ในที่สุด “ทักษิณ ชินวัตร” หรือ “โทนี่ วู้ดซัม” ก็หวนกลับมาโผล่ในรายการ “CARE ClubHouse” อีกครั้ง ในหัวข้อ “APEC 2022 จะปังแค่ไหน ถ้าให้พี่ "ตัวตึง" เป็นคนจัด” ซึ่งงานนี้ดูเหมือน “โทนี่” จะอกกลัดหนอง เพราะไม่รู้ว่าจะตำหนิติติงผลงานของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเรื่องใด เจ้าตัวเลยเล่นไปโหน “ม็อบราษฎร” ที่ “เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน” หรือ คฝ. ได้ใช้กระสุนยางในการสลายการชุมนุม...๐
เข้าใจได้ ประเด็น “เอเปก” ที่ทักษิณจะตำหนิในเรื่องงบประมาณก็กระดากปาก เพราะ ในปี 2546 ที่เจ้าตัวเป็นเจ้าภาพนั้นก็ใช้ไปถึง 5 พันล้านบาท แต่ผ่านมา 19 ปี ยุค “บิ๊กตู่” ที่ถูกครหาว่าของแพงทั้งแผ่นดิน กลับใช้งบประมาณไปเพียงกว่า 3 พันล้านบาทเท่านั้น
แล้วยิ่งพูดเรื่องนี้มากก็ยิ่งทำให้ตัวเองเสียรังวัด เนื่องจากเคยทำนายทายทักว่า “เรือแป๊ะ” จะอยู่ไม่ถึงการจัดงาน เรียกว่ายิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัวเอง นี่ยังไม่นับรวมแขกวีไอพีอย่าง “ซาอุดีอาระเบีย” และ “ฝรั่งเศส” ที่ “บิ๊กตู่” โชว์ศักยภาพเชิญมาร่วมงานได้อีกนะ...๐
งานนี้จึงไม่แปลกที่ “พี่โทนี่” จะเลาะตะเข็บเอเปกว่าด้วยม็อบราษฎรแทนที่ ซึ่งไม่ต้องตื่นเต้นอีกเช่นกัน เพราะดูในเฟซบุ๊ก “อานนท์ นำภา” หนึ่งในแกนนำม็อบราษฎร ได้นำหนังสือ “Thaksin Shinawatra” มาเปิดประมูลหารายได้ เพื่อใช้ในการประกันตัวนักโทษการเมือง! ก็จะถึงบางอ้อ “อานนท์” บอกว่าเป็นหนังสือหายากและลิมิเต็ดสุดๆ ก็เพราะมีลายเซ็นของ “ทักษิณ” เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2565 นั่นแล ซึ่งเริ่มประมูลที่ 2,475 บาท ก่อนจะไปปิดที่ 22,000 บาท แสดงความชัดแจ้ง แดงแจ๋กันแบบไม่กั๊กว่า “ม็อบราษฎร” นั้นไผเป็นไผกันแน่...๐
แล้วก็ดูเหมือน “พี่โทนี่” จะยังคงสันดานไม่เปลี่ยนแปลงในเรื่องการตัดตอน และชื่นชมระบอบประธานาธิบดีเสียเหลือเกิน เพราะในการ ปกป้องน้องสาวสุดรักอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั้น ก็อ้างว่าสหรัฐอเมริกาเขายังทำได้ พิโธ่! ถ้าย้ายโดยไม่มี “นัย” แอบแฝงก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่นี่ก็รู้กันทั้งบางว่าย้าย เพื่อให้ตำแหน่งว่างลงเพื่อให้คนใกล้ชิดคนในครอบครัวมากินเก้าอี้มิใช่เหรอ แล้วที่สำคัญ “ศาล” เขาก็ดำเนินตามขั้นตอนปกติเมื่อมีการประทับรับฟ้องแล้ว คุณไม่แจ้งเหตุมาไม่มาหนีหายไปเฉยๆ ก็ต้องออก “หมายจับ” หรือเพราะทำตัวอยู่เหนือกฎหมายเลยชินชากันจ๊ะ...๐
หันมาเรื่องการเมืองที่ “พี่โทนี่” วิเคราะห์วิจารณ์กันบ้าง ก็ชัดแจ้งอีกเช่นกันว่า ในสมัยหน้านั้นเลิกจับมือกับพรรคก้าวไกลภายใต้บังเหียนของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แล้ว เนื่องจากประกาศเองว่า จะแลนด์สไลด์กวาด ส.ส.ถึง 280 เก้าอี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็คงสนุกไม่หยอก เพราะเมืองไทยก็จะกลายเป็นพรรค 3 ขั้วเกิดขึ้น เป็นครั้งแรก เพราะ “ก้าวไกล” ยามนี้ก็เป็นยาดำที่ไม่มีใครอยากคบอยากจับมือด้วยแล้ว...๐
เอ่ยถึง “ก้าวไกล” แล้วไม่เอ่ยถึง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าคณะก้าวหน้าไม่ได้ เพราะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปลงพื้นที่กับพรรคก้าวไกล พร้อมขึ้นเวทีในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากเรียกร้องเรื่องการกระจายอำนาจท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องการปกครองแล้ว ยังเรียกร้องให้มาเทคะแนนให้พรรคก้าวไกลด้วย สังคมก็เลยกังขาว่า “ธนาธร” ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีมิใช่เหรอ แล้วการเคลื่อนไหวแบบนี้เป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการส่งตัวแทนเข้าเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย สังคมเขาเลยฝากถาม “อิทธิพร บุญประคอง” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะนิ่งเฉยกันอีกนานเท่าใด ระวังจะโดนหางเลขมาตรา 157 เข้าให้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน...๐
เรียกว่ารอดไปด่านหนึ่งแล้วสำหรับกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าด้วยร่างกฎหมายพรรคการเมือง ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะทำให้การทำไพรมารีโหวตสามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติแล้ว ส่วนด่านสุดท้ายว่า ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น คงต้องไป ลุ้นกันอีกเฮือกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งต้องถือเป็นการชี้เป็นชี้ตายให้แก่บรรดาพรรคเล็กพรรคน้อยกันเลยทีเดียว ซึ่งหากศาลมีมติเหมือนกับกฎหมายตัวเลขเราคงได้เห็นบรรดา พรรคควบรวมกันอุตลุด โดยเฉพาะบรรดาพรรคที่มีคำว่า “ไทย” ทั้งหลายแหล่...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


