
เวลานี้พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาพูดจาปราศรัยหาเสียงกันครึกโครม มีทั้งพูดความจริง มีทั้งสร้างวาทกรรมบิดเบือนความจริง กล่าวคำเท็จ และขายฝันแตกต่างกันไป เรื่องหนึ่งที่เรารู้สึกเบื่อมากก็คือ วาทกรรมที่ว่า “8 ปี ไม่มีผลงาน ประเทศชาติถดถอย ประเทศชาติจะลงเหว” ที่เราเบื่อก็เพราะว่าเรารู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นคือวาทกรรมที่สวนทางกับความเป็นจริง เรามองว่านักการเมืองคนใด ของพรรคใด ที่พูดอย่างนี้เป็น “คนโกหก เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจ” แค่หาเสียงก็โกหกประชาชนแล้ว คนเช่นนี้เราจะไว้ใจให้มาเป็นผู้บริหารประเทศชาติได้อย่างไร สิ่งที่เราอยากจะถามพวกเขาก็คือ
“พวกเขาไม่มีความละอายบ้างเลยหรือที่จะสร้างวาทกรรมบิดเบือนสวนทางกับความจริงเชิงประจักษ์เช่นนี้ พ่อ แม่เขาไม่เคยสอนให้เขาเป็นคนซื่อสัตย์เลยหรือ และการที่เขาทำเช่นนี้ พ่อแม่ พี่น้อง ลูกเมีย ลูกผัวของเขารู้สึกอายบ้างไหมที่มีคนในครอบครัวพูดจาโกหกเช่นนี้” อย่าลืมนะว่าคนบางคนเขาเชื่อว่าคนโกหกไม่ทำชั่วไม่มี ดังนั้นเราต้องตระหนักรู้ว่าคนที่โกหกอย่างนี้ หากพวกเขามีอำนาจบริหารบ้านเมือง พวกเขาจะทำชั่วอะไร จะเป็นอันตรายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างไร อย่าให้โอกาสพวกเขาได้อำนาจเป็นเด็ดขาด
อันที่จริงพวกเขาก็ไม่ใช่คนหูหนวกตาบอด ดังนั้นเขาควรได้ยินผลงาน 8 ปีของการเป็นผู้นำรัฐบาลของลุงตู่ เขาต้องได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองที่เกิดขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาต้องได้รู้ว่า 8 ปีที่ผ่านมานั้นรัฐบาลลุงตู่แก้ปัญหาอะไรบ้าง 8 ปีที่ผ่านมาลุงตู่มีโครงการอะไรในการพัฒนาประเทศชาติบ้าง เราไม่เชื่อว่าเขาไม่เห็น แต่การที่เขาได้ยินได้เห็นแล้วยังจงใจสร้างวาทกรรมบิดเบือนความจริง เช่นนี้ เราเชื่อว่าเขาเป็นคนใจบอด ที่จงใจโกหกเพื่อด้อยค่ารัฐบาล หวังจะให้ชนะการเลือกตั้ง โดยไม่สำนึกถึงความถูกต้อง เราจะไว้ใจให้คนเช่นนี้มาเป็นผู้บริหารประเทศได้อย่างไร การสร้างวาทกรรมหลอกลวงประชาชน เช่นนี้ นอกจากจะแสดงว่าพวกเขาเป็นคนไร้จริยธรรมแล้ว เรายังคิดว่าเขาดูถูกประชาชน เขาคงคิดว่าประชาชนโง่และจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาพูด ประชาชนผู้รักความเป็นธรรม ห่วงใยประเทศชาติ จงคิดให้ดี อย่ากาเลือกพรรคที่โกหก หลอกลวงประชาชน อย่าหลงการหาเสียงที่ขายฝัน สัญญาจะให้โน่นให้นี่แบบมอมเมาประชาชนให้หลงใหลผลประโยชน์ที่ไม่มีวันจะเกิดขึ้นได้จริง
ถ้าหากพวกเขามองดูผลงานของลุงตู่ด้วยใจเป็นธรรม เขาก็จะเห็นว่ารัฐบาลภายใต้การนำของลุงตู่นั้นแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศได้มากมาย และยังได้มีการพัฒนาหลากหลายด้าน ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองรุดหน้าเป็นอย่างมาก ดูได้จากตำแหน่งต่างๆ ที่องค์กรนานาชาติมีการจัดอันดับประเทศต่างๆ ในโลก ประเทศไทยเราติดอันดับต้นๆ หลากหลายมิติ ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสน่ห์สำหรับการลงทุน สำหรับการทำธุรกิจ และสำหรับการมาเยือนในฐานะนักท่องเที่ยว รวมทั้งการมาทำกิจกรรมต่างๆ ในประเทศไทย ถ้าหากลุงตู่ไม่มีผลงานที่เด่นชัดเป็นที่ประจักษ์ของประชาคมโลก ประเทศไทยจะมีตำแหน่งอันดันต้นๆ หลากหลายมิติเช่นนี้ได้อย่างไร เราจะเป็นที่นิยมของประชาคมโลกได้อย่างไร เราจะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียได้อย่างไร ถ้าหากใจไม่บอด ไม่มีอคติ ไม่มีอวิชชาครอบงำพวกเขาอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ พวกเขาก็ต้องเห็นผลงาน 8 ปีของรัฐบาลลุงตู่อย่างแน่นอน และหากพวกเขามีความละอายอยู่บ้าง พวกเขาก็จะไม่สร้างวาทกรรมโกหกบิดเบือนเช่นนี้ อยากจะรู้จังว่าที่เห่าด้วยวาทกรรมบิดเบือนเช่นนี้เป็นการทำตามคำสั่งเจ้าของคอกหรือเปล่า ทุกวันนี้เรายังคิดไม่ตกจริงๆ ว่าระหว่างคนชั่ว กับคนที่รู้ว่าเขาชั่วแต่ยังสนับสนุนช่วยเขาทำงาน ใครชั่วกว่ากัน
สิ่งหนึ่งที่ต้องพูดไว้ในที่นี้ก็คือ “ลุงตู่เป็นผู้นำรัฐบาลที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหลายเรื่อง” ทั้งเรื่อง เศรษฐกิจตกต่ำในหลากหลายประเทศทั่วโลก ที่มีผลกระทบกับการส่งออกและการค้าขายระหว่างประเทศ ความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ อย่างเช่น จีนกับอเมริกา รัสเซียกับอเมริกา และยังต้องเผชิญกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่มีสหรัฐและนาโตเข้ามามีบทบาท ทำให้มีผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย เพราะประเทศไทยเรามีการค้าระหว่างประเทศกับประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ท่ามกลางปัญหาต่างๆ เช่นนี้ลุงตู่สามารถนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตได้อย่างงดงาม เป็นที่ยกย่องขององค์กรนานาชาติและประชาคมโลก ทั้งเรื่องของการจัดการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้เราเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวนานาชาติได้ เศรษฐกิจของประเทศกำลังฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเยือนประเทศไทย เพราะเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยจากโควิด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยเฉพาะด้านการคมนาคม มีอาหารอร่อย มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และค่าครองชีพถูกเป็นอันดับ 4 ของโลก
ด้านเศรษฐกิจ เราเป็นประเทศที่มีเงินทุนสำรองสูง เรามีทองสำรองมากเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน เรามีการลงทุนจากต่างประเทศมากมาย เพราะการพัฒนาระบบคมนาคมครบวงจรทั้งล้อ ราง เรือ และเครื่องบิน และการมีโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (EEC) เราสามารถรักษาอัตราเงินเฟ้อไว้ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศทั่วโลก ส่งออกเราเติบโต และ GDP ของเราปีนี้จะโตประมาณ 4% ทำให้ประเทศไทยเราเป็นประเทศหนึ่งที่ GDP จะเติบโตเป็นบวกในปีนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ ประเทศ GDP ยังติดลบอยู่
เรื่องทั้งหมดเหล่านี้เป็นข่าวระดับโลกให้รู้ให้เห็นอยู่มากมาย คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองและความเป็นไปของโลกย่อมได้รู้ได้เห็น แต่บางคนเห็นแล้วก็ยังจงใจบิดเบือน เหมือนประหนึ่งว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้น แล้วนำมาปราศรัยด้อยค่ารัฐฐาลลุงตู่และตัวของลุงตู่ เพราะเกรงว่าลุงตู่จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก แล้วพวกเขาจะไม่ได้เถลิงอำนาจ ไม่ได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการแสวงผลประโยชน์ส่วนตน หรือการแก้กฎหมาย การประกาศนโยบาย การทำโครงการต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตนโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดกับประเทศชาติ จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเพียงใด พวกเขามักจะพูดว่าให้พวกเราก้าวข้ามปัญหาในอดีต เราจะก้าวข้ามได้อย่างไรในเมื่อการทำชั่วของพวกเขายังมีผลกระทบกับประเทศชาติมาจนถึงทุกวันนี้ เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วยังทน (เลือก) คือควายนะ...ขอบอก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อวิชชา'กับโลกธรรมที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา!!!
ตกลงท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ก็ยังคงไปต่อ...หรือยังคงอยู่ได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยและตัดสินไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านของรัฐบาลไม่ขัดอะไรกับรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พวกที่รู้ลึก รู้มาก แต่อาจไม่รู้จักตัวเองเอาเลยก็เป็นได้ หรือพวกที่สนุกสนานอยู่กับการร่ำลือถึงนายกรัฐมนตรีสำรอง ที่มีชื่อย่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ศ.ศาลา อาจถึงขั้นโศกเศร้า ศึม (ซึม) กะทือ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดคำนวณได้... (2) คืออันที่จริงความพยายามควานหาว่าใคร? คือผู้ที่มีชื่อย่อขึ้นด้วยตัวอักษร ศ. มันก็อาจคล้ายๆ
ยิ่งใกล้ยิ่งฝุ่นตลบ!
นี่ซิ...ยุทธจักรโล่เงินของแท้ ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะมือต่อไม้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
ใครโง่...ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้
ว่าด้วยมาตรฐานความดีและความชั่ว!!!
มีผู้นำประเทศอย่างท่านนายกฯ เสี่ยหนู อนุทิน หรือมีผู้ว่าฯ กทม.อย่าง ชัชชาติ บุรุษผู้กล้ามใหญ่ในปฐพี อันที่จริงถ้าจะว่าให้ถึงที่สุดแล้ว...มันก็น่าจะพอกล้อมๆ แกล้มๆ น่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้
เริ่มตั้งไข่ศูนย์บัญชาการรบ 'เอไอ'
คิวใหญ่ "กรมปทุมวัน" หากไม่มีอะไรแทรก ไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ปลายเดือน ก.ค.นี้น่าจะถึงคิวการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16
ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์
ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

