สี จิ้นผิง ของจีน กับนเรนทรา โมดี ของอินเดีย มี “ความกังวล” ที่บอกกล่าวกับวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเหมือนกัน...ว่าด้วยสงครามยูเครน
เป็นครั้งแรกที่เราได้ยินจากปูตินเองว่า “เพื่อนรัก” ทั้งสองมีคำถามที่เขาจะต้องชี้แจงและอรรถาธิบายให้เกิดความกระจ่าง
“ความกังวล” ของสีและโมดีคืออะไร, ปูตินไม่ได้ให้รายละเอียด
แต่หากอ่านถ้อยแถลงของทั้งสามท่านในการพบปะนอกรอบที่การประชุมสุดยอด Shanghai Cooperation Organization (SCO) ที่อุซเบกิสถานเมื่อวันที่ 15-16 กันยายน ที่ผ่านมา ก็พอจะเห็นภาพที่ชัดเจนได้
โมดีบอกปูตินว่า “นี่ไม่ใช่ยุคสมัยที่จะทำสงคราม”
สี จิ้นผิง ก็ไม่ระบุความกังวลออกมาชัดเจน แต่เมื่อปูตินชมว่าจีน “วางตัวเป็นกลาง” (balanced position) ในกรณียูเครนได้อย่างดี, ก็น่าจะตีความได้ว่าปูตินมีประเด็นที่ต้องอธิบายกับเพื่อนรักคนนี้มากพอสมควร
เพราะคำว่า “วางตัวเป็นกลาง” หรือ “จุดยืนที่มีดุลยภาพ” ของจีนในกรณีนี้ เท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าปักกิ่งไม่ได้กระโจนเต็มตัวในการสนับสนุนการส่งทหารรัสเซียเข้ายูเครน
จุดยืนของจีนมีความระมัดระวังมากมาตั้งแต่ต้น
ส่วนโมดีดูเหมือนจะพูดอะไรตรงไปตรงมามากกว่า นั่นคือเตือนปูตินว่าจะต้องหาทางยุติการสู้รบในยูเครนให้ได้
ปูตินปลอบใจโมดีด้วยการบอกว่าเขาเข้าใจ “ความกังวล” ของอินเดียในเรื่องนี้
อินเดียไม่ประณามรัสเซียในเวทีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสั่งบุกยูเครนของปูติน
แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการเห็นสงครามยืดเยื้อจนมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโลก
ปูตินรับปากโมดีว่าจะ “พยายามยุติความขัดแย้ง” ในยูเครนให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ก็อ้างว่าอุปสรรคคือประธานาธิบดีเซเลนสกียังไม่ยอมเจรจา เพราะจุดยืนของกรุงเคียฟคือจะต้องได้ชัยชนะผ่านการสู้รบเท่านั้น
แต่ปูตินก็ย้อนแย้งตัวเองด้วยการบอกในการแถลงข่าวหลังจากนั้นว่า รัสเซียจะคงไม่ปรับเปลี่ยนเป้าหมายในการดำเนินการ “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครน
นั่นคือจะต้อง “ปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาส” ทางตะวันออกของยูเครนให้จงได้
เมื่อถูกถามว่ากองทัพยูเครนสามารถตีโต้ทหารรัสเซียในหลายเมืองในภูมิภาคคาร์คีฟทางตะวันออกเฉียงเหนือและทหารรัสเซียกำลังถอยร่นจริงหรือไม่ ปูตินยิ้มเยาะๆ และตอบว่า
“ก็คอยดูต่อไปว่าจะจบอย่างไร”
โดยย้ำว่ากองทัพรัสเซียจะเพิ่มการโจมตีขึ้นไปอีก อีกทั้งเตือนยูเครนว่าการสู้รบจะ “ร้ายแรง” ขึ้น
สะท้อนว่าปูตินยังจะเดินหน้าทำสงครามต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
จึงไม่ตรงกับที่รับปากกับโมดีว่าจะพยายามยุติความขัดแย้งในยูเครนในเร็วที่สุด
นี่คือสถานการณ์ล่าสุดของสงครามยูเครนที่ทำให้เราเห็นภาพของความยุ่งเหยิงและสลับซับซ้อนที่ทำท่าว่าจะลากยาวต่อไปอย่างน่ากังวล
ว่าด้วย “ความกังวล” ของสี จิ้นผิง และโมดีต่อปูตินนั้น ผมคาดว่าผู้นำจีนกับอินเดียคงจะต้องการให้ปูตินตอบคำถามพื้นฐาน เช่น
สงครามยูเครนจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
จะจบอย่างไร
โอกาสที่จะเจรจาเพื่อยุติสงครามมีเพียงใด
และเงื่อนไขของฝั่งรัสเซียกับของยูเครนเป็นเช่นไร
จะสามารถประกาศหยุดยิงเพื่อปูทางสู่การหาทางออกทางการทูตและการเมืองอย่างไรหรือไม่
เพราะทั้งจีนและอินเดียก็คงไม่ปรารถนาที่จะเห็นสงครามนี้บานปลายกลายเป็นสงครามระดับทวีปหรือเป็นสงครามโลก
เพราะความสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่สงครามที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์นั้นจะมีสูงขึ้นทุกวันหากไม่มีการยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา
การพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกระหว่างปูตินกับสี จิ้นผิง ที่เมืองซามาร์คานด์ของอุซเบกิสถานเปิดฉากด้วยความชื่นชมยินดีต่อกัน
ผู้นำจีนบอกว่ายินดีที่ได้พบกับ “เพื่อนเก่า” อีกครั้ง
และปูตินเรียกสี จิ้นผิง ว่าเป็น “สหายสี...ที่รัก”
ทั้งสองผู้นำตอกย้ำถึงความร่วมมือที่จะร่วมมือกันเพื่อจะทำให้ “โลกแบบขั้วเดียว” สลายหายไป
แทนที่โดยโลกที่มีอำนาจหลายขั้ว
อีกทั้งยังมีการชักชวนสมาชิกของ SCO และพันธมิตรในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน
โดยจะเน้นทำการค้าขายระหว่างกันด้วยการใช้เงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น...ซึ่งหมายความว่าจะพยายามไม่พึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์ของสหรัฐฯ อีกต่อไป
แม้ว่าสี จิ้นผิง จะแสดง “ความกังวล” ต่อปูตินเรื่องสงครามยูเครน แต่ในภาพรวมแล้วปักกิ่งก็ยืนข้างมอสโกอย่างไม่ต้องสงสัย
ที่ผ่านมา จีนเอาตัวออกห่างจากการประณามปฏิบัติการพิเศษทางการทหารของรัสเซียต่อยูเครน
จีนไม่ใช้คำว่า “รุกราน” ซึ่งเป็นท่าทีสอดประสานกันกับรัฐบาลเครมลินที่เรียกสงครามนี้ว่าเป็น “ปฏิบัติการพิเศษทางการทหาร”
ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกันแบบตัวต่อตัว คือ ช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนรัสเซียบุกยูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์
ในโอกาสนั้น สี จิ้นผิง กับปูตินได้ประกาศความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ “แบบไม่มีข้อจำกัด” ระหว่างกัน
ต้องถือว่าจีนก้าวย่างในเรื่องยูเครนอย่างระมัดระวังยิ่ง
จะเห็นได้ว่าจีนไม่เคยแสดงท่าทีว่าพร้อมจะส่งอาวุธไปช่วยรัสเซียทำสงครามในยูเครน
รัสเซียขอความร่วมมือด้านอาวุธจากอิหร่าน, ตุรกี และแม้แต่เกาหลีเหนือ แต่เราไม่เคยเห็นข่าวว่ามอสโกขอความช่วยเหลือหรือสนับสนุนด้านอาวุธจากจีน
เพราะจีนคงจะต้องระมัดระวังที่จะไม่ถูกมองว่าเอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำสงคราม
แม้ทั้งสองผู้นำจะแสดงความสนิทสนมกับอย่างยิ่ง แต่สังเกตได้ว่าตั้งแต่สงครามยูเครนปะทุขึ้น จีนก็วางตัวอย่างระแวดระวังมากขึ้น
เพราะจีนมีแผนการที่จะนำพาประเทศไปเป็นมหาอำนาจที่มีขนาดเศรษฐกิจขยายโตต่อเนื่อง และพร้อมจะเอาชนะสหรัฐฯ ได้ในอีกสิบปีข้างหน้า
สี จิ้นผิง บอกกับปูตินตอนหนึ่งว่า
“ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ทั้งในยุคของเราและในประวัติศาสตร์ของเรา จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับรัสเซียในการแสดงบทบาทของผู้นำ ที่มีความรับผิดชอบในฐานะประเทศมหาอำนาจ และสร้างความมีเสถียรภาพและพลังเชิงบวกให้กับโลกอันวุ่นวายนี้”
นั่นเป็นส่วนที่จีนต้องการตอกย้ำถึงเป้าหมายใหญ่ร่วมกันของสองประเทศ
แต่พอลงรายละเอียดของสงครามยูเครน ปักกิ่งก็มีคำถามหลายข้อที่ยังรอคำตอบจากมอสโก
ขณะที่จีนแสดงท่าทีสนับสนุนในภาพกว้างต่อปฏิบัติการของรัสเซียในยูเครน ปูตินต้องตอบสนองด้วยการแสดงท่าทียืนอยู่ข้างจีนอย่างชัดเจนในประเด็นไต้หวัน
ปูตินประกาศว่า “เรามีความตั้งใจในการยึดหลักการจีนเดียวอย่างแน่วแน่ เราขอประณามการยั่วยุจากสหรัฐฯ และฝ่ายสนับสนุนสหรัฐฯ บริเวณช่องแคบไต้หวันด้วย”
ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันในเรื่องใหญ่
แต่พอโยงถึงสงครามยูเครน สี จิ้นผิง ก็ต้องขอแสดง “ความกังวล” พร้อมๆ กับนเรนทรา โมดี
แปลว่าปูตินยังต้อง “เคลียร์” กับ “เพื่อนรัก” สองคนนี้อีกหลายประเด็นทีเดียว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


