ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net Line ID : @thaipost ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ พิจารณากฎหมายฉบับเดียว สภาล่มไป 5 ครั้ง ร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น วาระ 2 ยังค้างเติ่ง ติดอยู่ที่มาตรา 9/1 รัฐบาลกับฝ่ายค้านก็โทษกันไปมา เล่นเกมกันจนไม่รู้จักอายตัวเองไม่สนหน้าที่ผู้แทนราษฎร ร้อนถึงประธาน "ชวน หลีกภัย" ต้องออกโรงเอง "สภาปัจจุบันไม่เหมือนในอดีต ที่สมัยก่อนนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่เป็นเสียงข้างมาก แต่ปัจจุบันไม่มีนายกฯ รองนายกฯ ในสภา และขณะนี้มอบให้นายอนุชา นาคาศัย ดูแล ซึ่งนายอนุชาก็เป็นรัฐมนตรีจึงดูแลไม่ทั่วถึง พูดง่ายๆ สภาต้องทำหน้าที่กันเอง ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ 2 คนต้องหารือกันเอง แทนที่ฝ่ายบริหารต้องดูแล กลายเป็นสภาต้องดูแลเอง ผมจึงคิดว่าเมื่อแจ้งต่อรองนายกฯ วิษณุไปแล้ว หวังว่าท่านจะแจ้งนายกฯ ต่อ เพื่อให้นายกฯ ได้เชิญหัวหน้าแต่ละพรรคการเมืองหารือกำชับลูกพรรคต่อไป เพราะเสียงของฝ่ายรัฐบาลมีเหลือแหล่" ที่ผ่านมาเวลาประชุม ครม.แทบทุกนัดจะได้ยิน "บิ๊กตู่" กำชับพรรคร่วมรัฐบาลช่วยกันดูแลเรื่ององค์ประชุมให้ ส.ส.เข้าประชุมสภาทุกนัด แต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม ดูท่านายกฯ อาจจะต้องออกแรงมากกว่านี้เพื่อให้คำพูดศักดิ์สิทธิ์ซะที
๐ ปชป.เลือดไหลอีกคนตามคาด ถึงจะโลโก้หราว่าเด็กชวน "สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล" เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.ตรัง 4 สมัย ไฟต์บังคับจำต้องบ๊ายบายพรรคพระแม่ธรณีฯ หลังอยู่มานานกว่า 20 ปี ยื่นใบลาออกอย่างเป็นทางการถึง กกต. 8 ธ.ค. ก่อนที่วันศุกร์นี้จะสวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติ เจ้าตัวเผยว่านายหัวชวนเอ่ยปากให้กำลังใจเห็นใจมากเพราะไม่มีที่ยืนให้จริงๆ ทำให้การเลือกตั้งครั้งหน้า ถิ่นสะตอฐานเสียงหลักประชาธิปัตย์ ที่เวลานี้เนื้อหอมสุดๆ ทุกพรรคต่างหมายปอง ดูท่าจะแตกเป็นเสี่ยงๆ นอกจากจะต้องสู้กับคู่แข่งแล้ว คราวนี้ต้องสู้กับคนกันเองในหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ย้ายไปสังกัด รทสช. จากเลือกตั้งปี 54 เคยกวาดถึง 50 เก้าอี้จาก 53 ที่นั่ง พอปี 62 หายเกินครึ่งเหลือ 22 คน จากทั้งหมด 50 น่าคิดว่าเลือกตั้งปี 66 จะเหลือกี่เก้าอี้ ยิ่งหลายเขตที่สู้กันเองระหว่างศิษย์เก่ากับศิษย์ปัจจุบัน กลายเป็นตัดคะแนนกันเอง เผลอๆ จะเสร็จตาอยู่คว้าเก้าอี้ไปนั่งสบายใจเฉิบ
๐ ร้อนแรงต่อเนื่อง สั่นสะเทือนทั้งแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจ นับแต่วันอังคารที่เพื่อไทยคิด (การ) ใหญ่ จุดพลุประชานิยมเอาใจฐานเสียงหลักรากหญ้า ดันค่าแรงขั้นต่ำสูงปรี้ด 600 บาท จบปริญญาตรีรับเงินเดือน 25,000 เล่นเอาภาคธุรกิจร้องจ๊ากขาสั่นพั่บๆ เพิ่งจะเริ่มลุกได้หลังวิกฤตโควิด เจอดอกนี้มีหวังเจ๊งระนาว ข้าวแกงธรรมดา ก๋วยเตี๋ยวรถเข็น อาหารตามสั่ง 50-60 บาท พุ่งไปจานละ 100 อย่างพี่ศรีนักร้องคนดังว่าบ้าไปแล้ว! ในเมื่อกระทบเป็นลูกโซ่ สุดท้ายคนรับกรรมหนีไม่พ้นชาวบ้านตาดำๆ ที่ต้องซื้อของแพงขึ้นไปอีก หลังเจอแรงต้านจากทุกด้าน เพื่อไทยตั้งแต่หัวหน้าครอบครัว "อิงค์" ก็พลิ้วบอกรอทำในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น ส่วนหัวหน้าพรรค "หมอชลน่าน ศรีแก้ว" อ้างว่าสิ่งที่ประกาศเป็นวิสัยทัศน์ คือภาพที่เราฝันให้เป็นจริงที่ตั้งเป้าเอาไว้ภายในปี 2570 ขณะที่ลูกพรรคเรียงหน้าโต้ไม่ถึงขั้นหายนะ ยกนโยบายค่าแรง 300 ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็เคยทำสำเร็จให้เห็นเป็นตัวอย่าง ประเด็นร้อนแบบนี้ นักร้องมือวางอันดับสองไม่พลาด "สนธิญา สวัสดี" ยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว โดยอ้างมาตรา 57 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดว่าการประกาศนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน จะต้องมี 1.วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 2.ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินการนโยบายนั้นๆ และ 3.ผลกระทบและความเสียงการดำเนินการนโยบายนั้นๆ ซึ่งในกรณีที่พรรคการเมืองไม่ได้จัดทำรายการตาม 3 ข้อข้างต้น ให้ กกต.สั่งให้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดแล้วจึงจะประกาศเป็นนโยบายได้.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน


