จุดยืนของจีนเรื่อง “ไต้หวัน” และท่าทีต่อสหรัฐฯ ในประเด็นเรื่อง “จีนเดียว” เป็นอย่างไรคือหัวข้อที่ผมนั่งลงซักถามเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย “หาน จื้อเฉียง” เมื่อสัปดาห์ก่อน
ผมเคยสัมภาษณ์ท่านทูตผ่านออนไลน์เมื่อตอนที่มารับตำแหน่งใหม่ๆ
ครั้งนี้มีโอกาสนั่งซักถามกันต่อหน้า จึงได้คำตอบที่ชัดเจนเต็มๆ
ในเพจของสถานทูตจีนประจำประเทศไทยได้บันทึกบทสนทนาวันนั้นอย่างนี้
ขอนำมาถ่ายทอดต่อแบบคำต่อคำเพื่อความกระจ่างชัดครับ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เอกอัครราชทูตหาน จื้อเฉียง ได้เข้าร่วมรายการ "กาแฟดำ" ของสถานีโทรทัศน์ PPTV และให้สัมภาษณ์พิเศษกับคุณสุทธิชัย หยุ่น ดังต่อไปนี้
คุณสุทธิชัย : กรณีไต้หวันที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแนนซี เพโลซี มาเยือนไต้หวันจนกระทั่งมีความตึงเครียดมากขึ้น ทางจีนก็มีการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน และก็บอกว่าถ้าหากต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของจีน ก็อาจจะต้องเจอกับการต่อต้านจากฝ่ายจีน ท่านทูตมองสถานการณ์จากไต้หวันจากนี้ไปจะคลี่คลายยังไง
เอกอัครราชทูตหาน : ไต้หวันเป็นดินแดนของจีนแต่โบราณ และเป็นมณฑลหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนชาวไทยหลายคนอาจไม่เข้าใจในรายละเอียด ตามประวัติศาสตร์แล้วจีนได้ใช้อำนาจเหนือไต้หวันและตั้งหน่วยงานบริหารขึ้นเมื่อกว่า 1,000 ปีที่แล้ว แม้ชาวดัตช์ได้ยึดครองส่วนหนึ่งของไต้หวันมานานกว่า 30 ปี และญี่ปุ่นได้ครอบครองไต้หวันมาเป็นเวลาครึ่งศตวรรษ แต่ความจริงที่ว่าไต้หวันเป็นดินแดนของจีนไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในมิติกฎหมาย มติของสหประชาชาติกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่ารัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงผู้เดียวที่เป็นตัวแทนของประเทศจีน และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ชื่อเรียกมาตรฐานที่สหประชาชาติใช้กับไต้หวันคือ ไต้หวัน มณฑลของจีน
จากมุมมองเชิงปฏิบัติ 181 ประเทศทั่วโลกยอมรับและยึดมั่นในหลักการจีนเดียว ปัญหาของไต้หวันเกิดขึ้นจากสงครามกลางเมืองจีน เมื่อก๊กมินตั๋งซึ่งปกครองแผ่นดินใหญ่ในสมัยนั้นถูกโค่นล้มและหนีไปและเข้าควบคุมไต้หวัน
เนื่องจากสถานการณ์พิเศษนี้และการแทรกแซงของกองกำลังต่างชาติ ทำให้มีการเผชิญหน้าทางการเมืองระยะยาวในช่องแคบไต้หวัน แต่สิ่งนี้ไม่ได้ลบความจริงที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
แถลงการณ์การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตที่ลงนามโดยจีนและสหรัฐฯ ในปี 1978 ระบุอย่างเจาะจงว่า สหรัฐฯ ยอมรับรัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลตามกฎหมายของจีนเพียงผู้เดียว สหรัฐฯ ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและวัฒนธรรมที่ไม่เป็นทางการกับไต้หวัน และสหรัฐฯ ยอมรับว่ามีจีนเดียวเท่านั้น ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
คุณสุทธิชัย : แนนซี เพโลซี อ้างว่าที่ไปนี้ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนสถานะปัจจุบัน เพียงแต่ไปแสดงความเป็นมิตรกับไต้หวันเท่านั้น ทางจีนทำไมถึงต่อต้านรุนแรง
เอกอัครราชทูตหาน : เราคิดว่าขณะนี้สหรัฐฯ ได้ทรยศต่อหลักการจีนเดียวที่ยืนยันมาตลอด และละทิ้งคำมั่นสัญญาต่อจีน สหรัฐฯ สนับสนุนเอกราชของไต้หวัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับด้วยวาจา
แต่ในทางปฏิบัติแสดงให้เห็นเป็นเช่นนี้ แนนซี เพโลซี ในฐานะบุคคลเบอร์ 3 ของรัฐบาลสหรัฐฯ นำคณะผู้แทนรัฐสภาและนั่งเครื่องบินพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ ไปเยือนไต้หวัน นี่ถือเป็นการเพิ่มระดับของการไปมาหาสู่อย่างเป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน และถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน
สหรัฐฯ ระบุว่าความมั่นคงของไต้หวันจะปกป้องโดยสหรัฐฯ และเพโลซีก็กล่าวเช่นนี้ในไต้หวัน ทั้งที่รู้ว่าไต้หวันเป็นดินแดนของจีน แต่กลับบอกว่าตนจะเป็นผู้ปกป้องความมั่นคงของไต้หวัน โลกนี้จะมีเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้อย่างไร?!
สหรัฐอเมริกาดำเนินการไปมาหาสู่อย่างเป็นทางการกับไต้หวันในรูปแบบต่างๆ จัดหาอาวุธให้กับไต้หวัน และสนับสนุนไต้หวันสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศอื่นๆ ในโลก การกระทำทั้งหมดนี้เป็นการยุยง "เอกราชของไต้หวัน" และทำลายอธิปไตยของดินแดนของจีน ดังนั้นจีนจึงต้องคัดค้านและตอบโต้อย่างเด็ดขาด
คุณสุทธิชัย : จีนจะทำยังไงต่อไป ถ้าหากยังมีการมาเยือนไต้หวันโดยระดับผู้นำทางด้านรัฐสภา นักการเมือง หรือแม้กระทั่งล่าสุดก็จะมีผู้ว่าราชการของรัฐอินเดียนาที่มาเยือน จีนจะทำอย่างไรต่อไปถ้ายังมีการมาเยือนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
เอกอัครราชทูตหาน : เราจะตอบโต้อย่างแข็งขันตามสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เราต้องให้พวกเขารู้ว่าคนจีนมีความตั้งใจในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตนอย่างแข็งแกร่ง และมีความสามารถที่ยิ่งใหญ่
คุณสุทธิชัย : จะรวมชาติ มีคำว่ารวมชาติใช่ไหมครับ ซึ่งทางการจีนก็พูดว่าการรวมชาติจะต้องเกิดขึ้นแน่ จะเกิดขึ้นอย่างสันติ แต่ถ้าจำเป็นก็อาจจะต้องใช้กำลังก็จะทำ ยังเป็นอย่างนั้นใช่ไหมครับนโยบาย
เอกอัครราชทูตหาน : จีนพยายามที่จะรวมชาติอย่างสันติมาโดยตลอด ประชาชน 23 ล้านคนในไต้หวันเป็นพี่น้องของเรา และเรามีความสามารถที่จะบรรลุเป้าหมายของการรวมชาติอย่างสันติผ่านการพัฒนาอย่างสันติและการพัฒนาความสัมพันธ์แบบบูรณาการ ตราบใดที่ยังมีความหวัง เราจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดการรวมชาติอย่างสันติ
คุณสุทธิชัย : นโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ” ยังจะใช้กับไต้หวันต่อไปไหม
เอกอัครราชทูตหาน : ไม่มีปัญหา เรายังคงยึดมั่นในนโยบายพื้นฐานการรวมชาติอย่างสันติ กับหนึ่งประเทศสองระบบ
การรวมชาติด้วยวิธีการที่ไม่สงบสุขเป็นทางเลือกสุดท้าย
เราขอสงวนทางเลือกตัวนี้ไว้ไม่ใช่สำหรับชาวไต้หวัน
แต่สำหรับกลุ่มอิทธิพล "เอกราชของไต้หวัน" และกลุ่มต่างประเทศที่สนับสนุน "เอกราชของไต้หวัน" แท้จริงแล้ว ขอเพียงแต่กลุ่มอิทธิพลภายนอกไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ยุยง หรือสนับสนุน "เอกราชของไต้หวัน"
ประชาชนทั้งสองฟากฝั่งของช่องแคบก็มีความสามารถและภูมิปัญญาที่จะรวมชาติโดยสันติวิธี และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อความผาสุกของประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การขจัดการแทรกแซงและบ่อนทำลายจากอิทธิพลภายนอก
คุณสุทธิชัย : ท่านทูตพอใจไหมครับ กับคำตอบหรือนโยบายของรัฐบาลไทยต่อกรณีไต้หวัน
เอกอัครราชทูตหาน : รัฐบาลไทยยึดมั่นในหลักการจีนเดียวอย่างชัดเจนมาตลอด
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยได้แถลงชัดเจนว่ารัฐบาลไทยจะยึดมั่นในหลักการจีนเดียว
ในขณะเดียวกัน ตอบรับว่าจะต้องเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศอื่นๆ
เราชื่นชมจุดยืนของรัฐบาลไทย และหวังว่ามิตรประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทยควรระมัดระวังการกระทำของสหรัฐฯ นโยบายของสหรัฐฯ ในการยุยงเอกราชของไต้หวัน และการใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือเพื่อสกัดกั้นจีน ไม่เพียงแต่จะทำลายอธิปไตยแห่งดินแดนของจีนเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


