อ่านเรื่องราวของคนจีนกับทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันก่อนแล้ว ก็มองเห็นความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมี “ยุทธศาสตร์การทูตทุเรียน” ระยะกลางและระยะยาวเลยทีเดียว
เพราะข่าวบอกว่าบางแห่งของจีนเริ่มปลูกทุเรียนได้เอง และเมื่อใส่งานวิจัยและพัฒนาเข้าไปด้วยแล้ว อนาคตการขายทุเรียนไทยในเมืองจีนอาจจะกำลังถูกท้าทายก็ได้
บทความใน Nikkei Asia พูดถึงตลาดทุเรียนในเมืองจีนที่เฟื่องฟูเอามากๆ
ประเทศที่ส่งทุเรียนไปจีนก็ล้วนคือประเทศในอาเซียน...และไทยเราเป็นอันดับหนึ่งขณะนี้
มีคู่แข่งสำคัญคือ มาเลเซีย
สาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวเรื่องทุเรียนเข้าจีนก็คือ ข้อตกลงการค้าเสรี RCEP ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ทุเรียนบูม” ในจีน
แต่ความยั่งยืนของตลาดนี้ยังเป็นที่น่าสงสัย
ข้อความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership ใหม่ ซึ่งทำให้จีนนำเข้าผลไม้สดจากประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ง่ายขึ้น
และกลายเป็นกรณีทดสอบว่าตลาดเสรีทางการค้าใหญ่ขนาดนี้จะทำให้เกิดผลดีและผลกระทบต่อสมาชิกมากน้อยเพียงใด
RCEP เป็นข้อตกลงการค้าเสรีระหว่าง 15 ชาติต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ลาว มาเลเซีย เมียนมา นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม สมาชิก 15 ประเทศมีสัดส่วนประมาณ 30% ของประชากรโลก (2.2 พันล้านคน) และ 30% ของ GDP ทั่วโลก (29.7 ล้านล้านเหรียญฯ) ทำให้เป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา
เมืองสิบสองปันนาในมณฑลยูนนานของจีนเป็นที่รู้จักว่าเป็นตลาดกลางทุเรียนที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใหญ่ที่สุด
แม้ว่าต้นทุนการขนส่งและนำเข้าจะลดลงตั้งแต่ RCEP มีผลบังคับใช้ แต่ราคากลับเพิ่มขึ้น เพราะความต้องการที่พุ่งขึ้นของจีน
ปีที่แล้ว การนำเข้าทุเรียนสดเพิ่มขึ้น 42.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี มาอยู่ที่ 821,600 ตัน และมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้น 82.4% เป็น 4.205 พันล้านดอลลาร์
ตามสถิติของศุลกากรจีน การนำเข้าเติบโตขึ้นเกือบ 4 เท่า ในปี 2560 โดยมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้
รายงานนี้บอกว่า เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากประเทศจีน ประเทศผู้ผลิตต่างเร่งขยายการส่งออก
เฉพาะประเทศไทยผลิตได้ประมาณ 1.29 ล้านตัน ในปี 2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปี 2562
“การนำเข้าของจีนนั้นสูงอยู่แล้ว แต่การบริโภคต่อหัวของจีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก เกษตรกรไทยมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะขยายการผลิต” เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในจีนบอกกับนักข่าว Nikkei
คู่แข่งสำคัญของไทยคือ มาเลเซีย
ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศจีนสำหรับผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ของมาเลเซียที่เรียกว่า "Musang King" ซึ่งได้รับการขนานนามว่า "Hermes of durian" ในประเทศจีน
แม้ว่ามาเลเซียคาดว่าผลผลิตทุเรียนจะลดลงในปีนี้ เนื่องจากฝนตกหนัก รัฐบาลมาเลเซียก็กำลังชูธงผลักดันการส่งออกทุเรียนให้จีนให้เติบโตต่อเนื่อง เพราะพื้นที่เพาะปลูกยังคงขยายตัวอย่างไม่หยุดยั้ง
ประเทศในอาเซียนกำลังพยายามหาทางให้ได้ประโยชน์จากข้อตกลง RCEP
โดยมองไปที่ตลาดจีนถือเป็นแรงส่งสำคัญสำหรับการส่งเสริมการส่งออก
นอกเหนือจากการยกเลิกภาษีแล้ว ข้อตกลงนี้ยังกำหนดว่า โดยทั่วไปพิธีการทางศุลกากรสำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่ายจะทำให้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 6 ชั่วโมง
ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมาก และให้ประโยชน์อย่างมากสำหรับทุเรียน ซึ่งความสดเป็นสิ่งสำคัญ
ในทางกลับกัน การ “บูม” ของทุเรียนในตลาดจีนก็หมายถึงความท้าทายในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่มีจีนเป็นหัวเรือใหญ่
มีการแสดงความกังวลว่า ในกรณีบางประเทศ เช่น มาเลเซีย ที่กำลังพัฒนาสวนทุเรียนอย่างรวดเร็วในป่าฝนเขตร้อน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางสำนักอ้างถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมได้
อีกทั้งยังไม่มีใครรู้ว่า “ความคลั่งไคล้ทุเรียนในจีน” จะอยู่ได้นานแค่ไหน
และยังมีความเสี่ยงในการเร่งเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาจีนมากเกินไป
ต้นทุเรียนต้องใช้เวลามากกว่า 5 ปีจึงจะสุกและออกผลที่ส่งออกได้
หากจีนหยุดนำเข้าหลังจากการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เกษตรกรจะประสบกับความสูญเสียมหาศาล
ก่อนหน้านี้จีนสั่งห้ามนำเข้าสับปะรดไต้หวันเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
ถูกมองว่าเป็นการ “ลงโทษ” ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ที่วิพากษ์วิจารณ์จีน
จีนเคยระงับการนำเข้ากล้วยของฟิลิปปินส์ เนื่องจากข้อพิพาทเรื่องดินแดนในทะเลจีนใต้
ประเทศไทยและมาเลเซียไม่มีปัญหาทางการทูตหรือความมั่นคงอย่างร้ายแรงกับจีนในปัจจุบัน
แต่ในขณะที่การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนรุนแรงขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าความตึงเครียดในเอเชียจะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคตเมื่อใด
หากเศรษฐกิจของอาเซียนต้องพึ่งพาจีนเพิ่มขึ้น ก็อาจจะถูกบังคับให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่อรองได้ยากยิ่งกับตลาดใหญ่อย่างจีน
นอกจากนี้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ส่งออกไปยังจีน จำเป็นต้องคำนึงถึงความสามารถในการวิจัยและการผลิตที่เข้มข้นและได้มาตรฐาน
และหากจีนเริ่มปลูกทุเรียนเองได้ล่ะ?
“สภาพภูมิอากาศของเกาะไหหลำนั้นแตกต่างจากของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการปลูกทุเรียนขนาดใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย” ประธานบริษัทที่ลงทุนในการปลูกทุเรียนบนเกาะแห่งนี้บอก
“แต่กระนั้นก็ตาม ฉันคิดว่าเราจะสามารถลองปลูกทุเรียนขั้นต้นเพื่อการค้าได้ภายในเวลา 2 ปี”
บริษัทจีนแห่งนี้ตั้งเป้าที่จะผลิต "มูซังคิง" ยอดนิยมของมาเลเซีย
ประเทศจีนได้พยายามหลายครั้งในการผลิตทุเรียนระดับไฮเอนด์ในหลายๆ จุด เช่น มณฑลยูนนาน กวางสี และไหหลำ แม้ว่าละติจูดที่สูง พายุไต้ฝุ่นบ่อยครั้ง และสภาพอากาศอื่นๆ เป็นอุปสรรคพอสมควร
แต่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดจีนได้ผลักดันให้บริษัทต่างๆ พิจารณาลงทุนในการผลิตทุเรียนมากขึ้น
จะเกิดอะไรขึ้นหากจีนประสบความสำเร็จในการผลิตทุเรียนภายในประเทศ?
มีตัวอย่างองุ่นสุดหรูของญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า "Shine Muscat" ซึ่งจีนก็พยายามจะปลูกด้วยตนเองเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดภายใน
จึงมีคำเตือนว่า การผลิตทุเรียนอาจแพร่กระจายในจีนก่อนที่เราจะรู้ตัว
และวันหนึ่งข้างหน้าก็เป็นไปได้ที่เราอาจเห็นวันที่ตลาดส่วนใหญ่ของทุเรียนถูกครอบงำโดยทุเรียนจีน
ดังนั้นไทยเราจึงจำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์ทุเรียนให้ครบทุกมิติ
และจะต้องมียุทธศาสตร์ระดับชาติว่าด้วย “ทุเรียน” อย่างมองทะลุถึงอนาคตอย่างตรงไปตรงมาด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


