สลายขั้วการเมือง

การเมืองไทย "ไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร" ใช้ได้จริงทุกยุคทุกสมัย อย่างเช่นล่าสุด "เสี่ยเน"-นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาพูดถึงประโยคนี้อีกครั้ง   

ย้อนไปเมื่อกว่าสิบปีที่ผ่านมา ไม่คิดว่า 2 พรรคดังกล่าวนี้จะมีท่าทีหันมามองหน้ากันได้ เมื่อเกิดวลีอมตะ "มันจบแล้วครับนาย" กลุ่มเพื่อนเนวิน จำนวน 23 ส.ส. แยกตัวจากพรรคพลังประชาชน และไปร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ และชูนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี 

หลังจากนั้น "เนวิน" และคนพรรคภูมิใจไทยถูกโจมตีจากพรรคนายใหญ่ตลอดมา กระทั่งตัวเขาเปลี่ยนบทบาทไปอยู่ข้างหลังฉากการเมือง และมุ่งพัฒนากีฬาฟุตบอล การท่องเที่ยว ให้บ้านเกิดเมืองนอน บุรีรัมย์ กระทั่งประสบความสำเร็จ เกิดเป็น "บุรีรัมย์โมเดล"  

กาลเวลาผ่านไป ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไป เป็นพรรคสายกลาง พร้อมชู "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ไม่ความขัดแย้งกับใครขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค สอดรับกับผลโพลว่าเป็นผู้นำเหนือความขัดแย้ง และคาดหวังเป็นขั้วที่ 3 พาประเทศออกจากความขัดแย้ง จากขั้วระบอบ 3 ป. และระบอบทักษิณ 

จึงทำให้ "ครูใหญ่" กล้าประกาศได้ว่า หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า "เรื่องแบ่งขั้ว เลิกคิดได้แล้ว เรื่องขั้ว ถ้าเมื่อไร เรายังแบ่งขั้ว แบ่งสี อยู่แบบนี้ บ้านเมืองมันไปไหนไม่ได้"  

ขณะที่ตัว "เนวิน" เองเมื่อถูกสื่อถามว่าความสัมพันธ์กับคุณทักษิณ ถ้าจะไปจับมือจัดตั้งรัฐบาลกัน เรื่องในอดีตลืมไปหมดหรือยัง "ครูใหญ่" บอกว่า เรื่องในอดีต คำถามวันนี้คือว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นของใคร ตอบผมหน่อยสิ พรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนด้วยใคร ใครกำหนดนโยบายพรรคเพื่อไทย ใครบริหารพรรคเพื่อไทย 

“ถ้าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคในปัจจุบันเป็นผู้บริหารทั้งหมดนี่นะ แล้วมันมีความขัดแย้งอะไรกับคุณอนุทินเขาล่ะ ผมก็ไม่เห็นว่ามีความขัดแย้ง แม้กระทั่งตัวท่านนายกฯ ทักษิณเองนี่นะ ในอดีตกับคุณอนุทิน" 

"ลุงเนวิน" ย้ำ ทิศทางของพรรคภูมิใจไทยเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ตนเป็นสมาชิกพรรค ไม่ใช่ผู้บริหารพรรค ไม่ใช่แกนนำพรรค 

“คนที่อยู่ในพรรคภูมิใจไทยวันนี้กับคนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยวันนี้ คนที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ คนที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ไม่เห็นมีใครมีความขัดแย้งกันนี่ ทำไมพวกคุณจะรวมกันไม่ได้ล่ะ"

บทสรุป "ลุงเนวิน" หากทุกคนลืมความขัดแย้งในอดีต และชักฝืนออกจากกองไฟ เชื่อว่าบ้านเมืองจะเข้าโหวตปรองดองได้. 

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลืมชื่อโรงแรม

สัปดาห์นี้ทำเนียบรัฐบาลเงียบเหงา เพราะ “นายกฯนิด” เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ไปปฏิบัติภารกิจที่ฝรั่งเศส อิตาลี และญี่ปุ่น ยาวๆรวม 10 วัน พร้อมด้วยทีมโฆษกรัฐบาล “สาวเนเน่” รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้ร่วมทริปไปด้วย

'เจ๊แจ๋น'ยังอยู่

แรงกระเพื่อมหลังปรับ ครม. หลายคนออกอาการไม่พอใจ หรือหายหน้าเพื่อรักษาแผลใจเพราะเจ็บปวดจากการถูกปรับออก ทั้งที่ทำงานเพียง 7 เดือน ยังไม่ได้ใช้งบประมาณปี 67

ขึ้นแล้วไม่ลงนะ

เหมาะจะอยู่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จริงๆ สำหรับ ลูกท็อป-วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

ปัญหาทะเลไทย

ตลอดทั้งปี67 รู้สึกไหมว่าข่าวความเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อมได้ยินไม่ขาดหู โดยเฉพาะสถานการณ์โลกร้อนส่งผลกระทบถึงอุณหภูมิน้ำและสิ่งมีชีวิตในทะเล ในส่วนของประเทศไทย เรามี “อาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล คอยอัพเดททะเลไทยของเราเสมอ

“อะไรอยู่ในกระเป๋าแม่บ้าง”

ช่วงนี้ข่าวการเมืองก็จะเบาบางลงกว่าตอนที่ตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอะไรๆเริ่มจะเข้าที่เข้าทาง แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่หายจากหน้าข่าวการเมือง คนนั้นคือ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้ปรากฏตัวตามข่าวการเมือง

บันทึกหน้า 4

การดึงพืชกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด แม้ฉากหน้าบรรดาแกนนำของสองพรรค “เศรษฐา ทวีสิน” นายกฯ จากพรรคเพื่อไทย และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย