ในแวดวงนักวิเคราะห์ทางทหารของสหรัฐฯ และไต้หวันมีการพูดถึง “กลยุทธ์การตั้งรับแบบเม่น” หรือ Porcupine Defence Strategy ในการเผชิญหน้ากับปักกิ่ง
หากเป็นภาษาชาวบ้านความหมายก็คงจะเป็นการทำตัวแบบเม่น...นั่นคือมีหนามรอบตัวที่คอยป้องกันไม่ให้ศัตรูมาจู่โจมได้
หรือหากฝ่ายตรงกันข้ามคิดจะเข้ามาทำร้ายก็จะถูกหนามแหลมรอบตัวของเม่นสกัดกั้นจนต้องถอยร่นไปเอง
หรือจนกว่าจะมีเพื่อนมาช่วยสู้รบตบมือกับศัตรู
นักวิเคราะห์ทางทหารที่คิดแนวนี้เสนอแนะว่า ไต้หวันควรจะสร้างสิ่งที่เรียกว่า “กลยุทธ์เม่น” เพื่อให้จีนแผ่นดินใหญ่ได้รับรู้ถึงการสร้างความสามารถในการป้องกันตนเองสูงพอที่จะทำให้ “กองทัพปลดแอกประชาชน” ของจีนต้องคิดหนักหากเตรียมจะบุกยึดเกาะไต้หวัน
จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดของกลยุทธ์นี้คือการให้การป้องปรามเบื้องต้นต่อการบุกรุก และทำให้การเข้ายึดจากฝ่ายตรงกันข้ามต้องล้มเหลว
ตามมาด้วยการตอบโต้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
กลยุทธ์เม่นหมายถึงกลยุทธ์การป้องกัน “แบบอสมมาตร” (asymmetric defence strategy) โดยมาตรการป้องกันตนเองนั้นจะทำให้ผู้บุกรุกต้องมีต้นทุนสูงมากจนไม่คุ้มกับการจะรุกราน
สำหรับผู้ป้องกันตนเองแล้ว กลยุทธ์นี้ต้องใช้วิธีการลงทุนจำนวนมากในด้านความสามารถในการป้องกัน เช่น อาวุธต่อต้านอากาศยาน ต่อต้านเรือรบ และต่อต้านรถถัง
เพื่อสร้างความเสียหายสูงสุดแก่กองกำลังของฝ่ายโจมตี
ตรรกะของแนวคิดนี้คือจะต้องทำให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบุกรุกสูงมากจนผู้รุกรานจะต้องทบทวนว่ามันคุ้มค่าในการสั่งปฏิบัติการทางทหารอย่างจริงจังหรือไม่
หัวใจอยู่ที่การสามารถระงับยับยั้งการโจมตีระลอกแรกของฝ่ายรุกราน
หรือไม่ก็ทำให้การโจมตีนั้นชะงักลง
เพื่อให้สามารถเสริมกำลังของตนหรือรอการเสริมกำลังจากพันธมิตร
นักวิเคราะห์กลุ่มนี้บอกว่าสิงคโปร์ใช้แนวคิดมาเป็นหลักวางยุทธศาสตร์ของตนมาตลอด
แม้ว่าเราจะไม่เคยได้ยินรัฐบาลสิงคโปร์พูดเรื่องนี้อย่างเปิดเผยก็ตาม
แนววิเคราะห์นี้บอกว่า สถานการณ์ของไต้หวันมีความคล้ายคลึงกับสิงคโปร์
นั่นคือไต้หวันเป็นเกาะเล็กๆ ที่มีเพื่อนบ้านขนาดใหญ่ และอาจเป็นศัตรูที่สามารถเอาชนะได้ง่ายในกรณีที่มีการจู่โจม
ดังนั้นคำถามสำคัญคือ กลยุทธ์เม่นจะได้ผลจริงหรือ?
ตามหลักทฤษฎีแล้ว กลยุทธ์ของเม่นจะใช้กับประเทศเล็กที่มีอาวุธขนาดเล็กและมีอาวุธน้อยกว่า แต่ต้องเผชิญกับผู้รุกรานทางทหารที่ใหญ่กว่ามาก
มีผู้เตือนปักกิ่งว่า หากตัดสินใจบุกไต้หวันด้วยกำลังจะคุ้มค่ากับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นด้านการเมืองและชื่อเสียงในเวทีระหว่างประเทศหรือไม่
ความเสี่ยงของสงครามนองเลือด และการล่มสลายของไต้หวันจะทำให้จีนต้องคิดหนักว่าจะใช้กำลังเพื่อบรรลุเป้าหมายการรวมชาติจริงหรือ
และจะคุ้มค่ากับความเสี่ยงแค่ไหน
ดังนั้นกลยุทธ์ของเม่นจึงเป็นไปตามเกณฑ์หลักของการบุกรุกที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปสำหรับผู้บุกรุก
แต่หากเกิดกรณีการบุกรุกจริง “ยุทธศาสตร์เม่น” คือความสามารถของไต้หวันในการขับไล่กองกำลังรุกรานขั้นต้นเพื่อรอการเสริมกำลังจากพันธมิตร
แต่สหรัฐฯ ก็ไม่เคยให้คำมั่นว่าจะส่งกำลังมาสู้กับจีนหากปักกิ่งบุกไต้หวัน
กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์กับไต้หวันของสหรัฐฯ เขียนไว้ “คลุมเครืออย่างจงใจ” เพื่อไม่ผูกมัดว่าวอชิงตันจะต้องส่งทหารมาช่วยรบจริงๆ
แต่ในฉากทัศน์ที่อเมริกาจะเข้ามาช่วยจริง “กลยุทธ์ของเม่น” ก็จะพยายามสร้างความเสียหายและการบาดเจ็บล้มตายในกองกำลังที่บุกรุกมากที่สุด
แต่ในเมื่อไต้หวันไม่อาจจะหวังพึ่งการแทรกแซงของสหรัฐฯ ได้แน่นอน นโยบายนี้จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของไต้หวันอย่างมาก
และความสามารถของรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในการโน้มน้าวใจประชากรของกลยุทธ์การเสียสละเหมือนที่กำลังถูดทดสอบในยูเครน
แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อไต้หวันไม่อาจจะเชื่อได้ว่าสหรัฐฯ จะมาช่วยตัวเองรบกับจีนในกรณีมีการโจมตีจากแผ่นดินใหญ่ แนวคิดเรื่อง “กลยุทธ์เม่น” ก็อาจจะเป็นเพียงทฤษฎีบนกระดาษเท่านั้น
ในทางปฏิบัติแล้ว ไต้หวันเองคงจะสร้างระบบป้องกันตัวเองแบบ “เม่น” เพราะความจำเป็นอยู่แล้ว
ส่วนตัวเม่นจะสู้กับมังกรพ่นไฟได้อย่างไร เป็นคำถามใหญ่ที่ผู้นำไต้หวันจะต้องใคร่ครวญพิจารณา
และสหรัฐฯ เองก็จะต้องถามตัวเองว่า หากส่งเสริมให้ไต้หวันทำตัวเป็น “เม่น” แล้ว อินทรียักษ์จะมาช่วยเม่นสู้กับมังกรหรือไม่อย่างไร
นั่นก็เป็นปริศนาใหญ่ที่ชวนคิด
ท่ามกลางความตึงเครียดเพิ่มขึ้นทุกวัน ณ บริเวณช่องแคบไต้หวันและเพื่อนบ้านแถบนั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


