ช่วงแรกๆ ที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มีผลบังคับใช้ และกฎหมายกำหนดต้องยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ หรือ บก.รฟ. ในอีก 1 ปี
หรือประมาณเดือน ต.ค.2566
มีโอกาสได้นั่งคุยกับ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ ผบช.ก. ต้นสังกัดของ บก.รฟ. ก็ได้สอบถามจะดูแล “ลูกน้อง” ตำรวจรถไฟอย่างไร เพราะบางคนก็ไม่ได้อยากโอนย้ายไปอยู่ภูธรตาม พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ ที่ให้ตัดโอนไปสังกัดภูธร
“ผบช.ก้อง” ก็บอกจะไม่ทิ้ง “ลูกน้อง” จะดูแล “ลูกน้อง” ที่ยังต้องการอยู่ในสังกัด บช.ก.ทุกคน
ตอนนั้นบอกตรงๆ ยังไม่เชื่อว่าจะดูแลลูกน้องได้ หรือดูแลอย่างไร???
แถมในใจก็คิดว่าสุดท้ายก็คงปล่อย เพราะเจ้าของรหัสที่ลูกน้องเรียกว่า “JB” เติบโตส่วนใหญ่อยู่แต่ “กองปราบฯ” จะสนใจ “ตำรวจรถไฟ” แค่ไหน
แต่พอเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ได้ฟัง “ผบช.ก้อง” ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตตำรวจรถไฟ ที่หน่วยงาน บก.รถไฟ ต้องยุบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ชื่นใจแทน “ลูกน้อง” และใจชื้นว่า “ตำรวจรถไฟ” ไม่เดียวดายแน่ๆ
พล.ต.ท.จิรภพ บอก...บช.ก.มีอำนาจหน้าที่ดูแลประชาชนทั่วประเทศอยู่แล้ว ดังนั้นในระหว่างที่ยังไม่มีทางเลือกอื่น บช.ก.จะส่งตำรวจรถไฟที่เลือกอยู่สังกัด บช.ก. ต่อ ไปทำหน้าที่คล้ายๆ เดิมไปก่อน
ซึ่งสิ่งที่ ผบช.ก้องบอกนั้นก็เชื่อมโยงมาจากการที่ บช.ก.ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในเขตระบบรถไฟกับ รฟท. ยกระดับความปลอดภัย ป้องกัน และปราบปรามปัญหาอาชญากรรมในเขตระบบรถไฟทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ทั้งการสนับสนุน แลกเปลี่ยน วางแผน ป้องกัน ปราบปราม หรือแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในเขตระบบรถไฟ การแลกเปลี่ยนข้อมูลคนร้าย ผู้ก่อเหตุ หรือผู้ต้องสงสัย เช่น ข้อมูลระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในเขตระบบรถไฟทุกรูปแบบ
โดยมีเป้าหมายช่วยสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสารที่มาใช้บริการ และปิดช่องปัญหาการเกิดอาชญากรรม การโจรกรรมทรัพย์สินของ รฟท. รวมถึงปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบอื่นๆ
ถูกต้อง... ครับ
อาชญากรรมบนรถไฟเกิดขึ้นได้เสมอ หลายครั้งเป็นการก่อเหตุที่รุนแรง รวมทั้งมีการลักลอบขนส่งสิ่งของผิดกฎหมายต่างๆ หากไม่มี “ตำรวจ” ตรวจบนรถไฟ ตรวจบนขบวนรถ
ลำพังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ รฟท.จะเพียงพอหรือ และจะทำให้คนร้ายเกรงกลัวแค่ไหน อย่างไร
หากจะไปพึ่งพาตำรวจโรงพัก ตำรวจที่ถูกตัดโอนไปในแต่ละภูธร แต่ละพื้นที่ที่ขบวนรถไฟผ่าน จะขึ้นมาตรวจขบวนแค่รถวิ่งยังไม่ทันเดินครบทุกโบกี้ก็เลยขอบเขตอำนาจของตำรวจแต่ละโรงพักแล้ว
ใครจะเป็นเจ้าภาพกันแน่???
การแก้ปัญหา “ตำรวจรถไฟ” ที่ติดล็อกจาก พ.ร.บ.ตำรวจใหม่ ของ พล.ต.ท.จิรภพ ครั้งนี้ ด้วยการทำ MOU กับ รฟท. ก็ถือเป็นอีกทางออกหนึ่งที่ทำให้ “ตำรวจรถไฟ” ทุกนายยังได้ทำหน้างานเดิมต่อไป
แบบไม่อ้างว้าง...เดียวดาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ


