บทบาทของประธานาธิบดีโจโค วิโดโดแห่งอินโดนีเซียในฐานะนักการทูตเอเซียคนแรกที่บินว่อนไปพบผู้นำสหรัฐฯ, จีน, รัสเซีย,ยูเครนและสหภาพยุโรปโดดเด่นเป็นพิเศษ
โจโควีกำลังจะแสดงบทบาทผู้นำทางการทูตในระดับสากลเพราะเขามองออกว่าประเทศยักษ์ ๆ ไม่สามารถคุยกันเองได้รู้เรื่อง
ที่สำคัญคือองค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติก็ไม่สามารถเล่นบทเป็นกลไกของการไกล่เกลี่ยได้
กรณีสงครามยูเครนและวิกฤตไต้หวันก็ยืนยันแล้วว่าเอาเข้าจริง ๆ ยูเอ็นก็ไม่มี “น้ำยา” เพราะมหาอำนาจไม่ยอมรับการต่อรองเจรจาที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้กำหนดกติกา
คณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติก็ไร้ประสิทธิภาพเพราะในบรรดา 5 ประเทศสมาชิกถาวรนั้นต่างก็ล้วนมีอำนาจ “วีโต้” ทั้งสิ้น
ชาติใดชาติหนึ่งใน 5 ชาตินี้ยกมือค้านเท่านั้น มติใด ๆ ก็มีอันต้องตกไป
การมองการเมืองเรื่องยุ่ง ๆ ในสายตาของโจโควีในการให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Bloomberg เมื่อสัปดาห์ก่อนจึงน่าสนใจ เพราะเขาตอบคำถามเรื่องที่ผู้คนอยากรู้มุมมองของอินโดฯในจังหวะนี้มาก
ผมเก็บเอาถาม-ตอบบางตอนมาให้ได้อ่านเพื่อทำความเข้าใจกับวิธีคิดของผู้นำอินโดฯ เพื่อนเราในอาเซียนที่มีบทบาทน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้นทุกที
ถาม: คุณอยู่ตรงกลางของการต่อสู้ระหว่างสหรัฐฯ-จีนเพื่อแย่งชิงอิทธิพลในเอเชีย การตัดสินใจของประธานสภาฯเปโลซีของสหรัฐฯ ที่จะไปเยือนไต้หวันนั้นฉลาดหรือมีความรับผิดชอบหรือไม่?
โจโควี: การแย่งชิงกันของประเทศใหญ่นั้นน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เราต้องการให้ภูมิภาคนี้มีเสถียรภาพ สันติสุข เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ และผมคิดว่าไม่เพียงแต่ในอินโดนีเซียเท่านั้นที่คิดอย่างนี้ ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียก็ต้องการสิ่งเดียวกันด้วย
ถาม: มีความกังวลว่าความขัดแย้งในไต้หวันจะขยายไปสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งอินโดนีเซียมีการอ้างสิทธิ์ในอาณาเขตเป็นจำนวนมาก จุดยืนของคุณคืออะไร?
โจโควี: เราต้องการให้ภูมิภาคนี้สงบสุข ไม่ควรมาถึงจุดที่ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจนมีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และก็จะส่งผลต่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนของเรา
ในความคิดของผม สิ่งสำคัญคือต้องมีพื้นที่สำหรับการพูดคุยระหว่างผู้นำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำของประเทศใหญ่ๆ
สถานการณ์ทั่วโลกทุกวันนี้อยู่ในภาวะยุ่งยากมากและไม่ควรมีปัญหาที่ไม่จำเป็นเพิ่มเติม เรากำลังเผชิญกับวิกฤตอาหารและวิกฤตด้านพลังงานที่ไม่ได้รับการแก้ไข และโรคระบาดยังคงมีอยู่ในบางประเทศ
ถาม: หากแนนซี่ เพโลซีต้องการยืนหยัดต้านจีนจริงๆ เธอควรมาเจรจาเรื่องการค้าไม่ใช่หรือ?
โจโควี: แนวทางที่ดีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือแนวทางทางเศรษฐกิจ
เราหวังในเรื่องนี้เพราะสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่นี่ยังไม่ฟื้นตัวและเราต้องการการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากเราถูกขอให้ทำอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับปากท้อง เราก็จะต้องปฏิเสธ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือการค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน สิ่งที่เราต้องการคือการลงทุนที่สนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมเรา
นี่เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆ ในเอเชียเหมือนกัน รวมทั้งอินโดนีเซีย
เป็นการลงทุนอะไรหรือ? ถ้ามาจากประเทศจีนเรายินดี ถ้ามาจากอเมริกาก็ยินดีครับ เราจะไม่จู้จี้จุกจิกับเรื่องนี้
ถาม: คุณเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้พบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเมื่อเร็วๆ นี้ เขาตอบรับคำเชิญของคุณให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด G-20 ด้วยตนเองหรือไม่
โจโควี: สีจิ้นผิงจะมา
ถาม: แล้ววลาดิเมียร์ ปูตินล่ะ?
โจโควี: ประธานาธิบดีปูตินก็ได้บอกผมว่าเขาจะมา
ถาม: การประชุมสุดยอดG-20 มีประโยชน์อะไรหรือ? อินโดนีเซียสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างในฐานะเจ้าภาพ?
โจโควี: ใช่ ดีกว่ามีความขัดแย้งอย่างเปิดเผย ควรมีเวทีสนทนาเช่น G-20 จะดีกว่า
หากมีพื้นที่สำหรับการสนทนา เราสามารถพูดคุยและหวังว่าจะมีแนวทางแก้ไข นี่คือสิ่งที่เราต้องการ นี่คือเหตุผลที่เรามีพื้นที่สำหรับการพูดจาหารือ
เราไม่ต้องการเพิ่มความขัดแย้งหรือปัญหาแต่เพื่อแก้ไขปัญหา ต้องมีการสื่อสารแม้ว่าจะไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาได้เสมอไปก็ตาม
ถาม: คุณสั่งหยุดการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นวัตถุดิบหลายรายการ อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป? คุณจะหยุดการส่งออกนิกเกิลหรือไม่?
โจโควีซ: ผมจะยกเอานิกเกิลเป็นตัวอย่าง เมื่อเราส่งออกนิกเกิลเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว มีมูลค่าเพียง 1.1 พันล้านดอลลาร์ แต่เมื่อเราปรับให้เป็น downstream ในปี 2564 การส่งออกของเรามีมูลค่า 20.8 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 18 เท่า
นั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะทำกับบอกไซต์ ทองแดง ดีบุก น้ำมันปาล์มดิบ และอื่นๆ เราไม่ได้ปิด แต่เรากำลังเปิดอยู่ สหรัฐ จีน ยุโรป มาร่วมงานกันไหม? ประตูเราเปิดอยู่
ถาม: อินโดนีเซียกำลังศึกษาการจัดเก็บภาษีส่งออกสำหรับนิกเกิลเพื่อให้แน่ใจว่าเหมืองในท้องถิ่นจะไม่หมดลงเมื่อถึงเวลาที่ประเทศจะสร้างโรงงานแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ ยังเป็นอย่างนี้อยู่หรือเปล่า?
โจโควี: มันเป็นไปได้ที่จะทำเช่นนั้นในปีนี้
ถาม: คุณมีข้อตกลงการจัดหานิกเกิลมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์กับเทสลาเป็นเวลาห้าปี การพูดคุยกับ Elon Musk ดำเนินมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับการสร้างสถานที่จัดเก็บแบตเตอรี่ เรื่องนี้ล่าสุดเป็นเช่นไร
โจโควี: ถ้าเป็นเทสลา เราต้องการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซีย จากฟอร์ดเช่นกัน เราต้องการสร้างรถยนต์ไฟฟ้า จากฮุนได จากผู้ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่น โตโยต้า และซูซูกิ เราต้องการระบบนิเวศขนาดใหญ่ของรถยนต์ไฟฟ้า เราไม่เพียงแค่ต้องการใช้แบตเตอรี่เพียงเพราะนั่นเป็นเพียงครึ่งเดียวของโครงการเท่านั้น
ถาม: อะไรที่ทำให้ Tesla ไม่ต้องการที่จะสร้างซัพพลายเชนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และคุณจะเสนอวิธีแก้ปัญหานี้อย่างไร
โจโควี: ยังอยู่ในระหว่างการพูดจากัน มาดูผลลัพธ์สุดท้ายกันในภายหลัง ทุกอย่างต้องใช้เวลา ฉันไม่อยากไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีผลลัพธ์ มันต้องการการสื่อสารที่เข้มข้นและผลลัพธ์จะแสดงออกมา
ถาม: คุณเสียใจกับการตัดสินใจห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มหรือไม่?
โจโควี: ในขณะนั้น -- สถานการณ์ตลาดในประเทศ -- มีการพุ่งขึ้นของราคาเกือบสองเท่า ดังนั้นเราจึงออกนโยบาย มีนโยบายหลายอย่างแต่ก็แก้ปัญหาไม่ได้เป็นเวลาสี่เดือน เราจึงหยุดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ หลังจากที่ราคาในประเทศลดลง เราก็กลับมาส่งออกต่อ ฉันคิดว่าไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


