ปักกิ่งยังเดินหน้ากดดันไต้หวันต่อไป...เหมือนจะต้องการสั่งสอนว่าต่อไปนี้จะโดนปิดล้อมการติดต่อกับตะวันตกทุกวิถีทาง
ล่าสุดจีนประกาศห้ามสหรัฐฯเจรจาการค้ากับไต้หวัน
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เป็นที่รู้กันว่าวอชิงตันกับไทเปมีข้อตกลงการค้ากันอย่างต่อเนื่อง
เรื่องขุ่นข้องหมองใจล่าสุดนี้บอกว่าเดิมไต้ไหวันเตรียมจะเปิดเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการกับสหรัฐฯ เพื่อขยายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นด้านเศรษฐกิจอยู่แล้วให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น
เพราะทั้งสองอ้างได้ว่าเป็นการไปมาหาสู่ด้านที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง
ขนาดเรื่องขายอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ยังทำกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาแล้ว ไฉนจะค้าขายกันมากขึ้นไม่ได้
แต่จากนี้ไปจะไม่เหมือนเดิม เพียงแค่มีข่าวเท่านั้น กระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านความเคลื่อนไหวนี้
โดยปักกิ่งอ้างว่าขัดต่อหลักการ “จีนเดียว” อีกเช่นกัน
แปลว่าถ้าอเมริกาจะทำข้อตกลงการค้ากับไต้หวันก็ต้องทำกับปักกิ่งเท่านั้น
หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงเรียกร้องสหรัฐฯยุติความเคลื่อนไหวใดๆ ที่เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน
นั่นรวมถึงให้หยุดการเจรจาข้อตกลงใด ๆ ที่สื่อถึงการยอมรับการเป็นประเทศอธิปไตยของไต้หวัน
โดยย้ำอีกว่าไต้หวันเป็นดินแดนของจีนที่แบ่งแยกมิได้ และการเข้าร่วมทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างไต้หวันและประเทศอื่น ต้องเป็นไปตามหลักการจีนเดียว
"เราขอเรียกร้องให้ฝ่ายสหรัฐฯยึดมั่นในหลักการจีนเดียว และบทบัญญัติในแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ 3 ฉบับ โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเป็นรูปธรรม หยุดการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน หยุดการเจรจาข้อตกลงที่แฝงนัยยะด้านอธิปไตย และ ความชอบธรรมของเจ้าหน้าที่ไต้หวัน และ หลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณผิดๆให้กลับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน...”
และสำทับว่าจีนพร้อมจะใช้มาตรการที่เด็ดขาดปกป้องอธิปไตยของชาติและบูรณภาพเหนือดินแดน
“เราขอเรียกร้องให้สหรัฐฯ อย่าเข้าใจสถานการณ์ผิด และ หลีกเลี่ยงการทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
เสียงร้อนแรงล่าสุดชุดนี้จากกระทรวงการต่างประเทศของจีน เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และไต้หวันตกลงที่จะเริ่มการเจรจาหารือประเด็นการค้า
โดย ผู้แทนการเจรจาการค้าของไต้หวัน แสดงความหวังว่า การหารือนี้จะเริ่มต้นได้ในเดือนหน้า และหวังด้วยว่า การเจรจานี้จะนำไปสู่ข้อตกลงการค้าเสรีที่ไต้หวันต้องการทำกับสหรัฐฯ ให้ได้ในอนาคตอันใกล้
หัวข้อที่เตรียมการเจรจากันคือสหรัฐฯ และไต้หวันมีตั้งแต่การอำนวยความสะดวกทางการค้า หลักปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปจนถึงการกำจัดอุปสรรคทางการค้าที่มีการเลือกปฏิบัติออกไปให้หมด
ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือผู้แทนการเจรจาการค้าของไต้หวันแจ้งว่าหนึ่งในหัวข้อการประชุมก็คือ ประเด็น “พฤติกรรมข่มขู่ทางเศรษฐกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่”
นั่นหมายถึงการที่จีนพยายามจะปิดกั้นการค้ากับประเทศต่าง ๆ ที่จีนมีปัญหาด้วย
ซึ่งก็เกิดขึ้นแล้วเช่น กรณีของประเทศลิทัวเนีย
หลังจากที่ประเทศนั้นเปิดทางให้ไต้หวันเปิดทำการสถานทูตทางพฤตินัยที่กรุงวิลนีอุส
นาง ฮุง ซิว-ชู (Hung Hsiu-chu) อดีตหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งของไต้หวันซึ่งสนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่บอกสื่อรัฐบาลจีนว่าเธอเชื่อว่าการรวมชาติจะได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวันค่อนข้างแน่นอน
นักการเมืองหญิงบนเกาะไต้หวันแห่งนี้บอกว่าสาเหตุที่คนไต้หวันรุ่นใหม่มีความรู้สึกผูกพันกับจีนแผ่นกินใหญ่น้อยก็เพราะทางการไต้หวันมีแก้ไขเนื้อหาสาระตำราเรียน และปรับแก้หลักสูตรของโรงเรียนในระดับต่าง ๆ
จนมีผลให้ขาดความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ระหว่างแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน
แต่เธอก็เชื่อว่าคนไต้หวันรุ่นใหม่ต่างก็แสวงหาอนาคตที่สดใส
ดังนั้นพวกเขาและเธอก็คงจะพยายามแสวงหาความรู้และ
ข้อมูลที่จะเข้าใจจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งกำลังเติบโตเจริญก้าวหน้าอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินยังยืนหยัดต่อต้านจีนแผ่นดินใหญ่อยู่อย่างไม่ลดละ
วันก่อนเธอไปเยือนกองทัพเรือก็ถือโอกาสแสดงความเห็นตอกย้ำจุดยืนนั้นอีกครั้ง
เธอเปรียบเทียบไต้หวันเหมือนเรือที่บางครั้งต้องเผชิญกับคลื่นลมซึ่งบางครั้งก็ไม่อาจจะคาดเดาได้ล่วงหน้า
ที่สำคัญหากทุกคนที่อยู่บนเรือมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเธอก็เชื่อว่าจะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใดได้
อีกด้านหนึ่งมีการสนทนาที่น่าสนใจของเอกอัครราชทูตจีนประจำวอชิงตัน Qin Gang (ฉินกาง) กับคำถามว่า “จีนได้เรียนรู้อะไรจากความข้ดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน”
Mary Louise Kell แห่งสถานีวิทยุ NPR ของอเมริกาคือคู่สนทนานั้น
ตอนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนคือ
Mary Louise Kelly (NPR): มีการพูดคุยกันมากมายในวอชิงตันเกี่ยวกับบทเรียนที่จีนได้รับจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย คุณกำลังเรียนรู้อะไรจากสงครามในยูเครน คุณเห็นความคล้ายคลึงกันหรือไม่? คุณเห็นความแตกต่างหรือไม่?
เอกอัครราชทูต Qin Gang: ผมไม่รู้ว่าสหรัฐฯ ควรเรียนรู้บทเรียนใดจากวิกฤตยูเครน จีนไม่มีส่วนเกี่ยวพันกับวิกฤตครั้งนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องระหว่างจีนและยูเครน จีนไม่ใช่นาโต้
จีนคือพลังแห่งสันติภาพ ในช่วงเริ่มต้นของวิกฤต จีนเรียกร้องให้มีสันติภาพ หยุดยิง แก้ปัญหาทางการเมืองผ่านการปรึกษาหารือทางการทูต และเราไม่ส่งอาวุธ กระสุนปืน สิ่งที่จีนส่งไปยังยูเครนคือถุงนอน ยารักษาโรค ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
หากมีบทเรียนใดที่สหรัฐฯ, นาโต้ หรือฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะหยิบยกขึ้นมาได้ นั่นอาจเป็นวิธีการพยายามรักษาความปลอดภัยให้จงได้ ประเทศไม่สามารถสร้างความปลอดภัยโดยใช้เงินประเทศอื่น และต้องคำนึงถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่ถูกต้องตามกฎหมายของทุกประเทศด้วย...”
น่าสนใจตรงที่ท่านทูตจีนพยายามจะรักษาจุดยืนที่ไม่ต้องการให้ฝ่ายใดฝ่ายใดลากเข้าไปพัวพันในสงครามยูเครน...แม้ว่าจะสนับสนุนรัสเซียในหลักการก็ตาม
อย่างนี้ต้องอ่านระหว่างบรรทัดจึงจะเข้าใจความหมายที่แท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


