุมตัวไว้หลายชั่วโมง เพราะตำรวจตามจับคณะของเธอได้”

นักข่าว CNN คนนี้บอกว่า

“มันเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผมกับการชอบแสดงออกอย่างกร้าวๆ ของเพโลซี เธอจงใจยั่วยุผู้บริหารคอมมิวนิสต์ของจีนโดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา” 

ในรัฐสภาสหรัฐฯ เพโลซีก็เป็นผู้นำในการลงมติประณามการกระทำของจีนในปี 1989

และจากนั้นเป็นต้นมา เธอก็ยังคงพูดถึง "การสังหารหมู่" ของผู้ประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ต้องสงสัยว่าผู้นำจีนจะมีทัศนคติต่อเธออย่างไร แม้ก่อนหน้าจะเกิดกรณีมาเยือนไต้หวันด้วยซ้ำ

  “วีรกรรม” ของเพโลซีอีกเรื่องหนึ่งคือการพยายามจะยื่นจดหมายให้กับหู จิ่นเทา

ในการพบปะกับรองประธานาธิบดีหู จิ่นเทา ที่ตอนนั้นเป็นรองประธานาธิบดีจีนในปี 2002 เพโลซีพยายามส่งจดหมายสี่ฉบับเพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกักขัง และการจำคุกนักเคลื่อนไหวในจีนและทิเบต และเรียกร้องให้ปล่อยตัว

หูปฏิเสธ ไม่ยอมรับจดหมายจากเธอ

เจ็ดปีต่อมา เพโลซีก็ยื่นส่งจดหมายถึงหู จิ่นเทา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีแล้วใส่มือโดยตรง

เป็นจดหมายเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ซึ่งรวมถึงหลิว เสี่ยวโป นักเคลื่อนไหวประชาธิปไตยคนสำคัญของจีน

 หลิว เสี่ยวโป ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2010 แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปนอร์เวย์เพื่อรับรางวัล 

เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 2017 ขณะที่ยังอยู่ในการควบคุมของรัฐบาลจีน

ไม่แต่เท่านั้น ในปี 1993 เพโลซีคัดค้านการเสนอตัวของจีนเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโดยอ้างว่าจีนมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชน

เธอเป็นหนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติที่เรียกร้องประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แห่งสหรัฐฯ ให้คว่ำบาตรพิธีเปิดโอลิมปิกฤดูร้อนของจีนในปี 2008 แต่บุชไม่ทำตาม

มาถึงปีนี้ เธอก็เรียกร้องให้มี "การคว่ำบาตรทางการทูต" ต่อโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 ที่ปักกิ่ง โดยอ้างถึงการปฏิบัติของทางการจีนต่อชาวมุสลิมอุยกูร์ในมณฑลซินเจียง

                    หลายปีที่ผ่านมา เพโลซีได้ยกประเด็นเรื่องการค้าของจีนเพื่อโยงถึงประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และยังเสนอให้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ปักกิ่งจะเข้าสู่องค์การการค้าโลก

ในปี 1999 ก่อนการเยือนสหรัฐฯ ของนายกรัฐมนตรีจีน จู หรงจี เพื่อหารือเกี่ยวกับการรับเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก เพโลซีได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีบิล คลินตัน และรองประธานาธิบดีอัล กอร์ ขณะนั้นให้จีนยอมรับการประท้วงในปี 1989 ว่าเป็นความพยายามสนับสนุนประชาธิปไตย

และในปี 2008 หลังจากการพบปะกับทะไล ลามะ และเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบต เพโลซีวิพากษ์วิจารณ์สาธารณรัฐประชาชนจีนในการจัดการกับความไม่สงบในทิเบต 

ในการปราศรัยกับชาวทิเบตหลายพันคนในเมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย เพโลซีเรียกร้องให้ "ผู้รักเสรีภาพ" ทั่วโลกประณามจีนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทิเบต

ในปีเดียวกันนั้น เพโลซีชมเชยรัฐสภายุโรปสำหรับ "การตัดสินใจที่กล้าหาญ" ในการมอบรางวัล Sakharov Prize for Freedom of Thought แก่ผู้คัดค้านชาวจีนและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน Hu Jia 

และเรียกร้องให้รัฐบาลจีน "ปล่อย Hu Jia ออกจากคุกทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และเคารพเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคนในประเทศจีน"

และปี 2010 เพโลซีสนับสนุนร่างกฎหมายที่ระบุจีนเป็นผู้บิดเบือนค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบสำหรับการส่งออกของจีน

เรื่องฮ่องกงก็เช่นกัน เพโลซีวิพากษ์วิจารณ์การจำคุกนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกงในเดือนสิงหาคม 2017 

และพอถึงยุคสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่ทำเนียบขาวจะใช้มาตรการต่อจีนในปลายเดือนมีนาคม 2018 เพโลซีเป็นหนึ่งในบรรดาผู้กดดันให้ทรัมป์กำหนดบทลงโทษต่อจีน

เช่นในประเด็นการระบุจีนเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน และห้ามจีนกดดันบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ให้ยอมสละสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา 

ในเดือนกันยายน 2019 เพโลซีได้พบกับ Joshua Wong นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงที่ตึกรัฐสภาที่วอชิงตัน

สื่อจีนตอบโต้ด้วยการกล่าวหาเพโลซีว่า "สนับสนุนและสนับสนุนนักเคลื่อนไหวหัวรุนแรง" 

เห็นหรือยังว่าทำไมผู้นำจีนจึงมองเพโลซีเป็นศัตรูร้ายกาจที่ให้อภัยไม่ได้เป็นอันขาด

พอเธอมาเยือนไต้หวัน นั่นคือ “ฟางเส้นสุดท้าย” สำหรับปักกิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน