
ปัจจุบัน เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของเราในทุกวัน ทุกด้าน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการบริหารจัดการธุรกรรมต่างๆ ของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ หรือทำธุรกิจรูปแบบเดิมแต่เปลี่ยนแปลงวิธีการผลิต การใช้วัตถุดิบใหม่ๆ
จะเห็นได้ว่าภาคธุรกิจได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะการนำระบบเทคโนโลยีหุ่นยนต์เชิงอุตสาหกรรม ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เข้ามาช่วยในกระบวนการบริหารและการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยายนต์ที่นำระบบ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิต นอกจากลดต้นทุนแล้วยังมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ความต้องการแรงงานคนลดน้อยลง
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จึงเป็นอีกอุตสาหกรรมที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้เล่นในห่วงโซ่การผลิตอย่างมีนัยสำคัญ และกลายเป็นความท้าทายสำหรับไทยในฐานะฐานการผลิตรถยนต์อันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 10 ของโลก ว่าจะปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปและเติบโตต่ออย่างไร
ซึ่ง ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center หรือ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ คือเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกใบใหม่ AI ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมยานยนต์เกือบทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตที่สำคัญ เช่น การปรับปรุงกระบวนการผลิตยานยนต์ อาทิ การวิเคราะห์ข้อมูลภาพและระบบการมองเห็น, การประมวลผลด้านภาษาและการสื่อสารโต้ตอบกับผู้ขับขี่ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีในด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เช่น การวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ความต้องการชิ้นส่วนในอนาคต การติดตามตำแหน่งของชิ้นส่วนแบบ Real time, การพัฒนาระบบยานยนต์ไร้คนขับเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องมีคนควบคุม, พัฒนาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในขณะที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพการจราจร สภาพอากาศ และการนำเสนอเส้นทางที่มีประสิทธิภาพ และการบริหารจัดการข้อมูล อาทิ การวิเคราะห์และเชื่อมต่อข้อมูลของรถยนต์เพื่อคาดการณ์การบำรุงรักษา การตรวจสอบความผิดปกติและการควบคุมความปลอดภัยของรถยนต์ เป็นต้น
ดังนั้น ในปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่มากขึ้น โดย Tesla เป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายแรกๆ ที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในระบบ Autopilot ตั้งแต่ปี 2014 และคาดว่าในอนาคตเทคโนโลยี AI จะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับข้อมูลของ Goldman sachs ที่คาดการณ์แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ยานยนต์จะเพิ่มขึ้นถึง 24% ต่อปีในช่วงปี 2023-2030 มาอยู่ที่ราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 โดยเฉพาะการลงทุนพัฒนาระบบการขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ต้องยอมรับว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ยังคงมีความท้าทายอยู่มาก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและมีการเปลี่ยนแปลงเร็ว รวมถึงผู้ประกอบการเองยังจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้สอดรับกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้อีกด้วย
สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐบาลได้กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของพื้นที่อีอีซี โดยตั้งเป้าให้ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี พร้อมๆ ไปกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI ในการผลิตยานยนต์ ซึ่ง EIC มองว่า การพัฒนาเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีความท้าทายอีกหลายด้าน อาทิ การพัฒนาแรงงาน ทั้งการเพิ่มทักษะและการเรียนรู้ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับสายงานเดิม เพื่อสร้างแรงงานทักษะใหม่โดยเฉพาะทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อการประยุกต์ใช้ AI อย่างเหมาะสมและตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และต้องมีการลงทุนในอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมถึงต้องมีการสร้างความร่วมมือกันทั้งภายในและภายนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างกัน
ดังนั้น การปรับกรอบแนวคิดและเอาชนะความท้าทายเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตได้อย่างราบรื่น.
บุญช่วย ค้ายาดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

