
14 ส.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมารายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เรียกประชุมด่วน นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อยกระดับการควบคุมดูแลรักษาความปลอดภัยในขุมชน และสั่งการให้คุมเข้มเรื่องการพกพาอาวุธปืน ยาเสพติด และบุคคลเสี่ยงที่อาจจะก่ออันตรายกับพี่น้องประชาชน หลังจากเกิดเหตุความรุนแรง ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และเกิดเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงผู้คนภายในงาน ชิม ช็อป ใช้ ที่บริเวณหน้าอนุเสาวรีย์พ่อขุนทด อ.ด่านขุนทด ช่วงดึกวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา
พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่เยี่ยมจุดตรวจ จุดสกัด บริเวณวงเวียนหนองสรวง ตำบลหนองสรวง อำเภอขามทะเลสอ และจุดตรวจบริเวณ หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 5 ตำบลด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยนายอำเภอทุกอำเภอบูรณาการกับผู้กำกับสถานีตำรวจทุกโรงพัก

นายอนุพงศ์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุความรุนแรงที่จังหวัดนนทบุรีและในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาที่อำเภอด่านขุนทด ได้สั่งการด่วน ให้ทุกอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ตั้ง จุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องปรามการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะการพกพาอาวุธปืน ยาเสพติด และบุคคลต้องสงสัยที่มีความเสี่ยงจะก่อเหตุอาชญากรรม ในแต่ละพื้นที่ โดยกำชับให้ทุกอำเภอปฎิบัติตามมาตรการเพื่อควบคุมอาวุธปืนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ของกระทรวงมหาดไทยอย่างเคร่งครัด คือ ไม่อนุมัติให้เปิดโครงการจัดซื้ออาวุธปืนสวัสดิการใหม่ทุกประเภท จนกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติเป็นอย่างอื่น ระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.3) เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีมติ ครม. เปลี่ยนแปลง ให้นายทะเบียนอาวุธปืน เร่งตรวจสอบจำนวนใบอนุญาต ป.3 ในพื้นที่ หากพบว่ามีการออกใบอนุญาตแล้วแต่ยังไม่มีการซื้อขายอาวุธปืน ให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (ป.3) และได้ทำการซื้ออาวุธปืนเรียบร้อยแล้ว ต้องนำอาวุธปืนมาดำเนินการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ครม. มีมติ หากพ้นกำหนดจะถือว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็น อาวุธปืนผิดกฎหมายทันที นอกจากได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เข้าตรวจสอบยอดการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้ประกอบการทุกราย ให้ตรงกับยอดใบอนุญาต ป.3 หากพบข้อมูลไม่ตรงกัน ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และเร่งดำเนินการกวาดล้างปืนเถื่อนขั้นเด็ดขาด หากพบผู้กระทำผิด ให้เร่งเสนอศาลเพื่อลงโทษขั้นเด็ดขาดและรุนแรงที่สุด
ทั้งนี้จังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการบูรณาการฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ยกระดับการป้องกันอาชญากรรม โดยเฉพาะการควบคุมอาวุธปืน ยาเสพติด และการจัดระเบียบสังคมในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาได้สั่งการให้ทุกอำเภอดำเนินการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด รักษาความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมลาดตระเวน ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะ เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง สถานบริการ และสถานที่สำคัญ เพื่อป้องกันเหตุและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ทั้ง 32 อำเภอ ผลการจับกุมดำเนินการสามารถจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 43 ราย ของกลางยาบ้า 45,506 เม็ด สารไอซ์ 2.87 กรัม อาวุธปืน 16 กระบอก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โคราชยังอ่วม! น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักปากช่องกลางดึก กู้ภัยฝ่ากระแสน้ำช่วยชาวบ้าน
น้ำป่าเขาใหญ่ยังไหลลงลำตะคอง กระทบ อ.ปากช่อง 5 ตำบล 1 เทศบาลเมือง รวม 17 หมู่บ้าน 8 ชุมช
น้ำป่ายังทะลักปากช่อง! เร่งอพยพชาวบ้าน 2 ตายายขออยู่ต่อ ห่วงบ้าน-ห่วงหมา
น้ำป่าเขาใหญ่ยังไหลเอ่อท่วมพื้นที่ปากช่อง บ้านเรือน-รีสอร์ตในพื้นที่ลุ่มต่ำได้รับผลกระทบ กู้ภัยเร่งอพยพประชาชน ขณะที่ 2 ตายายบ้านโป่งประ
น้ำป่าเขาใหญ่ทะลักปากช่อง! ระดับน้ำยังเพิ่ม กู้ภัยเร่งใช้เรืออพยพชาวบ้าน
ฝนถล่มโคราชต่อเนื่องหลายวัน ปากช่อง-วังน้ำเขียวหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วม น้ำป่าจากเขาใหญ่ไหลหลากเข้
ตำรวจบุกช่วยนักศึกษาปี 4 เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินกว่า 7 แสน
ตำรวจเมืองย่าโมมือถึงบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลังถูกหลอกพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนขอเงินพ่อโอนไปให้มิจฉาชีพกว่า 7 แสนบาท โดยผู้กำกับเตือนภัยสแกมเมอร์ระบาดหนัก นักศึกษาปี 4 สูญเงินกว่า 8 แสนบาท พบเอกสารปลอมหลอกผู้ปกครอง ตำรวจเร่งตรวจสอบบัญชีม้า
โคราชเปิดศึก 'ย่าโมเกมส์ U-18' ชิงถ้วยพระราชทานฯ 33 ทีมร่วมชิงชัย
นครราชสีมาเปิดศึกวอลเลย์บอลเยาวชน “ย่าโมเกมส์ U-18” ครั้งที่ 2 ชิงถ้วยพระราชทานฯ รวม 33 ทีมชาย-หญิงร่วมแข่งขัน เปิดเวทีพัฒนาดาวรุ่ง ต่อยอดสู่ระดับจังหวัดและระดับประเทศ แข่งขัน 2 ช่วง ระหว่าง 23 ก.ย.-3 ต.ค.นี้
'ทภ.2' แจงไทม์ไลน์ยิบ ทหารกลับจากลาพักเสียชีวิตหลังค่าย พร้อมร่วมมือตรวจสอบโปร่งใส
กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์เบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง กรณีพลทหารเสียชีวิตภายในพื้นที่ใกล้เคียงหน่วย

