เหตุการณ์บอลลูนจีน : เรื่องเครียดผสมตลกร้าย

พอเกิดเหตุการณ์เรื่องสหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบไอพ่นไปยิงทำลายบอลลูนยักษ์ของจีนกลางอากาศเมื่อวันก่อน ก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมือง...และการล้อเลียนระหว่างกันอย่างกว้างขวาง

กลายเป็น “ตลกร้าย” ที่คนทั้งโลกทั้งเครียดทั้งขำไปพร้อมๆ กัน

คนจีนเข้าไปแสดงความเห็นใน social media อย่างคึกคัก...ส่วนใหญ่ออกมาทำนองตำหนิสหรัฐฯ ว่าแตกตื่นเกินเหตุ

ฝั่งคนอเมริกันเองก็มีความเห็นแบ่งแยกเป็นทั้งที่ฟาดฟันจีนอย่างดุเดือด และที่เห็นพ้องกับคนจีนที่เห็นว่าอเมริกาทำ “เกินเหตุ”

กิริยากับปฏิกิริยาไม่ได้สัดส่วนกันอะไรทำนองนั้น

การ์ตูนในโซเชียลมีเดียจีนสองรูปของสื่อทางการจีนบอกให้รู้ว่าทางการจีนมองว่าวอชิงตันพยายามจะทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่เพื่อใส่ร้ายจีน

การ์ตูนบอกว่าอเมริกันปั๊มลูกโป่งให้ใหญ่ขึ้นตามที่ตนต้องการเพื่อจะสร้างภาพว่าจีนเป็นภัยคุกคามของตนอย่างไร

ทั้งๆ ที่เป็นการสูบลมเข้าไปเอง ตัวลูกโป่งเองไม่ได้เป็นภัยกับคนอื่นแต่ประการใด

อีกภาพหนึ่งเป็นสำนวนจีนที่มีความหมายในแง่ของ “กระต่ายตื่นตูม”

แปลตรงตัวได้ความว่า “แค่ได้ยินเสียงง้างของธนู นกก็ตัวสั่นระริกๆ” ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะยิงมาที่ตัวเองหรือไม่แต่อย่างไร

สื่อทางการจีนบอกว่าสหรัฐฯ เป็นถึง “อินทรี” ควรจะต้องมีความเก่งกล้าสามารถไม่ตกตื่นง่ายๆ

แต่ในกรณีนี้กลับทำตัวเป็นนกน้อยขี้ตกใจไปได้

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาในโซเชียลมีเดียจีน กรณีนี้ถูกเรียกเป็น “เหตุการณ์บอลลูนจีน 2023” ลุกลามใหญ่โต เต็มไปด้วยคอมเมนต์ที่ร้อนแรง, ขำขัน, ประชดประชันเต็มพิกัด

จนตอนนี้เฉพาะหัวเรื่องนี้มีหน้า Wikipedia เป็นของตัวเองแล้ว

เริ่มเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 มีการประกาศว่า "บอลลูนเฝ้าระวัง" ของจีนลอยตัวอยู่สหรัฐอเมริกาตอนเหนือ

ต่อมามีรายงานว่า บอลลูนจีนลูกที่สองลอยอยู่เหนือละตินอเมริกา

ผลที่ตามมาคือ แอนโทนี บลินเกน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยกเลิกกำหนดการเยือนปักกิ่ง   โดยเรียกบอลลูนของจีนว่า “เป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ”

สื่อจีนบอกว่าบอลลูนนี้ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “บอลลูนสอดแนมของจีน” (surveillance balloon)

เช้าวันอาทิตย์หลังตี 4 ตามเวลาท้องถิ่นของจีน มีข่าวออกมาว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ยิงบอลลูนของจีนตกนอกชายฝั่งแคโรไลนา หลังจากพื้นที่ชายฝั่งของนอร์ทแคโรไลนาและเซาท์แคโรไลนาถูกปิด เนื่องจากปฏิบัติการด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ เจ้าหน้าที่จีนเรียกบอลลูนว่าเป็น "เรือเหาะ" ของพลเรือน ("飞艇")

ที่ใช้สำหรับการตรวจวัดสภาพอากาศและการวิจัยทางอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเบี่ยงเบนไปจากเส้นทางเดิมเนื่องจากลม

เหตุการณ์นี้จึงถูกขนานนามเป็น "เหตุการณ์เรือเหาะของจีน" ("中国飞艇事件") โดยสื่อจีน

ในสื่อสังคมออนไลน์ของจีน ประเด็นนี้เรียกว่า “เหตุการณ์บอลลูน” (“气球事件”) หรือ “ปัญหาบอลลูน” (“气球问题”)

และชาวเน็ตหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของ “การทำประเด็นเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่” (“小题大做”)

นอกจากนี้เพื่อความสนุกสนานและสะใจของคนจีนบางคน บอลลูนยังมีชื่อเล่นว่า “บอลลูนพเนจร” (流浪气球)

เพื่อเทียบเคียงกับภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศของจีนเรื่อง The Wandering Earth II

หนึ่งในแฮชแท็กที่ใช้เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้คือ “The Wandering Balloon II” (#流浪气球2#)

หู ซีจิน นักวิจารณ์การเมืองชาวจีน ซึ่งเป็นเจ้าประจำที่โพสต์ความเห็นเชียร์จีนและฟาดฟันตะวันตกขึ้นข้อความว่า ฝ่ายสหรัฐฯ นั้นความจริงก็ตระหนักดีว่าบอลลูนของจีน ซึ่งบังเอิญไป "หลงทาง" นั้นแท้จริงแล้ว "ไม่ก่อให้เกิดอันตราย" แต่อย่างไร

แต่ก็ยังรายงานเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเจตนาจะใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างเรื่องเล่าต่อต้านจีน

เหตุผลของหู ซีจิน สอดคล้องกับของศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีน Li Haidong หลี่ห่ายตง (李海东)  ซึ่งอ้างว่าเรื่องบอลลูนถูกตีกรอบว่าเป็นภัยคุกคามเพื่อให้สหรัฐฯ ได้เปรียบในการเจรจาทวิภาคี

หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับบอลลูนของจีนที่ถูกยิงตก ผู้แสดงความคิดเห็นใน Weibo บางคนพูดติดตลกว่า "บอลลูนเด็กผู้น่าสงสาร" ถูกยิงตกอย่างโหดเหี้ยมโดยที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะลอยเล่นอยู่บนท้องฟ้าเลย

อีกบางความเห็นก็บอกว่า “น่าเสียดายจริงๆ” ขณะที่คนอื่นๆ แนะนำว่ามันเป็น “แค่ลูกโป่งที่หลงทาง” เท่านั้น ไม่ควรกลายเป็นเรื่องที่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศถึงขั้นนี้เลยถ้าวอชิงตันไม่ปั้นเรื่องให้เลวร้ายเพื่อประโยชน์ของตน

หนึ่งในแฮชแท็กที่ใช้สำหรับการสนทนาออนไลน์เกี่ยวกับบอลลูนที่ถูกยิงตกคือ “บอลลูนพเนจรถูกยิงตก” (#流浪气球被击落#) และ “The 'Wandering Balloon' Gets down by American Military” (#流浪气球被 击落#)

นอกจากนี้ยังมีเรื่องตลกขำขันในโลกออนไลน์มากมายเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้

เช่น คนจีนคิดว่าภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง Wandering Earth II เป็นภาพยนตร์ฮิตในปัจจุบัน และพวกเขาไม่คาดคิดว่า 'Wandering Balloon' จะเป็นภาพยนตร์ฮิตในช่วงเวลานั้น

ไม่น่าแปลกใจที่กรณีบอลลูนของจีนทำให้ผู้คนออนไลน์เปรียบเทียบภาพยนตร์ไซไฟ Wandering Earth เพราะหนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา

และก็ยังมีการโยงไปถึงช่วงเทศกาลโคมไฟจีนที่มีการเฉลิมฉลองในวันที่ 15 เดือนแรกของวันตรุษจีน เป็นโอกาสอวยพรให้ทุกคนมีความสุขในปีใหม่

ผู้คนก็โยงเรื่องบูลลูนกับโคมไฟจีนอีกจนได้เช่นกัน

แต่อารมณ์ขันและถ้อยเยาะเย้ยถากถางของคนจีนนั้นก็แฝงไว้ด้วยความหวั่นเกรงเช่นกันว่าเรื่อง “ตลกร้าย” อย่างนี้อาจจะเพิ่มความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

และแม้กระแสความรู้สึกชาตินิยมในประเทศจีนจะรุนแรงในหมู่ประชาชนคนจีนไม่น้อย แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่กังวลว่าบรรยากาศที่เสื่อมทรุดระหว่างสองประเทศจะมีผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศหลังโควิดมากน้อยเพียงใด

กรณี “บอลลูนจีน” จึงไม่ใช่แค่เรื่องหยอกล้อกันให้สนุกสนานหรือวิพากษ์อเมริกาให้สนุกปากเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายมิติที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะลงเอยอย่างไร

โดยที่ทั้งปักกิ่งและวอชิงตันจะไม่เสียฟอร์มมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพื่อให้เรื่องนี้ผ่านไปเหมือน “ฝันร้าย” เท่านั้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน

บิ๊กเซอร์ไพรส์ 'สุทธิชัย หยุ่น' เล่นซีรีส์ 'The White Lotus ซีซั่น 3'

เรียกว่าสร้างความเซอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง สำหรับซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ซึ่งจะสตรีมผ่าน Max ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025 เพราะนอกจากจะมี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ไอดอลเกาหลีสัญชาติไทย ที่กระโดดลงมาชิมลางงานแสดงเป็นครั้งแรก ในบทของ มุก สาวพนักงานโรงแรม

ถามแสกหน้า 'ทักษิณ' จะพลิกเศรษฐกิจไทยยังไง ทุกซอกมุมในสังคมยังเต็มไปด้วยทุจริตโกงกิน

นายสุทธิชัย หยุ่น นักวิเคราะห์ข่าวและผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า “เขาจะพลิกประเทศไทยให้เศรษฐกิจล้ำโลกได้หรือ