ผลการรวมคะแนนการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ (ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ) ทั้งประเภท (ก) และประเภท (ข) ที่ "ตำรวจ" ระดับ รอง ผกก. หรือเทียบเท่าขึ้นไปทั่วประเทศ ได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา กกต.ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภท (ก) จากอดีตข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งระดับ ผบช.ขึ้นไป และพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่มีผู้สมัครรับการเลือกตั้ง 23 ราย เลือกให้เหลือ 3 รายนั้น
อันดับ 1 พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก อดีตรอง ผบ.ตร. ได้ 4,652 คะแนน
อันดับ 2 พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. ได้ 4,163 คะแนน
อันดับ 3 พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร. ได้ 3,7895 คะแนน
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ประเภท (ข) จากการสรรหาผู้ที่ไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจ 3 คน โดยคณะกรรมการ ก.ตร.โดยตำแหน่ง คัดเลือกให้ได้ 6 ราย เพื่อให้ข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผกก. หรือเทียบเท่าขึ้นไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้เหลือ 3 รายนั้น
อันดับ 1 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ 6,943 คะแนน
อันดับ 2 รศ.ประทิต สันติประภพ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ 6,151 คะแนน
อันดับ 3 ศ.ศุภชัย ยาวะประภาษ นายกสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้ 5,051 คะแนน
ครับ...เมื่อ กกต.ประกาศผลและรับรองผลการเลือกตั้งเรียบร้อย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 6 ราย ก็เข้าปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประชุม ก.ตร.ได้ทันที
คราวนี้ก็ต้องมาจับตาดูว่า ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับการเลือกตั้ง ที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนตำรวจทั่วประเทศ
"การกระทำ" กับ "คำพูด"
จะเหมือนหรือต่างกันแค่ไหน???
โดยเฉพาะสิ่งที่เคยหาเสียง เคยประกาศเอาไว้ ทั้งพนักงานสอบสวนต้องเจริญเติบโตเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจได้, สร้างงานพิสูจน์หลักฐาน งานนิติวิทยาศาสตร์ให้เหมือน FBI, ปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจดีของประชาชน, การแต่งตั้งตำรวจต้องกระจายอำนาจให้ ผบช.และ ผบก. รวมทั้งการให้ความเป็นธรรมตำรวจในด้านต่างๆ
พอได้ตำแหน่ง ได้เข้าไปทำหน้าที่ ก.ตร.แล้ว ก็อย่าลืมน้้ำคำที่เคยประกาศ ที่เคยสัญญากับลูกน้องเอาไว้แล้วกัน
สิ่งสำคัญต้องตระหนักไว้เสมอ เก้าอี้ "ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ" ที่ได้มา เป็นความหวัง เป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ เป็นความศรัทธาจากตำรวจทั่วประเทศ
อย่าทำให้ "ลูกน้อง" เสื่อมศรัทธา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ


