เมื่อลาฟรอฟเยือนเมียนมา

ใครจะต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยก็ดูเหมือนรัสเซียจะไม่สนใจ

ยังเดินหน้าสนับสนุนรัฐบาลทหารของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย Sergei Lavrov บินไปเยี่ยมเยือนผู้นำทหารพม่าอย่างชื่นมื่น

สื่อพม่าบอกว่าที่เมียนมานั้น ลาฟรอฟเดินทางมาถึงมีช้อปเปอร์คุ้มกันและได้รับเชิฐร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมหรูกับพ่อค้าอาวุธด้วยอย่างเป็นกันเอง

สื่อ Irrawaddy News ของเมียนมารายงานว่า ชาวเมืองเนปยีดอว์ เมืองหลวงของประเทศตื่นขึ้นในเช้าวันหนึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนก็ได้เห็นเฮลิคอปเตอร์ทหารบินว่อนอยู่เหนือท้องฟ้า

ถนนสู่กระทรวงการต่างประเทศถูกปิดกั้นเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยที่ประชาชนไม่ได้รับการบอกเล่าว่าสาเหตุอันใด

แต่ภาพที่เห็นแปลกๆ บ่งบอกว่ามีคนสำคัญกำลังเดินทางไปเนปยีดอว์

ชาวบ้านไม่รู้ว่าใครคือแขกผู้มีเกียรติท่านนั้น เพราะข้อมูลข่าวสารทั้งหลายทั้งปวงถูกเก็บเป็นความลับสุดยอดเพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือน

แต่สื่อรัสเซียรายงานว่า เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศกำลังเดินทางไปเนปยีดอว์

ทันทีที่ลาฟรอฟไปถึงเมืองหลวงที่ร้อนระอุ ก็ได้เห็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับอาคันตุกะที่รัฐบาลทหารพม่าให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

แขกพิเศษจากรัสเซียท่านนี้ได้รับการต้อนรับที่สนามบิน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาและอธิบดีกรมยุทธศาสตร์ศึกษาและฝึกอบรมของกระทรวงการต่างประเทศ

ผู้อำนวยการใหญ่ U Zaw Phyo Win เป็นบุตรเขยของ Than Shwe อดีตผู้นำเผด็จการ

เนปยีดอว์ถือเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุดในเมียนมาแล้ว เพราะเป็นที่พำนักของมิน อ่อง หล่าย, ผู้นำรัฐประหาร

เขาสั่งการให้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหลือล้นก็เพื่อแสดงความขอบคุณต่อรัสเซีย

มอสโกและปักกิ่งเป็น 2 ประเทศหลักสกัดกั้นการดำเนินการใดๆ ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ต่อต้านระบอบการปกครองทหารของเมียนมามาตลอด

นักข่าวพม่าบอกว่า ดูเหมือนลาฟรอฟจะแสดงความพึงพอใจกับการต้อนรับอันอบอุ่นและคึกคักวันนั้น

เริ่มด้วยการประชุมระหว่างลาฟรอฟกับนายวันนา หม่อง ลวิน รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ที่กระทรวงการต่างประเทศ

แถลงการณ์ทางการหลังจากการประชุมแจ้งว่าทั้ง 2 ฝ่าย “แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างจริงใจเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีและความร่วมมือ และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศในเวทีพหุภาคี บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน”

อีกทั้งยังระบุว่า รัฐมนตรีเมียนมาได้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อสหพันธรัฐรัสเซีย มิตรแท้ของเมียนมา สำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องที่มอบให้เมียนมาทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี

ลาฟรอฟตอบสนองด้วยการขอบคุณเมียนมาสำหรับการสนับสนุนการบุกเข้ายูเครนของรัสเซีย โดยกล่าวว่า

“เรามีจุดยืนที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความพยายาม [โดยรัฐบาลทหารของเมียนมา] ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพสถานการณ์ในประเทศ”

รัสเซียเป็นพันธมิตรรายใหญ่และเป็นผู้ขายอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ที่ฝ่ายต่อต้านในเมียนมาบอกว่าถูกนำไปใช้ไล่ล่าและโจมตีพลเรือนนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารปีที่แล้ว

จังหวะการมาเยือนของรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเป็นการสะท้อนถึงความไม่ยี่หระของมอสโกต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อรัฐบาลทหารพม่าในหลายๆ กรณี

รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลทหารได้จุดชนวนให้เกิดความไม่พอใจในระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย 4 คนก่อนหน้านั้นไม่นาน

ภาพที่เห็นคือ การรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมหรูกลางเมืองหลวงของเมียนมา

วันนา หม่อง ลวิน รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา (ที่ไม่ได้รับเชิญไปร่วมประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงพนมเปญ) เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันสำหรับคณะผู้แทนรัสเซียที่โรงแรม Aureum Palace

สื่อ Irrawaddy News บอกว่า เจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้คือ Teza หนึ่งในนายหน้าหลักที่มีบทบาทโยงกับข้อตกลงด้านซื้อขายอาวุธระหว่างกองทัพเมียนมากับรัสเซีย

จากนั้นลาฟรอฟก็ได้พบ มิน อ่อง หล่าย ที่ทำเนียบประธานาธิบดี

ที่ทำงานแห่งนี้ถูกเปลี่ยนชื่อโดยหัวหน้ารัฐบาลทหารตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปีที่แล้วเป็น “สำนักงานสภาบริหารรัฐ” (State Administration Council)

ห้องโถงรับรองแห่งนี้เองที่เคยเป็นที่ที่ประธานาธิบดีอูวินหมิ่นเคยใช้เป็นที่ต้อนรับบุคคลสำคัญระดับนานาชาติ ก่อนที่เขาจะถูกขับออกไปพร้อมกับรัฐบาลสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) โดยมี อองซาน ซูจี เป็นเป้าหมายหลักของการโค่นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

นักข่าวบอกว่า มิน อ่อง หล่าย พยายามเต็มที่ในอันที่จะสวมบทบาทเป็น “ประมุขที่ถูกต้องตามกฎหมายของรัฐ” ขณะที่ให้การต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนจากรัสเซีย

เช่นเดิม มิน อ่อง หล่าย บอกลาฟรอฟถึงเหตุผลที่ต้องก่อรัฐประหาร

โดยใช้ข้ออ้างเดิมๆ กล่าวหาว่าพรรค NLD โกงคะแนนเสียงครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งปี 2020

ไม่ต้องวิเคราะห์ให้ยากก็พอจะรู้ว่าการมาเยือนของลาฟรอฟคือการส่งสัญญาณสนับสนุนรัฐบาลทหารแม้จะถูกประณามอย่างหนัก (แม้จากเพื่อนสมาชิกอาเซียนเอง) จากการกระทำทารุณหลังรัฐประหารต่อพลเรือนและการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยเมื่อเร็วๆ นี้

ความหวั่นเกรงของนักสังเกตการณ์ระหว่างประเทศก็คือ การที่มอสโกแสดงออกเช่นนั้นอาจจะเป็นการให้ท้าย มิน อ่อง หล่าย เดินหน้ากระทำความทารุณต่อพลเรือนและผู้เห็นต่างอย่างไม่สิ้นสุด

ลาฟรอฟเคยไปเยือนเมืองเนปยีดอว์เมื่อปี 2013

ส่วน มิน อ่อง หล่าย เยือนรัสเซียมาแล้ว 8 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2013 ล่าสุดคือในเดือนกรกฎาคมของปีนี้นี่เอง

แต่เขายังไม่มีโอกาสพบประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียจนถึงวันนี้

แค่รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียมาปรากฏตัวกลางเมืองหลวงเมียนมาก็สะท้อนถึงจุดยืนของรัสเซียต่อรัฐบาลเมียนมาที่เห็นพ้องต้องกันว่า

เสียงเรียกร้องให้มีการเจรจากับฝ่ายต่างๆ ในเมียนมาเพื่อแสวงหาสันติภาพตาม “ฉันทามติ 5 ข้อ” ของอาเซียนนั้นไม่มีความหมายสำหรับทั้ง มิน อ่อง หล่าย และลาฟรอฟเลยแม้แต่น้อย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน