เมื่อวานนี้ได้เขียนถึงข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ว่าจีนกำลังจะส่งอาวุธไปช่วยรัสเซียทำสงครามยูเครน และวอชิงตันกำลังอยู่ในกระบวนการ “ซาวเสียง” พันธมิตรตะวันตกที่จะ “คว่ำบาตร” จีน
จีนปฏิเสธว่าไม่จริง แต่ก็ยังยืนยันถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมอสโก
จีนบอกว่าปักกิ่งต้องการจะเห็นสงครามนี้สงบ จึงได้เสนอ “แผนสันติภาพ” ไม่ได้ต้องการจะให้สงครามลากยาวออกไป
แต่ข่าวกรองตะวันตกอ้างว่า รัสเซียได้ขออาวุธจากจีนหลายครั้งตั้งแต่ช่วงต้นเดือนของสงคราม แต่จีนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ข่าวกรองตะวันตกอ้างด้วยว่า ปักกิ่งเพียงแต่ให้ความช่วยเหลือรัสเซียด้วยข้าวของที่ไม่ใช่อาวุธทำลายล้างกัน เช่น หมวกนิรภัย และวัสดุที่เป็นอะไหล่ เช่น ชิ้นส่วนเครื่องบิน เท่านั้น
แต่ฝ่ายอเมริกันไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ ว่าผู้นำจีนกำลังจะเปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุผลอันใด แต่เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ Der Spiegel นิตยสารเยอรมัน อ้างว่ากองทัพของรัสเซียกำลังเจรจากับ Xi’an Bingo Intelligent Aviation Technology ซึ่งเป็นบริษัทของจีน เพื่อซื้อโดรนโจมตี 100 ลำ
รัสเซียใช้โดรนดังกล่าวทั้งในแนวหน้าและตั้งแต่เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีระบบไฟฟ้าของยูเครนเป็นประจำ
หนึ่งวันหลังจากรายงานของ Der Spiegel หนังสือพิมพ์ Washington Post ของอเมริกาก็อ้างถึงเจ้าหน้าที่อเมริกันว่าจีนกำลังพิจารณาที่จะส่งกระสุนไปให้รัสเซีย
หากเป็นกระสุนก็อาจจะเข้าข่ายเป็นอาวุธที่ใช้ในสงครามได้
ผู้รู้บอกว่าทั้งรัสเซียและยูเครนใช้กระสุนขนาด 122 มม. และ 152 มม.ของโซเวียตในการยิงปืนใหญ่ต่อสู้กัน ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามจะควานหากระสุนเหล่านี้มาเติมเต็มที่ร่อยหรอลง
เพราะสู้กันมาเกินหนึ่งปี ยิงกันทั้งวันทั้งคืน คลังแสงทั้งสองฝ่ายก็ย่อมจะหดหาย
รัสเซียพยายามหาพันธมิตรที่จะช่วยส่งกระสุนมาให้ได้ มองไปมองมาก็มีแต่เบลารุสและอิหร่าน ซึ่งก็ไม่ได้มีคลังแสงใหญ่พอที่จะตอบสนองความต้องการของรัสเซีย
ข่าวกรองตะวันตกจึงอ้างว่า รัสเซียจำเป็นต้องขอให้จีนซึ่งเป็นสหายสนิทและมีศักยภาพมากกว่าอิหร่านและเบลารุสช่วยในเรื่องนี้แน่นอน
ข้อมูลจากสถาบันระหว่างประเทศระบุว่า จีนอยู่ในฐานะที่จะพลิกสถานการณ์สู้รบได้
หากปักกิ่งตัดสินใจจะกระโดดเข้าข้างรัสเซีย ซึ่งก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้จีนและโลกตะวันตกได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะจีนเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก
บริษัท 8 แห่งติดอันดับล่าสุดของบริษัทอาวุธ 100 อันดับแรกของโลก เป็นข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม
โดย 7 แห่งอยู่ใน 20 อันดับแรก เป็นรองจากอเมริกาเท่านั้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทอาวุธชั้นนำของจีนเติบโตขึ้นอย่างมาก
มองอีกด้านหนึ่ง สงครามก็ยังอาจเปิดโอกาสให้จีน “รีเซต” หรือปรับสมดุลความสัมพันธ์ด้านกลาโหมกับรัสเซีย หลายปีที่ผ่านมาจีนต้องนำเข้าเทคโนโลยีทางทหารของรัสเซีย
ระหว่างปี 2017 ถึง 2021 ร้อยละ 81 ของการนำเข้าด้านกลาโหมของจีนมาจากรัสเซีย ซึ่งรวมถึงเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินขับไล่ล่องหนรุ่นล่าสุดของจีน
ดังนั้น วันนี้จีนมีโอกาสที่จะพลิกกลับกลายเป็น "หุ้นส่วนทางอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างเท่าเทียมกัน” สำหรับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของรัสเซีย
มีการตั้งข้อสงสัยว่าแทนที่จะส่งแค่ชุดอุปกรณ์พื้นฐาน จีนสามารถช่วยรัสเซียหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกได้ โดยส่งส่วนประกอบไฮเทคสำหรับโดรน ขีปนาวุธร่อน และอาวุธที่มีความแม่นยำอื่นๆ
ขณะเดียวกันรัสเซียอาจจะตอบแทนด้วยการตอบสนองความต้องการของจีนด้านเทคโนโลยีสำหรับ rd-180 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์จรวดของรัสเซียที่ใช้สำหรับการปล่อยอวกาศ (และอาจเป็นขีปนาวุธนำวิถี) หรือเทคโนโลยีเรือดำน้ำและเครื่องยนต์เจ็ต
ในอีกแง่หนึ่ง สี จิ้นผิง คงไม่ต้องการให้ปูตินแพ้สงคราม แม้จะไม่อยากให้จีนถูกลากเข้าไปร่วมสงครามก็ตาม
จีนเห็นชาติตะวันตกโหมส่งอาวุธทันสมัยอย่างต่อเนื่องให้ยูเครน ก็ย่อมจะประเมินได้ว่ารัสเซียคงกำลังเผชิญกับความท้าทายหนักหนาสาหัสในสนามรบ
ต้องไม่ลืมว่าเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนปูตินสั่งทหารบุกยูเครนนั้น ปูตินบินไปปักกิ่งเพื่อร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ในโอกาสนั้นรัสเซียและจีนเฉลิมฉลองมิตรภาพที่ "ไม่มีขีดจำกัด" ของทั้งสอง
สี จิ้นผิงคงจะเข้าใจคำว่า “รัสเซียชนะสงครามยูเครนได้ยาก แต่ก็แพ้ไม่ได้”
ตรงนี้คือความลำบากใจอย่างยิ่งสำหรับผู้นำจีนวันนี้ ปักกิ่งคงจะชอบความคิดที่จะให้รัสเซียทำสงครามต่อเนื่อง เพื่อหันเหพลังงานของอเมริกาไปยังยุโรป และออกห่างจากอินโด-แปซิฟิกอันเป็นเวทีสำคัญสำหรับปักกิ่ง
ถ้าจีนจะช่วยรัสเซียก็ต้องทำอย่างไม่เปิดเผย ซึ่งก็ทำไม่ได้ง่ายนักในภาวะที่มีการตรวจสอบข้อมูลกันอย่างละเอียดโดยทุกฝ่ายที่อยู่ในความขัดแย้งนี้
จีนจึงค่อนข้างจะงุนงงที่มีการกล่าวหาจีนเรื่องช่วยรัสเซียในจังหวะนี้
หวัง อี้ นักการทูตระดับสูงของจีน เคยบอกผู้นำยุโรปว่าจีน “จะไม่จัดหาอาวุธให้รัสเซีย” แน่นอน
โดยอ้างว่าจีนจะไม่ส่งอาวุธไปยังประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนหลีกเลี่ยงมาตลอด
ดังนั้น เราจึงกำลังเห็นการประลองกำลังด้านการเมืองและการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในประเด็นนี้อีกหนึ่งประเด็น ที่ทับซ้อนมากับความขัดแย้งเรื่องอื่นๆ ระหว่างสองมหาอำนาจ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไต้หวัน
ทะเลจีนใต้
บอลลูนสอดแนม
การแบน TikTok
และวาทกรรมของนักการเมืองในรัฐสภาและนักวิชาการของทั้งสองฝ่าย ที่ปล่อยหมัดใส่กันอย่างไม่ยั้งมาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


