เขาบอกกันว่า “ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร” ซึ่งต้องถือว่าถูกต้องจริงๆ ดูได้จาก การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่เลื่อนมาจากวันปกติวันอังคารที่ 4 ตุลาคมก็ได้ เพราะ เป็นครั้งแรกหลังจากที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรอดบ่วงกรรมว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี มาหมาดๆ โดยถือเป็นการประชุมครั้งแรก “พี่ใหญ่ป้อม” ก็ดันมาโดนหวัดกินจากการลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทและพระนครศรีอยุธยาที่ผ่านมา งานนี้เลยถึงบรรดาสภากาแฟทั้งหลายจับแพะชนแกะกันไปหมดว่าเกิดดรามาอะไรกันขึ้นหรือไม่อย่างไร ...๐
แหม! ทำไมถึงต้องคิดอย่างนั้น ก็เพราะ ในการประชุม ครม.ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกฯ ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้าย “น้องตู่” ก็ไม่เคยโผล่หน้ามายังทำเนียบรัฐบาล เลย มีเพียงการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาเท่านั้น แล้วเมื่อ “น้องตู่” กลับมานั่งหัวโต๊ะประชุมครั้งแรก “พี่ใหญ่สาม ป.” ดันป่วยกะทันหันขึ้นมา จึงไม่แปลกที่จะถูกจับแพะชนแกะนั่นแล ...๐
ไม่ต่างจาก กรณี “วิทยุทรานซิสเตอร์” ที่ออกจากปาก “นายกฯ” นั่นเอง เพราะทันทีที่ออกมา ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ต่างออกโรงแซะกันกระหึ่ม โดยเฉพาะ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แต่ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงดี เมื่อมีการตรวจค้นข้อมูลขึ้นมาเรียกว่าเรื่องพลิกกลับ 360 องศาเลยทีเดียว เพราะ ต่างประเทศก็แนะนำให้มีไว้ยามเกิดภัยพิบัติต่างๆ หากระบบสาธารณูปโภคทั้งหลายถูกตัดขาด งานนี้เสียงชยันโต “หญิงหน่อย” จึงอื้ออึงขึ้นมาทีเดียว ...๐
เหมือนกับที่ “รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร” อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กไว้นั่นแลว่า ความแตกแยกของสังคมไทยไม่มีวันจะกลับมาปรองดองเป็นพวกเดียวกันได้อีก เมื่อฝ่ายหนึ่งจับผิด คอยโจมตีคนของอีกฝ่าย ก็จะมีคนที่สนับสนุนฝ่ายที่ถูกโจมตีออกมาปกป้อง ตอบโต้ แก้แทนอยู่เสมอ หากเป็นฝ่ายเดียวกัน จะพูดอะไร อย่างไร ก็ไม่ผิด เป็นดีไปหมด แต่ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้าม พูดถูกก็เป็นผิด พูดผิดก็ยิ่งผิดมากขึ้น หาก "วิทยุทรานซิสเตอร์" ออกจากปากของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายที่ออกมาโจมตี พล.อ.ประยุทธ์คงออกมาชมกันเป็นทิวแถวว่าเป็นความคิดที่ดีมาก พร้อมกันนั้น รศ.หริรักษ์ยังยกตัวอย่างว่า ขนาดฝนตกน้ำท่วมกรุงเทพฯ ฝ่ายตรงข้ามก็ออกมารื้อฟื้นคำพูดที่ท่านเคยหาเสียงไว้มาตำหนิ แต่คนเชียร์กลับให้กำลังใจ "พักผ่อนบ้างนะคะอาจารย์ น้ำท่วมเป็นเรื่องของธรรมชาติค่ะ" แหม ก็แบบตดยังหอมอ่ะ ...๐
ไม่ต่างจาก รองผู้ว่าฯ กทม.อย่าง “ทวิดา กมลเวชช” แต่ประการใด เพราะก่อนหน้านี้ก็ออกมาขอโทษเรื่องแก้ไขน้ำท่วมแล้ว แต่ยังผิดพลาด ล่าสุดออกมาขอความร่วมมือคนกรุงทำงานอยู่บ้าน หรือ Work From Home ในช่วง 5-7 ต.ค.เหมือนช่วงโควิดอีกต่างหาก ทั้งที่ตอนยังเป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสาธารณะและนโยบาย ได้เคยตำหนิติติงการทำงานของ “บิ๊กตู่” ในเรื่องแก้ปัญหาโควิด และแซะไปถึงการลาออก งานนี้เลยไม่แปลกที่ชาวโซเชียลจะถามบ้างว่า แล้วการบริหารงานของทั่นชัชช่า และทวิดายามนี้สมควร ต้องฮาราคีรีตัวเองแล้วหรือยัง เพราะนอกจากแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังให้คนกรุงไม่ได้แล้ว ยังมาลอกการบ้านเรื่อง WFH อีก ...๐
หันมาเรื่องการบ้านการเมืองกันบ้าง เพราะเรียกว่าวันคล้ายวันเกิดปีที่ 64 ของ “เนวิน ชิดชอบ” ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เล่นเอาสะเทือนทุ่งการเมืองเลยทีเดียว เพราะมี ส.ส.ต่างพรรครวมถึง 29 รายไปร่วมอวยพร งานนี้เลยทำให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยถึงกับหน้าบาน เพราะ ครูใหญ่ประกาศอยากให้ “เสี่ยหนู” นั่งนายกฯ คนต่อไป ซึ่งเจ้าตัวก็แบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมบอกในเรื่อง 29 ส.ส.ที่ไปอวยพรว่าอย่าคิดมาก ส่วนเรื่องจะกวาด 120 เก้าอี้นั้น หัวหน้าพรรค ภท.ก็บอกว่าเป็นการพูดเรื่องดีๆ ในวันเกิดเท่านั้นเอง ...๐
ก็ได้แต่มึนงงสงสัยการตั้งเป้าของแต่ละพรรคนั่นแล เพราะ เก้าอี้ก็มีแค่ 500 ที่ แต่ดูเหมือนเป้าแต่ละพรรคช่างใหญ่โตมโหฬารเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะ "พรรคไทยศรีวิไลย์" ที่ฝันไปถึงปี 2570 จะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ชู "เต้ พระราม 7" นั่งนายกฯ พร้อมทั้งโอ่ว่าในการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังมาถึงนี้ จะส่งบัญชีรายชื่อชิงนายกฯ คนเดียวคือ “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” สงสัยพรรคจะลืมอ่านกฎหมายไปว่า พรรคที่จะเสนอชื่อชิงตำแหน่งได้นั้น ต้องมาจาก พรรคการเมืองที่มี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 5% ของสมาชิก ส.ส. ที่มีอยู่ 500 คน หรือเท่ากับได้ ส.ส. 25 เก้าอี้ขึ้นไป แล้วพรรคไทยศรีวิไลย์จะถึงหรือจ๊ะ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


