'โอฬาร' ชี้ปม 'รัฐมนตรีลูกเทพ' ต้องมองบนหลักประชาธิปไตย เตือนอย่าใช้มาตรฐานสองชั้นตัดสินคนรุ่นใหม่

1 เม.ย.2569- รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกนักการเมืองรุ่นใหม่บางส่วนว่า “รัฐมนตรีลูกเทพ” ว่าหากพิจารณาอย่างเป็นธรรม บุคคลเหล่านี้ล้วนเข้าสู่ตำแหน่งผ่านกระบวนการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และมีความชอบธรรมในฐานะผู้แทนของประชาชน

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า ที่ผ่านมาสังคมไทยเองก็เรียกร้องให้ตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะรัฐมนตรี ต้องยึดโยงกับประชาชนผ่านการเลือกตั้ง มากกว่าการแต่งตั้งจากกลไกอื่น ดังนั้น เมื่อบุคคลที่มาจากการเลือกตั้งได้รับตำแหน่ง แต่กลับถูกตั้งคำถามจากทัศนคติส่วนบุคคล ก็ต้องย้อนถามเช่นกันว่า สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยเพียงใด

“การวิพากษ์ควรตั้งอยู่บนเหตุผลและความเป็นธรรม ไม่ใช่การตัดสินจากภาพจำหรืออคติทางการเมือง” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สังคมไทยมีแนวโน้มใช้ “มาตรฐานสองชั้น” ต่อคนรุ่นใหม่ในทางการเมือง โดยเปิดโอกาสและให้ความเชื่อมั่นกับบางพรรคการเมือง แต่กลับตั้งแง่เชิงลบกับอีกบางกลุ่มตั้งแต่ต้น ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อระบบการเมืองโดยรวม

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างนักการเมืองรุ่นใหม่ที่สามารถพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงาน อาทิ ภราดร ปริศนานันทกุล, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์, ศิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, บุญธิดา สมชัย, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ เผ่าภูมิ โรจนสกุล ซึ่งล้วนได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งจากการทำงานจริง

รศ.ดร.โอฬาร ย้ำว่า การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ไม่ได้หมายถึงการละเว้นการตรวจสอบ แต่ไม่ควรตัดสินล่วงหน้า ก่อนที่บุคคลเหล่านั้นจะได้พิสูจน์ศักยภาพ

นอกจากนี้ ยังชี้ว่า การเติบโตของนักการเมืองรุ่นใหม่จำนวนมาก อาจมีพื้นฐานจากครอบครัวทางการเมือง ซึ่งถือเป็นทั้งทุนทางสังคมและบทเรียน แต่ท้ายที่สุด สิ่งที่จะตัดสินความเหมาะสม ไม่ใช่สายสัมพันธ์ หากแต่เป็น “ผลงาน ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ”

“ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ต้องใจกว้างพอที่จะให้โอกาส และอดทนพอที่จะรอการพิสูจน์ผ่านผลงาน” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

พร้อมทิ้งท้ายว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่คำถามว่า “รัฐมนตรีลูกเทพควรได้รับโอกาสหรือไม่” แต่คือ สังคมไทยพร้อมหรือยังที่จะใช้มาตรฐานเดียวกันในการประเมินคนจากทุกพรรคการเมือง และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตภายใต้กติกาประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โอฬาร' ชูภารกิจ UNGA81 ยกระดับไทยบนเวทีโลก ดึงเชื่อมั่นนักลงทุน ชม 'อนุทิน' ใช้การทูต-กฎหมายสากลคลี่คลายข้อพิพาท

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

'อ.อัจฉราวดี' เชียร์ 'พลพีร์' ซัดพรรคส้มปั่นคดีฮั้ว สว. หวังล้มรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อความยุติธรรม

อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทยให้เลือกชนะเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รู้เช่นเห็นชาติพรรคส้มมานาน

'โอฬาร' เตือนม็อบไล่รัฐบาล อย่าใช้ชีวิตประชาชนเป็นทุนสะสมอำนาจ จี้เปิดแหล่งเงิน–ตรวจสอบแกนนำ

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดขอ

ประธาน กมธ.ปปช. เปิดไทม์ไลน์ 'ทุจริตท้องถิ่น' ตั้งแต่ปี 64-65 ยก 'อนุทิน' เข้ามาเปลี่ยนระบบว่าจ้างจัดสอบ

ประธานกมธ.ป.ป.ช. ย้อนรอยโกงสอบท้องถิ่น กระทุ้งถาม ม.บูรพา ทำไมไม่ร่วมประมูลแข่งอี-บิดดิ้ง จัดสอบล็อตปี 68 ทั้งที่เป็นคู่สัญญากับสถ. มาตั้งแต่อดีต ยัน "อนุทิน" เข้ามาเปลี่ยนระบบคัดเลือก แล้วเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน

'ลูกเนวิน' แตะเบรก 'ปรับ ครม.' ชี้ 4 เดือน ผลงานมีเยอะมาก ควรให้เวลา 1 ปีกำลังดี

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี กระแสข่าวเรียกร้องให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)  และปรับกลุ่มลูกเทพที่ไม่มีผลงานออก ว่า   สำหรับการปรับครม.

ชี้คดีฮั้วสว. เน้นใช้กดดันทางการเมือง - กระบวนการยุติธรรม เหนือหลักฐานข้อเท็จจริง

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังถูกทำให้มีมิติทาง