พอครบรอบ 1 ปีของสงครามยูเครน ผมก็ขอตั้งวงวิเคราะห์กับ “กูรู” ด้านต่าง ๆ เพื่อประเมินสถานการณ์สู้รบและการทูตเพื่อวาดฉากทัศน์ในอนาคตให้เห็นมุมมองหลากหลายและสร้างสรรค์
ในรายการ “ตอบโจทย์” ทางไทยพีบีเอสเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (24 กุมภาพันธ์ 2023 พอดี) ผมเชิญสามท่านมาตั้งวงเสวนา
คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เลขาธิการคณะมนตรีเพื่อสันติภาพ และความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC)
กับ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงและ
คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
ในฐานะนักการทูต (อดีตปลัดกระทรวงต่างประเทศ) คุณสีหศักดิ์มองว่าสถานการณ์คงต้องยืดเยื้อไปอีกสักพัก
“แม้เราจะได้ยินเรื่องการเจรจาสันติภาพ แต่ผมคิดว่าตอนนี้ยังไม่ถึงจุดที่จะเจรจา เพราะเดิมพันในเกมนี้สูงมาก...”
ท่านบอกว่า “รัสเซียอยู่ในฐานะที่ชนะลำบาก แต่ก็แพ้ไม่ได้”
ที่แพ้ไม่ได้เพราะมันหมายถึงสถานะของประธานาธิบดีปูติน
ส่วนยูเครนก็แพ้ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความอยู่รอดของเขา
ส่วนสหรัฐฯมองไกลไปกว่าเรื่องของยูเครน วอชิงตันมองในเรื่องของ “ระเบียบโลกใหม่” ที่เขายังต้องรักษาความเป็นผู้นำของตะวันตก
ล่าสุดที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนไปวอร์ซอของโปแลนด์และกรุงเคียฟของยูเครนก็พูดถึงว่านี่ยูเครนเป็นสมรภูมิของการต่อสู้ระหว่าง freedom-democracy (เสรีภาพ-ประชาธิปไตย) กับ authoritarianism (เผด็จการ-อำนาจนิยม)
“นั่นก็เท่ากับเพิ่มเดิมพันของสถานการณ์ยูเครนไปอีก...มันมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตะวันตกและนาโตกับรัสเซียและจีนด้วย...”
ดังนั้นในฐานะนักการทูตอาชีพ คุณสีหศักดิ์จึงบอกว่า
“ขณะนี้ผมยังมองไม่เห็นว่าสถานการณ์มันสุกงอมเพียงพอที่จะมีการเจรจา”
แม้จีนจะได้เสนอสูตรสันติภาพ 12 ข้อแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสงบสุขได้
“ที่จีนต้องเสนอแผนสันติภาพก็เพราะจีนเดือดร้อนด้วย ผมคิดว่าจีนไม่เห็นด้วยกับการรุกรานยูเครน เพราะผิดหลักการของการเคารพอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศอื่น เพราะมันเกี่ยวกับเรื่องไต้หวันด้วย...”
แต่ขณะเดียวกันจีนก็ไม่สามารถจะสูญเสียพันธมิตรกับรัสเซียได้
“เพราะน้ำหนักของรัสเซียในเกมภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯนั้นมีความสำคัญมาก และสิ่งที่จีนเป็นห่วงก็คือหากรัสเซียแพ้ จะเกิดอะไรขึ้น...”
คุณสีหศักดิ์มองว่าในกรณียูเครนนั้นรัสเซียเป็นผู้รุกรานและรุกรานดินแดนบางส่วนของยูเครน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
“แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องมองความเป็นจริง ว่าเหตุใดปูตินจึงตัดสินใจทำเช่นนั้น เพราะปูตินเห็นว่านักวันศักดิ์ศรีของรัสเซียก็ลดลงไป นี่จากมุมมองของปูติน...”
หากเราจะแก้ไขปัญหานี้ก็ต้องมองจากอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเสมอ
“ปูตินมองว่ารัสเซียเคยมีศักดิ์ศรี เคยมีเกียรติภูมิ แต่นับวันก็ลดลงไป มีคำถามว่าบทบาทของรัสเซียในความสัมพันธ์ของระเบียบการเมืองในยุโรปอยู่ตรงไหน และทำไมนาโตยังมองว่ารัสเซียเป็นภัยต่อความมั่นคงของตน...”
คุณสีหศักดิ์บอกว่าต้องยอมรับความจริงว่าระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้นมีความสัมพันธ์พิเศษ ,,, เหมือนไทยกับลาว
“รัสเซียถือว่ายูเครนอยู่ในเขตอิทธิพลของตน จะผิดจะถูกก็อีกเรื่อง ในทำนองเดียวกับที่สหรัฐฯถือว่าคิวบาอยู่ในเขตอิทธิพลของตน...”
นี่คือ Red Line หรือ “เส้นแดงห้ามผ่าน” ที่รัสเซียขีดเอาไว้
คุณสีหศักดิ์บอกต่อว่า “มีคนชื่นชมเซเลนสกีมาก ผมก็ชื่นชมในฐานะผู้นำประเทศ แต่เมื่อเหตุการณ์เริ่มไม่ค่อยดี ผมว่าคนที่เป็นผู้นำประเทศที่มีสถานะทางภูมิศาสตร์ ระหว่างมหาอำนาจต้องดำเนินนโยบาย balancing คือรักษาดุลยภาพให้ดี”
ท่านทูตเชื่อว่าเซเลนสกีคงจะเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่เขาก็มองว่าอนาคตของเขาอยู่กับทางตะวันตกคือนาโต เรื่องเศรษฐกิจก็กับอียู
จึงเห็นแนวทางของยูเครนภายใต้การนำของเซเลนสกีที่ออกมายืนหยัดต่อสู้โดยการเรียกร้องให้ตะวันตกส่งอาวุธมาช่วยรบอย่างต่อเนื่องและหนักขึ้นทุกที
คุณเกรียงไกรในฐานะดูแลเรื่องเศรษฐกิจและเป็นประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซียเสนอตัวเลขของการค้าขายระหว่างสองประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างชัดเจน
ยอดการค้าขายระหว่างไทยกับรัสเซียในปี 2564 อยู่ที่ 2,750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่พอถึงปี 2565 ลดลง 30 กว่าเปอร์เซ็นต์
การค้าขายของสองประเทศที่มียอดรวม 2,750 ล้านเหรียญนั้น ไทยเราเป็นฝ่ายส่งออก 1,032 ล้านเหรียญ นำเข้าประมาณ 1,700 ล้านเหรียญ เราเป็นฝ่ายขาดดุล
ปีที่แล้ว เราส่งออกเหลือเพียง 580 ล้านเหรียญ หรือลดไปประมาณ 43%
และการนำเข้าจากรัสเซียก็ลดลง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์
ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าสงครามมีผลกระทบต่อการค้าขายระหว่างสองประเทศของเราอย่างมาก
“ผู้ส่งออกของเราก็ยังสาละวนอยู่กับปัญหาต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับการคว่ำบาตรอันเกิดจากสงครามเช่นเปิด L/C ไม่ได้เพราะสหรัฐฯกับยุโรปก็ตัดรัสเซียออกจากระบบการโอนเงินระหว่างประเทศ SWIFT...”
ผู้ส่งออกจากจึงต้องหาทางออกโดยการไปเปิด L/C ช่องทางอื่นเช่นไปเปิด L/C ผ่านประเทศอื่นเช่นจีนหรือประเทศในตะวันออกกลางเป็นต้น
การขนส่งก็เป็นปัญหาเพราะการแซงชั่น
เรือขนสินค้าระหว่างไทยกับรัสเซียก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางที่ต้องอ้อมมากขึ้น
จึงต้องมีการเปลี่ยนท่าเรือในประเทศอื่นเพื่อนำเข้ามาอีกทีหนึ่งซึ่งก็ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
“สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือสินค้าในบางอุตสาหกรรมที่ยังพอมีมาร์จินหรือกำไรส่วนเกินก็ยังต้องดิ้นรน ยังคุ้มอยู่แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ถ้าเป็นสินค้าที่มีมาร์จินต่อ ช่วงนี้ก็หยุดไปก่อน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ยอดการค้าขายระหว่างสองประเทศตกไปในปีที่แล้วถึง 43%”
แต่ก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด ยังมีสินค้าบางตัวที่เห็นทิศทางเพิ่มขึ้น
ปีที่แล้ว ตัวเลขที่ดีขึ้นคือการส่งออกภาคอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารกระป๋อง
“และที่น่าแปลกใจคือการส่งข้าวออกไปรัสเซียเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปีที่แล้ว เราส่งข้าวออกเพิ่มขึ้น 300 กว่าเปอร์เซ็นต์...”
ในวิกฤตก็ยังมีโอกาส แต่เป็นโอกาสที่ต้องบริหารความเสี่ยงและต้องปรับตัวอย่างรุนแรงเช่นกัน
(พรุ่งนี้: เราเรียนรู้อะไรจากสงครามยูเครน 1 ปี?)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


