เกิดอะไรขึ้นกับ “คดีนายทหารเรือ” ที่เข้าไปถ่ายภาพน้องๆ เยาวชนหญิงนักกีฬายิมนาสติกในเชิงอนาจารและคุกคามทางเพศ จนถูกบรรดาผู้ปกครองนักกีฬารุมจับกุมตัวได้ พร้อมหลักฐานกล้องถ่ายรูปและภาพถ่ายหลายพันรูป ตั้งแต่เดือน เม.ย.64
ผ่านมา 6 เดือน คดีไม่มีความคืบหน้า!!!
ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา “นายทหารเรือ” ผู้ต้องหาคดีนี้เลย
จนเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย พร้อมผู้ปกครองนักกีฬาที่ได้รับความเสียหาย ต้องรวมตัวเดินทางไปที่ สน.ปทุมวัน
ทวงถามความคืบหน้า!!!
จำได้ว่าช่วงที่คดีนี้เกิดขึ้นปลายเดือน เม.ย.64 เป็นข่าวใหญ่โต เป็นข่าวโด่งดัง สะเทือนกองทัพเรือและแวดวงกีฬา โดยเฉพาะเยาวชนที่ถูกคุกคามทางเพศ อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
จากเหตุการณ์ที่นายทหารเรือรายหนึ่งถูกบรรดาผู้ปกครองของนักกีฬายิมนาสติกรุมจับกุม พร้อมหลักฐานคือกล้องถ่ายรูปและภาพถ่ายนักกีฬายิมนาสติกในเชิงอนาจารและคุกคามทางเพศหลายพันรูป ที่ถ่ายมาตั้งแต่เดือน ก.ย.2563 และยังมากระทำแบบเดิมซ้ำๆ อีกหลายครั้งจนผู้ปกครองผิดสังเกต และขอเข้าไปตรวจกล้องถ่ายภาพ
กระทั่งพบรูปในกล้องถ่ายภาพเกือบทั้งหมดโฟกัสเฉพาะบางจุดของนักกีฬาเยาวชนหญิง
กลุ่มผู้ปกครองและสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทยได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ปทุมวัน
ทางกองทัพเรือก็ได้ลงโทษทางวินัยทหารเรือรายนี้ทันทีด้วยการงดบำเหน็จครึ่งปี
แต่ตอนนี้ผ่านมา 6 เดือน คดีไม่มีความคืบหน้า จน ดร.กุสุมาลย์และผู้ปกครองนักกีฬาต้องไปทวงถามพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน พร้อมกับได้คำชี้แจง
“ส่งหมายเรียกให้ผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 พ.ย. แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหานั้นได้อุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ขอให้ลาสิกขาบทออกมาเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา โดยนัดอีกครั้งในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เนื่องจากนายทหารเรือคนดังกล่าวอ้างว่าต้องใช้เวลาเตรียมเอกสารในการต่อสู้คดี”
ครับ...ไม่รู้ว่าเหตุผลที่คดีล่าช้า คดีเนิ่นนานผ่านมากว่าครึ่งปีถึงเพิ่งจะตามตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาเกิดจากสิ่งใด มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่
แต่อยากให้ “ตำรวจ” นึกถึงหัวอกพ่อแม่ ผู้ปกครองนักกีฬา ลูกสาวเป็นเด็ก เป็นเยาวชน ถูกกระทำเช่นนี้ไม่มีใครจะยอมรับได้ รวมทั้งสิ่งที่เหล่าผู้ปกครองเลือกที่จะพึ่งพากระบวนการยุติธรรมดำเนินการ ไม่ใช้ศาลเตี้ย ไม่ใช้การรุมทำร้ายผู้ที่มากระทำต่อลูกต่อหลานของเขา
ฉะนั้น “ตำรวจ” ก็ต้องอย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายพล' นอกวาระ!
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เปลี่ยนสีตำรวจ!
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ
โรงพักต้องรับผิดชอบ!
ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง
ล้างตำรวจโจร
ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า
ฟื้นแท่งสอบสวน
เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547
ถึงคิว 'นรต.40-43'
แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว


