หัวข้อสำคัญระดับโลกคือเราเรียนรู้อะไรบ้างจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา?
สัปดาห์ที่ผ่านมาในรายการ “ตอบโจทย์” ทางไทยพีบีเอสผมเชิญ “กูรู” 3 ท่านมาตั้งวงวิเคราะห์สงครามยูเครนทั้งที่ผ่านมาและที่มองไปในอนาคต
กูรู 3 ท่านนั้นคือ
คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว
เลขาธิการคณะมนตรีเพื่อสันติภาพ และความปรองดองแห่งเอเชีย (APRC)
กับ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร
ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงและ
คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
เมื่อวานในคอลัมน์นี้ได้แนววิเคราะห์ของนักการทูตอาชีพอย่างคุณสีหศักดิ์แล้ว
วันนี้ ผมนำเสนอที่ ดร. ปณิธานสรุป “สิ่งที่เราเรียนรู้จากสงครามยูเครน” ถึงวันนี้ว่าอย่างนี้
1.ได้เห็นฉากใหม่ของสงครามสมัยใหม่ ซึ่งน้อยคนที่จะคาดเดาล่วงหน้าได้ถูก และทำให้เราเห็นได้ว่าประเทศส่วนใหญ่ ก็ไม่พร้อมที่จะรองรับหรือแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้ รวมทั้งรัสเซียด้วยที่น่าจะประเมินสถานการณ์จริงต่ำเกินไป
2.โลกต้องเผชิญกับสงครามใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง และเห็นได้ว่าแนวโน้มที่จะยุติลงได้ง่ายๆ ในเวลาอันสั้นนั้น คงเป็นไปได้ยาก
ทั้งนี้เพราะสงครามครั้งนี้ไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของมหาอำนาจที่กำลังแย่งชิงความเป็นเจ้า และผลประโยชน์ที่สำคัญของอีกหลายประเทศ นอกเหนือไปจากเรื่องชาตินิยมและความมั่นคงปลอดภัยของตนเอง
3.ผู้อพยพหนีภัยการสู้รบที่ทะลักออกมาจากยูเครน (และรัสเซียด้วย) ไปยังประเทศต่างๆ มีจำนวนมากมายหลายล้านคน
มีผู้เสียชีวิตแล้วนับหมื่นราย บาดเจ็บหรือพิการอีกนับแสนคน
ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคม ต่อบ้านเมืองและต่อทรัพย์สินของประชาชน
ทั้งหมดนี้ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลและยากที่จะทดแทนหรือฟื้นฟูได้ โดยเฉพาะความสูญเสียที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ เช่น ชีวิตของผู้คน หรือโอกาสต่างๆ ในการพัฒนาหากบ้านเมืองสงบสุข ที่สำคัญความสูญเสียทั้งหลายเหล่านี้หรือการทำลายกันนั้น เกิดขึ้นภายในเวลาอันสั้น อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอีกด้วย
4.การบุกรุกและยึดครองยูเครน เป็นการทำผิดกติกาสากลและละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ รวมทั้งประเทศไทย ต้องลงมติคัดค้าน พร้อมทั้งประณามการกระทำดังกล่าว และบางประเทศก็ยังคว่ำบาตรรัสเซียทางเศรษฐกิจหรือทางการเมืองเพิ่มด้วย
สถานการณ์เช่นนี้ ก็คงดำรงอยู่ต่อไปอีกหลายปีจนกว่าสงครามจะยุติลง และถึงแม้ว่าสงครามยุติลงได้ ก็คงจะมีความพยายามของบางฝ่ายที่จะดำเนินการกับรัสเซียกับพวกที่ถูกมองว่าเป็นอาชญากรสงคราม ซึ่งก็คงทำให้ความขัดแย้งไม่ยุติลงทั้งหมด
- ในโอกาสครบรอบ 1 ปีของสงคราม สหประชาชาติก็ได้มีมติยืนยันคัดค้านและประณามการกระทำของรัสเซียอีกครั้งด้วยเสียง 141 ต่อ 7 (งดออกเสียง 32 ประเทศ) ซึ่งในครั้งนี้ ประเทศไทยก็ได้ลงมติสนับสนุนร่วมกับ 140 ประเทศด้วย
ทั้งนี้ เพื่อสะท้อนหลักการสำคัญในการเคารพบูรณภาพของดินแดนและการเคารพอธิปไตยของประเทศสมาชิก (แตกต่างจากครั้งที่สอง ไทยงดออกเสียง
กระทรวงการต่างประเทศของเราชี้แจงว่า เหตุเพราะเกี่ยวข้องกับการลงประชามติภายในประเทศ และจะทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มขึ้น
โดยไทยเห็นว่านานาชาติควรหันไปให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือชาวยูเครนทางด้านมนุษยธรรมให้มากขึ้นมากกว่า
ซึ่งการงดออกเสียงในครั้งนั้น ก็ถูกตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายว่าถูกต้องหรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว ประเทศเล็กๆ หรืออ่อนแอ จะให้ความสำคัญในเรื่องกติกาสากลหรือกฎบัตรสหประชาชาตินี้มาก เหตุเพราะกลัวประเทศใหญ่หรือที่มีกำลังทหารมากกว่าจะรุกรานหรือรังแก
- สงครามที่เกิดขึ้นทำให้หลายประเทศต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเมือง การทหาร การค้า การลงทุน รวมทั้งนโยบายด้านพลังงาน ด้านการเกษตร และอื่นๆ อีกหลายด้านอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
เช่น เยอรมัน อังกฤษ นอร์เวย์ สวีเดน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เป็นต้น
โดยมีลักษณะที่เป็นนโยบายเลือกข้างเลือกขั้วที่ชัดเจนขึ้น สนับสนุนสงครามหรือในทางการทหารอย่างแข็งขัน ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยอย่างที่ไม่เคยส่งให้ใครให้มาก่อน หรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้นจากมติของสหประชาชาติ
ซึ่งหากการแบ่งขั้วเลือกข้างหรือการเผชิญหน้ากันในเวทีโลกแทบทุกเวทีอย่างที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมาดำรงอยู่ต่อไปอีก เราอาจจะเห็นโลกแบ่งออกเป็นสองขั้วแบบเข้มข้นจริงๆ ก็ได้ นั่นก็หมายความว่าทางเลือกของหลายประเทศรวมทั้งของประเทศไทย ก็จะถูกจำกัดเพิ่มขึ้น และเส้นทางสันติภาพของโลกก็จะแคบลงอีก
ในวงเสวนาวันนั้น ทุกคนเห็นพ้องว่ายังไม่มีใครบอกได้ว่าสงครามนี้จะยุติเมื่อไหร่
หรือแผนสันติภาพของจีนที่นำเสนอนั้นจะมีการยอมรับมากน้อยเพียงใด
แต่อย่างน้อยข้อเสนอของปักกิ่งก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้การทูตคู่ขนานกับการทหาร
แม้ว่าข้อเสนอของจีนยังมีเนื้อหากว้าง ๆ ที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดที่เปราะบาง และคู่กรณียังไม่ยอมรับเงื่อนไขของอีกฝ่ายหนึ่ง แต่อย่างน้อยหากนำไปสู่การหารือของทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าจะปูทางสำหรับการ “หยุดยิงชั่วคราว” และค่อย ๆ ลดความรุนแรงของการสู้รบ ก็อาจจะเป็นก้าวเล็ก ๆ แต่เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การเปิดทางสำหรับการต่อรองของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้
คุณสีหศักดิ์ตั้งคำถามว่าจีนจะเป็น “honest broker” หรือ “คนกลางที่ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน” ได้หรือไม่นั้นก็ย่อมอยู่ที่ว่าสหรัฐฯ, รัสเซีย, ยุโรป, และยูเครนจะมีความไว้เนื้อเชื่อใจปักกิ่งมากน้อยเพียงใด
แต่เมื่อประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครนแสดงความสนใจในข้อเสนอของจีนถึงขั้นขอนัดพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเพื่อหารือรายละเอียดของข้อเสนอ
และรัสเซียออกมาต้อนรับข้อเสนอของจีนในภาพกว้าง
ก็ย่อมจะเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิดและเต็มไปด้วยเสียงระเบิดตูมตามมาเป็นปีได้บ้าง
ผมหวังเช่นนั้นจริง ๆ
(พรุ่งนี้: ใครได้ใครเสียจากสงครามนี้?)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


