
หายใจเข้า หายใจออก ของ ‘เดอะต่อ’ วัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย คงมีแต่เรื่องการเมือง ที่คนอื่นอาจขยาด แต่คนคนนี้ขยับเข้าใส่
สิ้นปีที่เพิ่งผ่านพ้น ‘พี่ต่อ’ ของน้องๆ สรุปไทม์ไลน์ชีวิตของตัวเองตลอดช่วง ‘ปีเสือดุ’ ที่ผ่านมาว่า จังหวะก้าวของชีวิตมีแต่การเมืองเพียวๆ ไม่มีสารอื่นเจือปน
ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2565 ‘เดอะต่อ’ เจิมศักราชด้วยการร่วมเปิดตัวกับกลุ่ม 4 กุมาร นำโดย ‘เสี่ยอุต’ อุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง ‘เฮียสน’ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน และเดอะแก๊ง
จากนั้นหลังสงกรานต์ 20 เมษายน 2565 ร่วมกันรูดม่านเปิดตัว ‘พรรคสร้างอนาคตไทย’ ที่เป็นการรวมตัวกันของนักการเมืองที่มีความเอกอุด้านเศรษฐกิจ ผสมปนเปกับวัยเก๋า และวัยร้อนแรง
กระทั่งในช่วงกลางปีที่ผ่านมา หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง พรรคสร้างอนาคตไทยจัดการจุดพลุ ตัดริบบิ้น เปิดตัว ‘เฮียกวง’ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรค ซึ่ง ‘เดอะต่อ’ เรียกว่า ว่าที่นายกฯ ที่พรรคภูมิใจและมั่นใจว่าสู้ได้ทั่วทิศ
หลังจากเปิดตัว ‘เฮียกวง’ ทีนี้ชีพจรลงเท้า วันนี้โผล่ภาคเหนือ พรุ่งนี้ปรากฏตัวภาคอีสาน มะรืนไปอยู่แดนใต้ ไปๆ มาๆ กับเมืองกรุง แต่ที่แน่ๆ อยู่ต่างจังหวัดมากกว่าบ้านตัวเอง
สารพัดกิจกรรมทางการเมืองตลอดทั้งปี มีทั้งในพื้นที่บ้าง ในภาพรวมบ้าง ไม่เคยหยุดหย่อน เจ้าตัวยอมรับว่า ถูกบ้าง-ผิดบ้าง ปังบ้าง-ไม่ปังบ้าง..ก็ว่ากันไป
แถมท้ายปี มีสมาชิกไหลออก ซึ่ง ‘เดอะต่อ’ พูดถึงเรื่องนี้ว่า “คนอื่นผมไม่รู้นะครับว่าคิดอย่างไร แต่สำหรับผม ผมยอมรับได้ครับ พรรคตั้งมาแค่ 7-8 เดือน มาได้เท่านี้ถือว่าเก่งตายชักแล้วครับ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ชีวิตก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ทุกอย่างในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าดีหรือร้ายผมถือว่าดีทั้งหมดสิ้นครับ”
ส่วนปี 2566 นี้ เจ้าตัวรอคอยที่จะพบทุกช่วงเวลาด้วยความตื่นเต้นและระมัดระวัง พร้อมประกาศว่า จะยังอุทิศให้กับการเมืองแบบ ‘ฟูลไทม์’ อาจมีเพื่อนใหม่ หรือโจทย์ใหม่ทางการเมืองมาให้ทดสอบอีกเยอะ แต่ไม่ได้ครั่นคร้าม
แบบว่า ใจมันรัก มาทางนี้แล้วต้องไปให้สุด.
ฌ.เฌอ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง
สนองงานทันที
การแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ และการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือภารกิจเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาลในเวลานี้

