ท่องเที่ยวบูมเพราะรัฐกล้าตัดสินใจ

ยิ่งใกล้เทศกาลปีใหม่ 2566 เข้ามา ดูเหมือนว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยจะคึกคัก ครึกครื้นเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็ออกมากระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการโปรโมตการจัดกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้รู้ว่าประเทศไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยวแล้ว เห็นได้จากปัจจุบันได้มีการจัดกิจกรรมเทศกาลดนตรี เช่น การเชิญนักร้องชื่อดังระดับโลกมาขึ้นเวทีร้องเพลงที่เมืองไทย หรือแม้แต่การนำนักมวยจากญี่ปุ่นมาชกมวยที่สนามเวทีราชดำเนิน สิ่งเหล่านี้ต่างก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบรรดาแฟนคลับ และที่สำคัญทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่ากิจกรรมต่างๆ ที่ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว มักจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดูเหมือนจะสวนทางกับข้อมูลที่ว่าเศรษฐกิจซบเซา ถือว่าทั้งหมดทุกกิจกรรมที่รัฐได้ทำ มาถูกทางแล้ว และล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา

ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวครบ 10 ล้านคน “Amazing Thailand 10 Million Celebrations” เพื่อขอบคุณนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ให้ความเชื่อมั่นและไว้วางใจเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางในการเดินทางท่องเที่ยว จนทำให้ภาคการท่องเที่ยวบรรลุเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10 ล้านคนในปี 2566

จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาหลังจากรัฐบาลได้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวเป็นประเทศแรกๆ ก็มีเสียงไม่เห็นด้วยจากหลายฝ่าย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลก็มุ่งหวังว่าการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวครั้งนี้ จะเป็นการช่วยให้เศษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น เกิดการจ้างงาน พ่อค้าแม่ค้า กลับมาทำมาหากินอีกครั้ง แม้จะยังเจอวิกฤตจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้นการที่มีนักท่องเที่ยทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แบบนี้คงเถียงไม่ได้ว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่กล้าจะลงมือ แม้จะเจอกับอุปสรรคนานัปการ

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-9 ธ.ค.2565 ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 10,065,815 คน เฉพาะวันที่ 9 ธ.ค.2565 วันเดียวเข้ามาถึง 80,644 คน ถึงเป็นตัวเลขนิวไฮใหม่ของปีนี้ และกลับไปใกล้เคียงตัวเลขก่อนสถานการณ์โควิด-19 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยวันละ 100,000 คน ดังนั้นช่วง 20 วันที่เหลือของปีนี้มีโอกาสลุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยถึง 11 ล้านคนแน่นอน ซึ่งต้องขอบคุณรัฐบาลที่ตัดสินใจให้เปิดประเทศ ที่เริ่มมาจากภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เป็นแห่งแรก

ไม่เฉพาะขนส่งทางอากาศที่คึกคัก ในส่วนของด่านระหว่างประเทศก็คึกคักเช่นกัน ซึ่งในวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ด่านสะเดา จ.สงขลา ก็แห่เข้าไทยทำนิวไฮถึง 20,000 คนต่อวัน จากปกติวันละ 10,000 คนเศษ และเคยถึงวันละ 18,000 คน ขณะเดียวกัน คาดว่าตลอดปีนี้นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเข้าไทย 1.7 ล้านคน ถือเป็นชาวต่างชาติที่เข้าไทยสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนปีหน้าคาดว่าจะได้ 2.5 ล้านคนจากที่เคยสูงสุดก่อนโควิดที่ 4.8 ล้านคนในปี 2562          

ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ให้การต้อนรับและนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ที่โดยสารมากับเครื่องบินเช่า เหมาลำ Azur Air เที่ยวบินที่ ZF 3711 เวลา 11.38 น. จากกรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย มีผู้โดยสารจำนวน 336 คน และเที่ยวบินที่ ZF 2847 เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.นี้ จากเมืองโนโวซีบีสค์ สหพันธรัฐรัสเซีย มีผู้โดยสารจำนวน 235 คน ซึ่งได้วางแผนเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียง

แน่นอนว่าจากการเฉลิมฉลองโอกาสสำคัญในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยครบ 10 ล้านคน ตามเป้าหมายส่งเสริมตลาดต่างประเทศของปี 2565 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อีกทั้งเป็นการขอบคุณนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ได้ให้ความเชื่อมั่นในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และประกาศความสำเร็จแบรนด์ Amazing Thailand ตอกย้ำความเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมไปใจนักท่องเที่ยว เตรียมเดินหน้าไปยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ 20 ล้านคนในปี 2566 ต่อไป.

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน

ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่

โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต

“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน