วันนี้ครบรอบ 1 ปีหลังจากประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียสั่งทหารบุกเข้ายูเครน
พรุ่งนี้เริ่มปีที่สองของสงครามที่ทำท่าจะยืดเยื้อเพราะทั้งสองฝ่ายต่างยังเสริมเติมทหารและอาวุธเข้าสู่สมรภูมิรบอย่างร้อนแรง
เพราะไม่มีใครคิดว่าตัวเองกำลังอยู่จุดที่กำลังจะพ่ายแพ้
แต่ในจังหวะที่ครบ 1 ปีแห่ง “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ของรัสเซียนี้เองที่สหรัฐฯ กำลังบอกผู้นำยูเครนเซเลนสกีว่านี่เป็น “ช่วงเวลาวิกฤตที่จะอาจเปลี่ยนวิถีของสงคราม” ได้
นั่นหมายความว่าเป็นจังหวะที่ “กำหนดชะตากรรม” แห่งสงคราม
ขณะที่ประเทศตะวันตกทุ่มอาวุธและความช่วยเหลือให้ยูเครนอย่างเต็มพิกัด
แต่ปูตินก็ไม่ยอมถอยง่าย ๆ
มอสโกส่งสัญญาณว่าจะมีการระดมทหารอีกครั้งใหญ่อีกครั้ง อาจมีจำนวน 300,000-500,000 คน
และคราวนี้สงครามจะต้องเบ็ดเสร็จ
เป้าหมายอาจรวมถึงการยึดเมืองหลวงคือกรุงเคียฟให้สำเร็จจึงจะถือว่า “ภารกิจลุล่วง”
ด้านสหรัฐฯนั้น แม้จะรับปากว่าจะสนับสนุนยูเครนในการสู้รบ “นานตราบเท่าที่จำเป็น” แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯก็ส่งสัญญาณว่าชุดความช่วยเหลือล่าสุดจากสภาคองเกรสและพันธมิตรของอเมริกาเป็น “โอกาสที่ดีที่สุด” ของยูเครนที่จะพลิกทิศทางของสงครามอย่างมีนัยสำคัญ
แต่นักการเมืองพรรครีพับลิกันบางคนก็เริ่มจะบอกว่าจะถอนการสนับสนุนหากยูเครนยังไม่สามารถดูแลตัวเองด้วยความช่วยเหลือที่ส่งมอบไปให้ในหนึ่งปีที่ผ่านมา
นักการเมืองของสหรัฐฯกลุ่มนี้ต้องการให้ยุโรปเองดูแลยูเครนต่อจากนี้ไปหากอเมริกายังต้องจัดงบประมาณทางทหารอีกจำนวนมากในอนาคตอันใกล้
ส.ส. และ ส.ว. พรรครีพับบลิกันตั้งข้อสังเกตว่าสภาคองเกรสเปิดไฟเขียวให้ยูเครนเป็นงบประมาณมากกว่าที่ทำเนียบขาวร้องขอด้วยซ้ำไป
บางคนในทำเนียบขาวบอกว่าอเมริกาจะต้องส่งสัญญาณให้เซเลนสกีและผู้นำยูเครนคนอื่น ๆ ว่าวอชิงตังไม่สามารถจะส่งความช่วยเหลือให้ยูเครนได้ตลอดไป
จวบถึงวันนั้น ทั้งสองพรรคการเมืองใหญ่ของอเมริกายังมีจุดยืนต่อยูเครนตรงกันในประเด็นที่จะต้องระงับยับยั้งการรุกรานของรัสเซีย
แต่แกนนำของรีพับบลิกันย้ำเตือนว่าสหรัฐฯมิอาจจะออก “เช็คเปล่า” ให้ยูเครนโดยไม่มีกำหนดหรือเพดาน
เพราะประชาชนคนอเมริกันผู้เสียภาษีย่อมต้องการรู้ว่าความช่วยเหลือเช่นว่านี้มีขีดจำกัดไว้ตรงไหน
นั่นคือคำถามว่าสงครามจะยืดเยื้อไปอีกนานเท่าใด
และต้นทุนสงครามจะสูงต่อไปอีกเพียงใด
รวมถึงคำถามว่าการฟื้นฟูประเทศยูเครนจะมาในรูปใด และอเมริกาจะชักชวนประเทศอื่นมาร่วมในการควักกระเป๋าเพื่อเป้าหมายนี้อย่างไร
หลายเดือนที่ผ่านมาการสู้รบในยูเครนตกอยู่ในภาวะชะงักงันของทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะในสมรภูมิทางภาคตะวันออกของยูเครน
ไม่มีฝ่ายใดถือไพ่เหนือกว่ากัน
นักวางแผนของสหรัฐฯ เชื่อว่า “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” จะมาถึงในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ นั่นหมายถึงเดือนมีนาคมอันเป็นจุดสิ้นสุดของฤดูหนาว
จังหวะนี้คือเวลาที่คาดว่ารัสเซียจะเปิดฉากรุกใหญ่ครั้งใหม่
และยูเครนก็ปักหลักตั้งแนวรุกเพื่อทวงคืนดินแดนที่เสียไป
เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของช่วงเวลานี้สำหรับสหรัฐฯ จึงเห็นรองประธานาธิบดีกมาลา แฮร์ริสกับรัฐมนตรีต่างประเทศแอนโทนี บลินเกน และรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ Alejandro Mayorkas ยกพวกไปร่วมการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงที่สำคัญในเยอรมนีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
และประธานาธิบดีไบเดนบินเข้าโปแลนด์เมื่อวานนี้
เป็นการจับจังหวะที่ไบเดนไปยืนอยู่ใกล้สนามรบยูเครนเพื่อกล่าวสุนทรพจน์และจัดให้มีการประชุมในโอกาสครบรอบปีแรกของสงคราม
ในขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวยังทำงานร่วมกับสภาคองเกรสเพื่ออนุมัติงบประมาณช่วยเหลือโดยตรงอีก 10,000 ล้านดอลลาร์ (กว่า 320,000 ล้านบาท) แก่ยูเครน
และคาดว่าจะประกาศชุดความช่วยเหลือทางทหารชุดใหญ่อีกชุดในสัปดาห์นี้
อีกทั้งยังกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อเครมลินในช่วงเวลาเดียวกัน
แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯก็ยืนยันว่าจะต้องมีการบอกกล่าวถึง “สภาวะวิกฤต” ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าให้ผู้นำยูเครนได้รับทราบและนำไปปฏิบัติ
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไบเดนที่ได้รับหน้าที่ปิดประตูคุยอย่างเปิดอกกับรัฐบาลยูเครนรวมถึงรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ Jon Finer รองเลขาธิการแห่งรัฐ Wendy Sherman และปลัดกระทรวงกลาโหม Colin Kahl
ทีมงานนี้ไปเยือนยูเครนเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อแลกเปลี่ยนกับระดับนำของยูเครนแล้วทั้งสิ้น
วิลเลียม เจ. เบิร์นส์ ผู้อำนวยการซีไอเอเดินไปยูเครนก่อนเจ้าหน้าที่เหล่านั้นหนึ่งสัปดาห์
โดยมีภารกิจหลักคือบรรยายสรุปให้ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ว่าด้วยความคาดหวังของสหรัฐฯเกี่ยวกับสิ่งที่รัสเซียกำลังวางแผนทางทหารในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
และเน้นย้ำถึงความสำคัญที่ยูเครนจะฉกฉวยจังหวะเวลานี้ช่วงชิงความได้เปรียบอย่างเด็ดขาดจากรัสเซียในทุกแนวรบ
แต่ไบเดนและทีมรอบตัวของเขาก็ต้องแสดงภาพของความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับยูเครนเพื่อกระชับความร่วมมือของพันธมิตรตะวันตกในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
โดยเฉพาะในช่วงครบรอบ 1 ปีของสงคราม
โดยหวังว่าจะส่งสัญญาณถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียว่าการสนับสนุนยูเครนไม่ได้ลดลงแต่ประการใด
แต่นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าทั้งรัสเซียและยูเครนไม่น่าจะคว้าความได้เปรียบทางทหารอย่างเด็ดขาดในอนาคตอันใกล้นี้
ขณะที่เซเลนสกีล็อบบี้อย่างเปิดเผยที่จะให้ประเทศตะวันตกส่งอาวุธหนักมาให้ เช่น รถถัง, ขีปนาวุธพิสัยไกลและเครื่องบินรบ แต่ก็มีการเจรจาเบื้องหลังอย่างเงียบๆ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ให้ชาติตะวันตกอื่นร่วมสมทบด้วยอย่างแข็งขัน
เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีแต่สหรัฐฯเท่านั้นที่ยืนตระหง่านสนับสนุนยูเครน
เกมนี้ต้องเป็นภาพการประสานมืออย่างเหนียวแน่นของยุโรปด้วยจึงจะได้ผลทั้งทางด้านปฏิบัติและขวัญกำลังใจ
(พรุ่งนี้: เริ่มปีที่ 2 ของสงครามยูเครน)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


