โลกเครียดๆ..ของคนเก่ง

..ไม่อยากเป็นตัวสำคัญในโรงเรียนทำยังไงดีคะ?

เป็นกระทู้หนึ่งในห้องพันทิป ...ที่เห็นแล้วต้องชะงักหยุดคิด..เอ๊ะ!! คนนี้มาแปลก เพราะส่วนใหญ่แล้วมนุษย์เราอยากอยู่ท่ามกลางแสง เดินไปไหนมาไหนได้รับการชื่นชม หรือไม่ก็ถูกกล่าวถึง

แต่เด็กคนนี้...กลับบอกว่าไม่ไหวแล้ว 

นางเขียนในกระทู้ว่า ..คือเราเก่งสุดในห้องเลยมักเป็นตัวแทนไปแข่งที่อื่นบ่อยๆ ซึ่งเราเหนื่อยมากๆ กับความกดดันของพวกผู้ใหญ่อ่ะค่ะ แล้วก็ไม่ได้ชอบวิชาพวกนั้นสักเท่าไหร่ เราเริ่มท้อกับชีวิตในโรงเรียน เลยอยากจะมาถามถึงวิธีที่จะทำให้ไม่เป็นจุดสนใจของเหล่าพวกคุณครูกับ ผอ.หน่อยค่ะ อะไรก็ได้ค่ะ ขอแค่ไม่โดดเด่นหรือคุณครูลืมไปเลยได้ก็ดี...

เป็นสิ่งยืนยันได้ว่า...มนุษย์นั้นไม่เคยพอใจในจุดที่ตัวเองยืนอยู่

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ เด็กคนนี้กำลังเครียดอย่างหนัก และเบื่อมากมายกับความคาดหวังของผู้ใหญ่ โดยที่ไม่เคยมีใครถามเธอเลยว่าอยากทำไหม?!? เพราะครูบาอาจารย์เห็นสมควรว่านางต้องทำเพื่อส่วนรวม เพื่อองค์กร เพื่อสถาบันการศึกษา

ถ้าให้มนุษย์ป้าตอบ ก็อยากบอกหลานคนนี้ว่า ให้ปรึกษาพ่อแม่แล้วก็ให้พ่อแม่ไปบอกครูที่โรงเรียนนั่นแหละ จะเป็นทางออกที่สวยงามที่สุด เพราะการจะแก้ปัญหาด้วยการทำตัวเองให้ "อับแสง" นั้น อาจจะกลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ หรืออาจจะส่งผลกระทบต่ออนาคตการศึกษาของตัวเองได้

ปัญหาความเครียดของเด็กที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจ ดูเหมือนเป็นปัญหาไข่กับไก่ เพราะผู้ใหญ่มักจะมีเหตุผลว่า หวังดี ปรารถนาดี

ฉะนั้น ..ใครก็ตามที่กำลังสวมบทบาทครูบาอาจารย์ รวมทั้งผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองนั้น ช่วยกันนำกระทู้นี้ไปคิดกันหน่อยก็จะดีนะคะ อย่างน้อยก็วางกรอบให้เหมาะควรว่าความหวังดีนั้นอาจจะกลายเป็นฝันร้ายของเด็กไปได้ โดยเฉพาะถ้าจิตใจไม่แข็งแรง สุขภาพจิตของเขาเสีย ความหวังดีสุดท้ายจะกลายเป็นความสูญเสียได้นะ

เอาแค่จินตนาการง่ายๆ ว่า เด็กลงแข่งอะไรก็ตาม โดยตัวตนของเขาแล้วเขาย่อมอยากชนะ เพียงเท่านี้เขาก็แบกความรับผิดชอบมากมายแล้ว จริงไหม? นี่เขายังต้องแบกหน้าตาครู ชื่อเสียงสถาบันเต็มสองบ่า ไปแข่งขันด้วย ความรู้สึกผิดเขาจะมากแค่ไหนเมื่อเขาพลาดหรือเขาแพ้

ฝากพ่อแม่ครูบาอาจารย์ช่วยกันอภิปรายประเด็นนี้ เพื่อหาทางออกให้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับโลกใบเล็กๆ ของเด็กเก่งด้วยแล้วกันค่ะ.

ณัฐ วรา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟังเพลงยืดอายุสมอง เรื่องง่ายๆที่ทำได้ทุกวัน

ถ้าพูดถึงการดูแลสมอง หลายคนอาจนึกถึงการกินอาหารเสริม ออกกำลังกาย หรือฝึกสมองด้วยเกมต่างๆ แต่จริงๆ แล้วมีอีกวิธีที่ง่ายกว่านั้นมาก แถมไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม นั่นคือ “การฟังเพลง” โดยเฉพาะเพลงที่เราชอบและคุ้นเคย

เด็กวันนี้..อยู่ยากจริง?!?

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า พฤติกรรมการบูลลี่มีแนวโน้มรุนแรงและหลากหลายรูปแบบมากขึ้น

เสียงสะท้อนจากแม่ผู้สูญเสีย

การสูญเสียลูกไม่ใช่แค่ความเศร้าส่วนตัว แต่มันคือบาดแผลที่สังคมมักมองไม่เห็นและไม่เข้าใจ โดยเฉพาะเมื่อการสูญเสียกลายเป็นเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของคนในสังคม!

จำเขามาเล่าให้ฟัง : เมื่อเราอายุ 80 ปี

เมื่อฉันอายุย่างเข้า 80 ปี สิ่งแรกที่ต้องยอมรับให้ได้ก่อนคือ โลกไม่ได้หมุนช้าลงเพื่อรอเราเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม มันหมุนเร็วกว่าเดิมเสียอีก เพราะเดี๋ยวนี้เด็กอนุบาลยังมี iPad

เครียดนัก..มักแก่เร็ว

“ทำไมบางคนอายุเท่ากัน…แต่ดูแก่กว่ากัน 10 ปี” ช่วงหนึ่ง…หมอในฐานะศัลยแพทย์ตกแต่งเคยสงสัยว่า ทำไมคนอายุ 50 ปีเหมือนกัน บางคนดูเหมือนอายุ 40 แต่บางคนกลับดูเหมือน 60 ทั้งที่เกิดปีเดียวกันแท้ๆ

บริหารกระเป๋าเงิน...ฝ่าวิกฤตโลกไม่แน่นอน

โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อค่าครองชีพและมูลค่าของเงินออม โดยเฉพาะคนวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำเหมือนในช่วงวัยทำงาน