วันนี้สงครามยูเครนเข้าสู่วันที่ 390
มีเรื่องร้อนๆ ที่เกิดขึ้นในไม่กี่วันที่ผ่านมา ที่ล้วนแล้วแต่ส่งสัญญาณไปในทางที่สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในระดับโลก
เริ่มด้วยวันนี้ (จันทร์ที่ 20 มีนาคม) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนจะไปเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ
ข่าวแจ้งมาล่วงหน้าว่า สี จิ้นผิง กับวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อประกาศว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังจะก้าวเข้าสู่ “ศักราชใหม่”
ในขณะที่สงครามยูเครนยังร้อนระอุ...แม้ว่าผู้นำปักกิ่งจะกำลังเล่นบท “ผู้ไกล่เกลี่ย” เพื่อหาทางให้มีการหยุดยิงเพื่อนำไปสู่สันติภาพถาวร
เป็นจังหวะเดียวกับที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีนคนใหม่คือ ฉิน กัง ต่อสายตรงไปคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ดมิโทร คูเลบา เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยโอกาสที่จะหาทางยุติสงครามในยูเครน
ผมมองว่าเป็นความพยายามของจีนที่จะแสดงถึงการวางตัวเป็นกลาง
ขณะที่ผู้นำเบอร์หนึ่งจีนไปเยือนเบอร์หนึ่งรัสเซีย ปักกิ่งก็ไม่ต้องการจะให้เกิดภาพว่าจีนกับรัสเซียมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ จนไม่อาจจะเป็นกลางในฐานะผู้เสนอตนเป็น “โซ่ข้อกลาง” ได้
จึงให้ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศพูดคุยกันไปด้วย เพื่อให้เกิด “สมดุล” แห่งการเชื่อมต่อกับคู่กรณีในสงครามทั้งสองฝ่าย
และจีนกับสหรัฐฯ ยังมีเรื่องระหองระแหงเกี่ยวกับการที่เครื่องบินรบรัสเซียสอยโดรนของสหรัฐฯ เหนือทะเลดำ โดยที่ต่างฝ่ายต่างชี้นิ้วกล่าวโทษกันและกัน
เป็นการยกระดับความตึงเครียดให้สูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ยิ่งเครียดขึ้นเมื่อโปแลนด์และสโลวาเกีย (สองสมาชิกนาโต) ประกาศว่าจะส่งมอบเครื่องบินรบ MiG-29 ให้ยูเครนเพื่อเดินหน้าทำสงครามกับรัสเซียต่อ
ในจังหวะที่ฤดูหนาวกำลังจะจบลง เข้าสู่โหมด “รุกใหญ่ฤดูใบไม้ผลิ” หรือ Spring Offensive ที่คาดกันว่าจะทำศึกสงครามกันหนักขึ้นอีกรอบ
รัสเซียตอบโต้ด้วยการขู่ว่าถ้าสองประเทศนี้ส่งเครื่องบินรบให้ยูเครน มอสโกก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้อง “ทำลายให้สูญสิ้น” ไปเช่นกัน
นั่นแปลว่า สงครามยูเครนจะขยายวงจากศึกภาคพื้นดินสู่อากาศ และอาจจะกลายเป็นการสู้รบกันในทะเลดำเพิ่มขึ้นมาอีกมิติหนึ่งด้วย
ยังไม่ทันที่ความร้อนแรงจะเพิ่มขึ้นอย่างหนัก ก็มีความเคลื่อนไหวที่สร้างความเข้มข้นให้สงครามยูเครนอีกเรื่อง
นั่นคือคำประกาศจากศาลอาญาระหว่างประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ได้ออกหมายจับปูตินในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครนแล้ว
ยิ่งตอกย้ำว่า โอกาสที่จะลดอุณหภูมิการเผชิญหน้าระหว่างตะวันตกกับรัสเซียนั้นยากเย็นขึ้นอีกหลายขั้นทีเดียว
ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC (International Criminal Court) ออกหมายจับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงคราม
คำแถลงของ ICC แจ้งข้อกล่าวหาต่อปูตินว่า เขามีส่วนร่วมสั่งการลักพาตัวเด็กๆ ชาวยูเครนระหว่างปฏิบัติการทหารของรัสเซีย
ตอนหนึ่งของคำประกาศบอกว่า “อาชญากรรมสงครามนี้เกิดจากการนำตัวหรือโยกย้ายเด็กๆ ออกจากพื้นที่ครอบครองในยูเครนไปยังรัสเซียอย่างผิดกฎหมาย"
ในคำประกาศเดียวกันนั้น ศาล ICC ยังได้ออกหมายจับ มาเรีย อเล็กเซเยฟนา ลโววา-เบโลวา หัวหน้าด้านสิทธิเด็ก ประจำสำนักงานประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ในข้อหาเดียวกันด้วย
ผมดูวิดีโอคลิปที่ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ พีออตร์ ฮอฟแมนสกี ออกประกาศเองแล้วเห็นเอาจริงเอาจังมาก
คำถามก็คือว่า “หมายจับของ ICC” นี้จะมีผลทางปฏิบัติอย่างไร
คำตอบคือ แม้ทางผู้พิพากษาของ ICC จะได้ออกหมายจับแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับประชาคมโลกที่จะบังคับใช้
เพราะศาล ICC ไม่มีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของตนที่จะสามารถไปจับกุมผู้ที่ถูกออกหมายจับได้
ประธานศาล ICC บอกว่า "เราได้ทำหน้าที่ในส่วนของเราภายใต้กฎหมายแล้ว นั่นคือการที่ผู้พิพากษาออกหมายจับ แต่การจับกุมนั้นขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาคมโลก"
โอกาสในการดำเนินคดีต่อพลเมืองรัสเซียนั้นทำได้ยาก เพราะรัสเซียไม่ยอมรับอำนาจทางกฎหมายของศาลอาญาระหว่างประเทศ
ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติของรัสเซีย บอกว่าหมายจับของ ICC ต่อปูตินไร้ความหมาย
“มันมีคุณค่าเท่ากับกระดาษชำระเท่านั้น...”
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มาเรีย ซาคาโรวา ออกโรงโต้ทันควันว่า "คำตัดสินของศาลอาญาระหว่างประเทศไม่มีความหมายต่อประเทศของเรา แม้แต่ในแง่กฎหมาย"
แต่รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ดมิโทร คูเลบา แสดงความยินดีกับความเคลื่อนไหวใหม่ล่าสุดนี้
เขาบอกว่า "กงล้อแห่งความยุติธรรมกำลังหมุนไป" และ "อาชญากรระหว่างประเทศจะต้องถูกลงโทษจากการลักพาตัวเด็กๆ และอาชญากรรมอื่นๆ"
ยูเครนก็ไม่ได้เป็นสมาชิกของ ICC เช่นเดียวกับรัสเซีย
แต่รัฐบาลยูเครนยอมรับอำนาจทางกฎหมายของ ICC เหนือดินแดนยูเครน และยอมให้อัยการของ ICC คาริม คาน เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่เกิดเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มการสืบสวนกรณีนี้เมื่อปีที่แล้ว
แต่นักวิเคราะห์ระหว่างประเทศให้ความเห็นว่า แม้รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหานี้และไม่ยอมรับหมายจับของ ICC แต่หมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศก็ทำให้ปูตินกลายเป็น “ผู้ต้องหาที่ทางการต้องการตัว”
ทำให้ปูตินกลายเป็นผู้มีคดีระหว่างประเทศ และประเทศที่เป็นสมาชิกของ ICC มีภาระผูกพันที่จะต้องจับตัวผู้ต้องหาหากเจอตัว
ปูตินมีกำหนดจะไปร่วมประชุม BRICS ที่แอฟริกาใต้ในเดือนสิงหาคมนี้
แอฟริกาใต้เป็นสมาชิกของ ICC ดังนั้นจึงมีความรับผิดชอบที่จะต้องบังคับใช้กฎหมาย
นั่นแปลว่าถ้าปูตินไปปรากฏตัวที่นั่น ก็อาจจะมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแอฟริกาใต้จับปูติน
แม้จะเคยมีกรณีที่แอฟริกาใต้ไม่ยอมจับ Omar al-Bashir ในปี 2015 ซึ่งอดีตผู้นำซูดานคนนี้จะถูก ICC ออกหมายจับในข้อหาสังหารหมู่พลเรือนในประเทศของตน
และเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ รัสเซียจะขึ้นเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ
นั่นจะทำให้เกิดภาพย้อนแย้งว่า รัสเซียที่ผู้นำถูกศาลอาญาระหว่างประเทศออกหมายจับจะมานั่งหัวโต๊ะขององค์กรที่สำคัญที่สุดของสหประชาชาติได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้บอกเราว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ความสับสนอลหม่านที่เกิดจากการขยายวงของสงครามยูเครนอย่างไม่จบไม่สิ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


