ขวากหนามสุราพื้นบ้าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา พรรคกล้าจัดงาน “กล้าเฟส : สุขอุราไทย”

เชิญผู้เชี่ยวชาญ คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มานั่งพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสุราพื้นบ้าน คราฟต์เบียร์ ทั้งในแง่กฎหมายที่กีดกันการผลิต การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การตลาด

เรื่องนี้หลายพรรคการเมืองตื่นตัว เล็งเห็นว่าจะเป็นช่องทางการหารายได้ให้กับประชาชนได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ถึงขนาดผลักดันร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่รู้จักในนาม พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เข้าสู่สภา ซึ่งที่ประชุมสภาก็ได้รับหลักการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ โดยมีอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะ กมธ.

เวลาเดียวกัน “พรรคกล้า” ก็จัดงานขึ้นโดยมุ่งหวังที่จะเดินหน้านโยบายแปรรูปสินค้าเกษตรเป็นสินค้าพรีเมียม ขยายโอกาสให้เกษตรกร เพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันท่องเที่ยว ภายในงานมีผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน คนทำคนขายสุรา ไวน์ เบียร์ นักวิชาการ นักการตลาด ส.ส. เข้าร่วม

 “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” เลขาธิการพรรคกล้า บอกว่า “ตอนนี้กติกาไม่เป็นธรรมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค อย่างเช่น ห้ามขายสุรา 14.00-17.00 น. ด้วยเหตุผลเก่าแก่ในปี 2515 ว่ากลัวข้าราชการเมาแล้วไม่ทำงาน ทั้งที่ไทยเป็นประเทศท่องเที่ยว และแม้รัฐบาลอนุญาตให้วิสาหกิจชุมชนผลิตเหล้าขายได้ แต่กลับห้ามขายผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้ผลิตไม่สามารถบอกว่าสิ่งที่อยู่ในขวดคืออะไร เป็น จิน วอดก้า หรือรัม จึงต้องใช้ความกล้าหาญ นำทฤษฎีไม้เสียบลูกชิ้น ทะลุทุกกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ทะลุปัญหาต่างๆ เหล่านี้ไปด้วยกัน”

นอกรอบยังมีโอกาสได้เสวนากับ “อาจารย์เจริญ เจริญชัย” อ.คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ถึงเมื่อครั้งที่พิจารณาร่างกฎหมายสุราก้าวหน้าในสภา แล้วตัวแทนกรมสรรพสามิตมีการพูดว่ากรมฯ ได้ปรับปรุงกฎกระทรวง ซึ่งแน่นอนว่าจะยกเลิกทุนจดทะเบียน และทบทวนกำลังการผลิตให้เหมาะสมกับการควบคุม โดยจะใช้เวลาในการปรับปรุงภายใน 3 เดือน และจะเสนอต่อรัฐมนตรีเพื่อให้บังคับใช้โดยเร็ว

 “อ.เจริญ” กล่าวว่า ถ้าแก้ไขได้ก็จะเป็นการดี และทิ้งท้ายว่า นี่ก็อีกไม่กี่วันก็จะครบ 3 เดือนที่เขาว่าไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน

ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้