เห็นภาพสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าร่ำไห้คร่ำครวญ "ออกสื่อ" โซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว เชื่อว่ามีหลากหลายความคิดเห็นความรู้สึกในสังคมไทย โดยเฉพาะพุทธมามกะผู้ประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อให้ถึงซึ่งนิพพานในชาติภพใดชาติภพหนึ่งอย่างเคร่งครัด แม้จะมิได้บวชเรียนนุ่งห่มดุจดังพระสงฆ์ก็ตาม
ไม่ว่าด้วยเหตุผลอันใดที่มีการนำมากล่าวอ้างถึงปฏิกิริยาอัดอั้นตันใจกระทั่ง "เอาไม่อยู่" และกลายเป็นดรามายาวยืดย้วยนั้น คงมองข้ามข้อเท็จจริงมิได้ว่า มันสะท้อนภาพ "การยึดติด" กับยศถาบรรดาศักดิ์
มนุษย์ป้าในฐานะพุทธศาสนิกชน ก็ให้รู้สึกสะท้อนใจว่า คนที่บวชเรียนได้ชื่อว่าเป็นพระที่สามารถสอบเปรียญ 9 ประโยค ได้ด้วยวัยเพียง 20 ปี เรียกว่าหาได้น้อยนัก..ทำไม?!? ลืมตัว ขาดการเจริญสติเรียนรู้หัวใจของพระพุทธศาสนา ซึ่งสอนว่า "สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น"
สงฆ์สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หากมีวัตรปฏิบัติอันเป็นไปตามบรรทัดฐานที่ดีงามของผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้วล่ะก็ ย่อมเข้าถึงเข้าใจว่า หลักพุทธศาสนาขั้นพื้นฐานนั้น คือจุดมุ่งหมายของการดับทุกข์
น้ำตาอาบสองแก้มและเสียงโอดครวญเห็นทีจะต้องสึกกลับไปดูแลมารดา เพราะรับไม่ได้กับความอยุติธรรมในวงการผ้าเหลืองนั้น ย่อมบ่งชี้ว่า คนนุ่งห่มผ้าเหลืองท่านนี้กำลังมีความทุกข์แสนสาหัสจนอดกลั้นไม่ไหวแล้ว
จะแปลว่าอะไรกันได้ล่ะ นอกจากเปรียญ 9 ประโยคมิได้ตอบโจทย์ของความรู้ความเข้าใจในแก่นแท้ของคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แต่กลับเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลที่จะมีปัญญาในการน้อมนำคำสั่งสอนนั้นไปประพฤติปฏิบัติเพื่อการพ้นทุกข์อย่างไรต่างหาก หรือไม่ก็เป็นเรื่องเจตจำนงในการเข้าสู่เส้นทางของพระสงฆ์ว่า เป้าหมายคือทางลัดไปในทางโลกหรือบรรลุทางธรรมกันแน่
สิ่งใดมีความยึดถือ หรือถูกยึดถือก็ตาม ว่า ตัวกู หรือของกูแล้ว สิ่งนั้นก็คือทุกข์ ..นี่แหละหัวใจของพระพุทธศาสนา..เข้าใจผิดก็ช่วยเข้าใจให้ถูกด้วยพระคุณเจ้า.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก


