บันทึกหน้า4

ในที่สุด “ทักษิณ ชินวัตร” หรือ “โทนี่ วู้ดซัม” ก็หวนกลับมาโผล่ในรายการ  “CARE ClubHouse” อีกครั้ง ในหัวข้อ APEC 2022 จะปังแค่ไหน ถ้าให้พี่ "ตัวตึง" เป็นคนจัด” ซึ่งงานนี้ดูเหมือน “โทนี่” จะอกกลัดหนอง เพราะไม่รู้ว่าจะตำหนิติติงผลงานของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในเรื่องใด เจ้าตัวเลยเล่นไปโหน “ม็อบราษฎร” ที่ “เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน” หรือ คฝ. ได้ใช้กระสุนยางในการสลายการชุมนุม...๐

เข้าใจได้ ประเด็น “เอเปก” ที่ทักษิณจะตำหนิในเรื่องงบประมาณก็กระดากปาก เพราะ ในปี 2546 ที่เจ้าตัวเป็นเจ้าภาพนั้นก็ใช้ไปถึง 5 พันล้านบาท แต่ผ่านมา 19 ปี ยุค “บิ๊กตู่” ที่ถูกครหาว่าของแพงทั้งแผ่นดิน กลับใช้งบประมาณไปเพียงกว่า 3 พันล้านบาทเท่านั้น

แล้วยิ่งพูดเรื่องนี้มากก็ยิ่งทำให้ตัวเองเสียรังวัด เนื่องจากเคยทำนายทายทักว่า “เรือแป๊ะ” จะอยู่ไม่ถึงการจัดงาน เรียกว่ายิ่งพูดก็ยิ่งเข้าตัวเอง นี่ยังไม่นับรวมแขกวีไอพีอย่าง “ซาอุดีอาระเบีย” และ “ฝรั่งเศส” ที่ “บิ๊กตู่” โชว์ศักยภาพเชิญมาร่วมงานได้อีกนะ...๐

งานนี้จึงไม่แปลกที่ “พี่โทนี่” จะเลาะตะเข็บเอเปกว่าด้วยม็อบราษฎรแทนที่ ซึ่งไม่ต้องตื่นเต้นอีกเช่นกัน เพราะดูในเฟซบุ๊ก “อานนท์ นำภา” หนึ่งในแกนนำม็อบราษฎร ได้นำหนังสือ “Thaksin Shinawatra” มาเปิดประมูลหารายได้ เพื่อใช้ในการประกันตัวนักโทษการเมือง! ก็จะถึงบางอ้อ “อานนท์” บอกว่าเป็นหนังสือหายากและลิมิเต็ดสุดๆ ก็เพราะมีลายเซ็นของ “ทักษิณ” เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2565 นั่นแล ซึ่งเริ่มประมูลที่ 2,475 บาท ก่อนจะไปปิดที่ 22,000 บาท แสดงความชัดแจ้ง แดงแจ๋กันแบบไม่กั๊กว่า “ม็อบราษฎร” นั้นไผเป็นไผกันแน่...๐

แล้วก็ดูเหมือน “พี่โทนี่” จะยังคงสันดานไม่เปลี่ยนแปลงในเรื่องการตัดตอน และชื่นชมระบอบประธานาธิบดีเสียเหลือเกิน เพราะในการ ปกป้องน้องสาวสุดรักอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่ถูกศาลออกหมายจับในคดีย้าย “ถวิล เปลี่ยนศรี” อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นั้น ก็อ้างว่าสหรัฐอเมริกาเขายังทำได้  พิโธ่! ถ้าย้ายโดยไม่มี “นัย” แอบแฝงก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่นี่ก็รู้กันทั้งบางว่าย้าย เพื่อให้ตำแหน่งว่างลงเพื่อให้คนใกล้ชิดคนในครอบครัวมากินเก้าอี้มิใช่เหรอ แล้วที่สำคัญ “ศาล” เขาก็ดำเนินตามขั้นตอนปกติเมื่อมีการประทับรับฟ้องแล้ว คุณไม่แจ้งเหตุมาไม่มาหนีหายไปเฉยๆ ก็ต้องออก “หมายจับ” หรือเพราะทำตัวอยู่เหนือกฎหมายเลยชินชากันจ๊ะ...๐

หันมาเรื่องการเมืองที่ “พี่โทนี่” วิเคราะห์วิจารณ์กันบ้าง ก็ชัดแจ้งอีกเช่นกันว่า ในสมัยหน้านั้นเลิกจับมือกับพรรคก้าวไกลภายใต้บังเหียนของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แล้ว เนื่องจากประกาศเองว่า จะแลนด์สไลด์กวาด ส.ส.ถึง 280 เก้าอี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็คงสนุกไม่หยอก เพราะเมืองไทยก็จะกลายเป็นพรรค 3 ขั้วเกิดขึ้น เป็นครั้งแรก เพราะ “ก้าวไกล” ยามนี้ก็เป็นยาดำที่ไม่มีใครอยากคบอยากจับมือด้วยแล้ว...๐

เอ่ยถึง “ก้าวไกล” แล้วไม่เอ่ยถึง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าคณะก้าวหน้าไม่ได้ เพราะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปลงพื้นที่กับพรรคก้าวไกล พร้อมขึ้นเวทีในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากเรียกร้องเรื่องการกระจายอำนาจท้องถิ่น โดยเฉพาะในเรื่องการปกครองแล้ว ยังเรียกร้องให้มาเทคะแนนให้พรรคก้าวไกลด้วย สังคมก็เลยกังขาว่า “ธนาธร” ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปีมิใช่เหรอ แล้วการเคลื่อนไหวแบบนี้เป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่อย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการส่งตัวแทนเข้าเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย สังคมเขาเลยฝากถาม “อิทธิพร บุญประคอง” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะนิ่งเฉยกันอีกนานเท่าใด ระวังจะโดนหางเลขมาตรา 157 เข้าให้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน...๐

เรียกว่ารอดไปด่านหนึ่งแล้วสำหรับกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าด้วยร่างกฎหมายพรรคการเมือง ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะทำให้การทำไพรมารีโหวตสามารถทำได้จริงในทางปฏิบัติแล้ว ส่วนด่านสุดท้ายว่า ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.นั้น คงต้องไป ลุ้นกันอีกเฮือกในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งต้องถือเป็นการชี้เป็นชี้ตายให้แก่บรรดาพรรคเล็กพรรคน้อยกันเลยทีเดียว ซึ่งหากศาลมีมติเหมือนกับกฎหมายตัวเลขเราคงได้เห็นบรรดา พรรคควบรวมกันอุตลุด โดยเฉพาะบรรดาพรรคที่มีคำว่า “ไทย” ทั้งหลายแหล่...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว