
ประชาธิปัตย์ ในกรุงเทพมหานคร จะฟื้นคืนชีพได้หรือไม่ในศึกเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า ไม่มีใครตอบได้
ขนาดถาม องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ดูแล กทม. ที่ว่าเขี้ยวๆ ในเมืองหลวงเมื่อหลายวันก่อน ก็ยังบอกว่า "การเลือกตั้ง กทม.จะแตกต่างจากหลายภาค กทม.มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตลอดเวลา ดังนั้นจึงเร็วเกินไปที่จะพูดถึงตัวเลข ส.ส.ใน กทม.
วันนี้เป็นเพียงวันเริ่มต้นในการนำเสนอสิ่งที่จะพัฒนาก้าวหน้าต่อประชาชน ภายหลังจากที่เราได้ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว เราได้บุคลากรที่มีคุณภาพ จึงเชื่อมั่นว่าจากการเปลี่ยนแปลง เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้”
นาทีนี้รู้สึกได้ว่าพรรคมอบหมายให้ องอาจ ฟอร์มทีม กทม.ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ ประชาธิปัตย์ กลับมามีที่นั่งในกรุงเทพฯ อีกครั้ง
ล่าสุด จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ตั้ง ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และให้ มาดามเดียร์-วทันยา บุนนาค เป็นประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
กรอบงานคร่าวๆ เห็นว่าก็จะมาช่วยกันทำนโยบายเพื่อคนกรุงเทพมหานคร
โดยเมื่อวันอังคาร (11 ต.ค.) ดร.เอ้ กับ มาดามเดียร์ ประเดิมตำแหน่ง ควง องอาจ รุ่นใหญ่ลงพื้นที่ดูปริมาณน้องน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ณ วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร และท่าน้ำเทเวศร์ เพื่อรับฟังปัญหาของชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
สุชัชวีร์ บอกว่า “พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำท่วมซึ่งเป็นปัญหาสะสมมานาน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่มีปริมาณฝนมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะทำงานนโยบายพรรค เน้นการทำนโยบายที่ต้องรับฟังประชาชนเป็นหลัก จึงต้องการลงพื้นที่ไปดูปัญหาเพื่อนำมาออกแบบนโยบายที่มีความเป็นไปได้และตอบโจทย์การแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
การแก้ปัญหาเรื่องน้ำต้องแก้ด้วยหลักวิศวกรรมและปฏิรูปทั้งระบบเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว และไม่มองแค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ยังต้องดูในส่วนของปริมณฑลควบคู่กัน เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน มั่นใจว่าแนวทางที่เตรียมไว้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมให้คนกรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน แต่หากไม่ได้รับการแก้ไข อนาคต กทม.จมน้ำอย่างแน่นอน”
ส่วน พี่องอาจ คงน่าจะอึดอัดใจ เห็นชาวบ้านน้ำท่วม จะเอาข้าวเอาของไปให้ก็ไม่ได้ เลยฝากถึงผู้คุมกติกาว่า ขอให้ผ่อนปรนเงื่อนไข 180 วัน เพื่อให้ ส.ส.สามารถลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนได้.
มินนี่เมาธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ได้ทั้งรักได้ทั้งวิตามิน
ควันหลงวันแห่งความรัก วันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคู่รักคนดังออกมาเปิดตัวและบ้างควงกันออกหวานโชว์สื่อ อย่างคู่รักการเมือง เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ควงภริยา “คุณจ๋า-ธนนนท์ นิรามิษ” จดทะเบียนสมรสชื่นมื่น ส่วนที่ฮือฮาอีกคู่คือการเปิดตัวของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดตัวหวานใจสวยเก่ง “ก้อย-อรัชพร โภคินภากร” ดารานักแสดง จนสาวๆ อกหักกันเป็นแถว
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

