
ทำไมฝ่ายแค้นถึงเร่งรีบที่จะโค่นล้มรัฐบาลลุงตู่ หรือว่าพวกเขากลัวว่าถ้าปล่อยให้ลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินต่อไปจนถึงวันที่มีการเลือกตั้งใหม่ คะแนนนิยมลุงตู่จะสูงขึ้น เพราะลุงตู่บริหารราชการแผ่นดินด้วยการเอาประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง การทำงานของลุงตู่มีทั้งการแก้ปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมมานาน และยังมีโครงการในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอีกหลายโครงการ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีให้เห็นเป็นประจักษ์มากมาย
โครงการ EEC เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคตะวันออก 3 จังหวัด ทำให้เศรษฐกิจมหภาคเติบโตแบบยั่งยืน มีการลงทุนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ มีการจ้างงาน มีการผลิตที่เพิ่ม GDP ของประเทศ ทำให้การส่งออกเติบโตถึง 12.7% และยังมีโครงกาสรอื่นๆ ที่เป็นส่วนเสริมความสำเร็จของ EEC อีกหลายโครงการ ทั้งระบบโทรคมนาคมดิจิทัล การพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในภาคส่วนของสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม มีโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน ก่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกมากมาย รวมทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คือ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เป็นการพัฒนาระบบขนส่งทางรางที่รวดเร็ว ทำให้มีการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบบริเวณสถานีต่างๆ ตลอดระยะทาง รถไฟความเร็วสูงนี้จะบริการนักท่องเที่ยว ประชาชนที่เดินทางไปในพื้นที่ 3 จังหวัด จะได้สะดวกสบายมากขึ้น เศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างแน่นอน
การให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบ Logistics ด้วยแนวความคิดเชื่อมโยงล้อ ราง เรือ ทำให้มีการพัฒนาเส้นทางรถไฟ ทั้งภายในจังหวัดที่มีมากกว่ากรุงเทพมหานคร และรถไฟระหว่างจังหวัดที่มีทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง และรถไฟสายใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ประชาชนจึงได้เห็นรถไฟฟ้าหลากสีเกือบทุกเส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมนฑล มีทั้งที่เสร็จแล้ว และที่กำลังจะเสร็จ ถ้าลุงตู่อยู่ต่อ คงทำให้เสร็จหมดทุกเส้นทาง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดจะเสร็จเกือบหมด ลุงตู่ทำให้การขนส่งทางรางเพื่อการเดินทางของประชาชนสะดวกสบาย รวดเร็ว หลากหลายเส้นทาง
นอกจากระบบรางแล้ว ลุงตู่ยังพัฒนาถนนอีกหลายสาย มีทั้งถนนภายในจังหวัดต่างๆ มีทั้งสะพานข้ามแยก ทางลอดข้ามแยกเพื่อลดปัญหาการจราจรในจังหวัดต่างๆ มีถนนเลี่ยงเมืองเชื่อมจังหวัดต่างๆ ให้ประชาชนเดินทางสะดวกมากขึ้น เป็นประโยชน์ทั้งการดำเนินชีวิตประจำวันและการขนส่งสินค้าที่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ต่างๆ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการสร้างทางสำหรับรถยนต์ (Motorway) เพิ่มขึ้นทั้งทางตะวันออก ตะวันตก ตะวันออกเฉียงเหนือ และทางใต้ ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว แต่ถนนระหว่างเมืองที่มีการพัฒนานั้นมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อเอื้อให้เกิดการขนส่งสินค้าที่รวดเร็วขึ้น และยังมีบทบาทในการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ สอดคล้องกับนโยบายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ด้วยแนวความคิดเชิงยุทธศาสตร์ และลุงตู่พัฒนาประเทศโดย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”
นอกจากรางและล้อแล้ว ในการพัฒนาระบบ Logistics ของลุงตู่ยังให้ความสำคัญกับ “เรือ” ด้วย ทั้งเรือในน้ำและเรือบินทางอากาศ ลำคลองที่เป็นเส้นทางสัญจรสะอาดสะอ้านขึ้น การบุกรุกคลองหายไป ชุมชนแออัดริมคลองหายไป ทำให้คลองสะอาด และมีบ้านประชารัฐ บ้านมั่นคงให้ประชาชนได้อยู่อาศัยอย่างผาสุกและถูกต้องตามกฎหมาย การเดินทางไปทำงานทางเรือก็สะดวก รวดเร็ว ลดปัญหาจราจร และไม่ต้องเผชิญกับน้ำเน่า มีการพัฒนาท่าเรือ โดยเฉพาะท่าเรือที่แหลมฉบัง กลายเป็นท่าเรืออัจริยะที่เป็นมากกว่าท่าเรือ เอื้ออำนวยกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับเรือบินนั้นมีการปรับปรุงสนามบินในต่างจังหวัดหลายแห่งให้เป็นสนามบินนานาชาติที่ได้มาตรฐานสากล และยังมีสนามบินน้องใหมที่เบตง เป็นสนามบินที่มีความสวยงาม และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเบตงและจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งหมดนี้เป็นผลงานด้าน Logistics ที่โดดเด่นของลุงตู่ตลอดระยะเวลาของการเป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี
ในการพัฒนาระบบรางนั้น ลุงตู่ทำให้สถานีกลางบางซื่อแล้วเสร็จเป็นผลงานการพัฒนาที่เป็นความจริงเชิงประจักษ์ สถานีแห่งนี้ใหญ่ที่สุดใน ASEAN และเป็นที่ 2 ของ Asia รองจากจีน สถานี้แห่งนี้เป็นชุมทางของรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสีต่างๆ สถานีแห่งนี้มีการออกแบบสวยงามทันสมัย มีพื้นที่พาณิชย์สำหรับบริการประชาชนที่หลากหลาย ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า และการบริการอื่นๆ สถานีแห่งนี้เป็นสถานีกลางอัจริยะที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย อำนวยความสะดวกสบายให้ประชาชนที่มาใช้บริการ นอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับการใช้สอยแล้ว สถานีแห่งนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพัฒนาการของการรถไฟของประเทศไทย และด้วยความยิ่งใหญ่และความทันสมัยในด้านเทคโนโลยี สถานีแห่งนี้ยังมีส่วนในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย
ผลงานของลุงตู่มีมากกว่านี้อีกมากมาย การสร้างผลงานทั้งการแก้ปัญหาของประเทศและการพัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่ลุงตู่ทำมานั้น มีคนกลัวว่าถ้าให้ลุงตู่อยู่ต่อคะแนนนิยมของลุงตู่น่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐอาจจะประชาสัมพันธ์ผลงานของลุงตู่ไม่ดีพอ ทำให้คนที่ต้องการไล่ลุงตู่สามารถสร้างวาทกรรมว่า 8 ปีไม่มีผลงาน ทำให้ FC ของลุงตู่ทนไม่ได้ ออกมาเล่าผลงานของลุงตู่บนพื้นที่ Social Media กันมากขึ้น ตรงนี้กระมังที่พวกเขากลัว ถ้าประชาชนรู้ความจริง ย่อมอยากให้ลุงตู่อยู่ต่อนะจ๊ะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อวิชชา'กับโลกธรรมที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา!!!
ตกลงท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ก็ยังคงไปต่อ...หรือยังคงอยู่ได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยและตัดสินไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านของรัฐบาลไม่ขัดอะไรกับรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พวกที่รู้ลึก รู้มาก แต่อาจไม่รู้จักตัวเองเอาเลยก็เป็นได้ หรือพวกที่สนุกสนานอยู่กับการร่ำลือถึงนายกรัฐมนตรีสำรอง ที่มีชื่อย่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ศ.ศาลา อาจถึงขั้นโศกเศร้า ศึม (ซึม) กะทือ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดคำนวณได้... (2) คืออันที่จริงความพยายามควานหาว่าใคร? คือผู้ที่มีชื่อย่อขึ้นด้วยตัวอักษร ศ. มันก็อาจคล้ายๆ
ยิ่งใกล้ยิ่งฝุ่นตลบ!
นี่ซิ...ยุทธจักรโล่เงินของแท้ ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะมือต่อไม้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ใครโง่...ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้
ว่าด้วยมาตรฐานความดีและความชั่ว!!!
มีผู้นำประเทศอย่างท่านนายกฯ เสี่ยหนู อนุทิน หรือมีผู้ว่าฯ กทม.อย่าง ชัชชาติ บุรุษผู้กล้ามใหญ่ในปฐพี อันที่จริงถ้าจะว่าให้ถึงที่สุดแล้ว...มันก็น่าจะพอกล้อมๆ แกล้มๆ น่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้
เริ่มตั้งไข่ศูนย์บัญชาการรบ 'เอไอ'
คิวใหญ่ "กรมปทุมวัน" หากไม่มีอะไรแทรก ไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ปลายเดือน ก.ค.นี้น่าจะถึงคิวการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16
ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์
ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

