เห็นภาพรองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศไทย คุณดอน ปรมัตถ์วินัย นั่งยิ้มกับรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ที่กรุงมอสโก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา...
ทำให้ผมอยากรู้ว่ามีการกระซิบเรื่องไทยสนใจซื้อน้ำมันและก๊าซ “ราคามิตรภาพ” จากรัสเซียเหมือนที่เขาขายให้จีนและอินเดียหรือไม่...อย่างไร?
ภาพนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) ณ กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2565 ทักทายคณะจากประเทศไทย
รายละเอียดของการพบปะเท่าที่รายการโดยสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยน่าสนใจหลายประเด็น
(ผมกำลังรอเวอร์ชั่นจากกระทรวงการต่างประเทศไทยว่ามีแง่มุมไหนที่มองจากไทยที่ทางรัสเซียมองข้ามหรือไม่)
ลาฟรอฟบอกว่า รัสเซียให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของเขากับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
เพราะไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของเราในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประเทศไทยได้พัฒนาความสัมพันธ์กับรัสเซียมาโดยตลอดบนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความเสมอภาค และผลประโยชน์ร่วมกัน
เขาบอกว่านี่เป็น “ช่วงเวลาที่ยากลำบาก” และรัสเซียได้รับคำแนะนำที่ดีในความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยการรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน
ประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปีนี้เป็นปีครบรอบ 125 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย-รัสเซีย
เป็นความสัมพันธ์ที่ได้ก่อตั้งขึ้นระหว่างการเสด็จเยือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเดือนกรกฎาคม 2440
รัฐมนตรีรัสเซียเท้าความด้วยเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ประเทศรัสเซียได้สนับสนุนทางการเมืองแก่ไทย ซึ่งทำให้ไทยสามารถดำรงความเป็นเอกราชได้
ไทยกับรัสเซียมีการจัดตั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับสูงสุดอยู่เป็นประจำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นายวลาดิมีร์ ปูติน ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของไทยเกี่ยวกับการประชุมสุดยอด BRICS ที่เซียะเหมิน (PRC, เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560) และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 13 (EAS) ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561
การปฏิบัติงานสำหรับการประชุมของหัวหน้ารัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศในงานประชุมระดับนานาชาติที่สำคัญได้มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นงานที่จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2557 ของ EAC ครั้งที่ 9 ในประเทศเมียนมา และในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอด APEC ที่จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ และในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ประเทศไทย
มีการเจรจาระหว่างกระทรวงต่างประเทศในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เยือนกรุงมอสโก ในเดือนมีนาคม 2556, เดือนกรกฎาคม 2558 และกุมภาพันธ์ 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) ได้มาเยือนกรุงเทพฯ ในปี 2547, 2552, 2560 และในปี 2562 ตามลำดับ
ในปีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและไทยได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การประชุมนอกรอบของอาเซียน ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 และได้มีการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง (เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม และ 27 มิถุนายนในปีนี้)
ประเด็นที่เกี่ยวกับภาวะปัจจุบันอยู่ตรงที่ลาฟรอฟบอกว่าภายใต้เงื่อนไขที่มาจากแรงกดดันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนจาก "กลุ่มประเทศตะวันตก" ฝ่ายไทยยังคง “รักษาตำแหน่งที่เป็นกลาง” เกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารพิเศษสำหรับกองกำลังสหพันธรัฐรัสเซียในยูเครน
การที่ไทย “ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับข้อจำกัดต่างๆ ในการต่อต้านรัสเซีย” นั้นเป็นการแสดงออกอีกครั้งว่าเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ไม่อยู่ภายใต้ความผันผวนนั้น
คณะกรรมาธิการระหว่างรัสเซีย-ไทย เพื่อความร่วมมือด้านทวิภาคีมีบทบาทสำคัญในการติดต่อประสานงานทางการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน ในเดือนธันวาคม 2561 มีการประชุมครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพฯ ในระหว่างที่มีการหารือเกี่ยวกับสถานะ แนวโน้ม และลำดับความสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
โดยเมื่อสิ้นปี 2564 นั้น ปริมาณการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 2.29 พันล้านดอลลาร์ (+28.9%) ในขณะที่การส่งออกของรัสเซียมีมูลค่าเกิน 494 ล้านดอลลาร์ และการนำเข้ามีมูลค่า 1.79 พันล้านดอลลาร์
ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ปริมาณการค้าลดลง 10.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 อยู่ที่ 982.4 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกของรัสเซียเพิ่มขึ้น 5.5% (สูงสุด 259.6 ล้านดอลลาร์) การนำเข้าจากไทย 11.7% (722.8 ล้านดอลลาร์)
การส่งออกของรัสเซียประกอบด้วยโลหะและผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์และยานพาหนะ ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเคมีและเยื่อกระดาษและกระดาษ ผลิตภัณฑ์แร่ และผลิตภัณฑ์จากไม้ ในประเทศไทยมีการซื้อผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมหลายประเภท อาทิเช่น สินค้าเกษตร สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า และอัญมณีล้ำค่า
ข้อกำหนดต่างๆ ที่ดีนั้นได้พัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาความร่วมมือในทางปฏิบัติในด้านการเกษตร กรอบกฎหมายเฉพาะด้านที่ดีขึ้นได้ถูกสร้างขึ้นมา
โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้มีความสนใจร่วมกันในการจัดหาพืชผลทางการเกษตร เนื้อสัตว์ ปลาและอาหารทะเลไปยังตลาดของทั้ง 2 ประเทศ
บริษัทไทยได้ลงทุนมหาศาลในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเกษตรในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศรัสเซีย โดยภาคพลังงานและการบินก็มีแนวโน้มดีเช่นกัน
ความสำคัญต่อการส่งเสริมงานต่างๆ ในส่วนวิทยาศาสตร์และเทคนิคของความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลและเทคโนโลยีชีวภาพ การใช้อวกาศและพลังงานปรมาณูอย่างสันติ ตลอดจนการพัฒนาร่วมกันและการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในด้านการแพทย์
ปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการขยายความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยประมาณ 350 คน กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศรัสเซีย ภาษาไทยได้มีการเรียนการสอนที่สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งรัฐ ณ กรุงมอสโก ของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มหาวิทยาลัยมอสโก, มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ได้เปิดภาควิชาภาษารัสเซียและศูนย์ศึกษารัสเซียในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนมัธยมศึกษาไทยหลายแห่ง
ตั้งแต่ปี 2555 ศูนย์รัสเซียได้เปิดดำเนินการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กรุงเทพฯ) ภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิรุสกี มีร์
โดยวันที่ 5-7 สิงหาคมปีนี้
ประเด็นของการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างทั้ง 2 ประเทศกำลังคลี่คลายลง รัฐบาลไทยอนุมัติให้รวมวัคซีนสปุตนิกวีและสปุตนิกไลท์เพื่อไม่ต้องมีการกักตัว ขั้นตอนเหล่านี้จะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวระหว่างกัน (จากสถิติในปี 2019 มีนักท่องเที่ยว 1.48 ล้านคน ในปี 2020 มีนักท่องเที่ยว 587,000 คน และในปี 2564 มีนักท่องเที่ยว 1,175,000 คน)
ทั้งหมดนี้เป็นข้อความที่เผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ...ที่อยากรู้คือการพูดคุยเรื่องที่ไทยจะคาดหวังจะให้รัสเซียช่วยด้านพลังงานในยามราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้นนั้นมีข้อตกลงอย่างไรบ้าง
และทำอย่างไรรัสเซียจึงจะเร่งความพยายามที่จะซื้อสินค้าจากไทยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งต้องถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


