บ่นกันจนติดปากหรือไม่ก็เป็นข้ออ้างยอดนิยมกับประโยคว่า ..ไม่มีเวลาๆ ..ใช่มั้ย?!?
มาถึงวันที่โควิด-19 อาละวาด ส่งผลกระทบให้บ้านเมืองต้องล็อกดาวน์ไป 3-4 รอบที่ผ่านมานั้น ใครยังใช้ประโยคนี้แก้ต่างแก้ตัว ไม่ลงมือทำอะไรที่สัญญิงสัญญา หรือวางแผนไว้ล่ะก็ สมควรต้องถูกชี้หน้าตั้งคำถามนะจ๊ะว่า.. ไม่ยอมทำหรือไม่มีเวลากันแน่!!
หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า โควิดทำให้ชีวิตเปลี่ยน
ถือเป็นเรื่องน่ายินดี หากการเปลี่ยนที่ว่านั้นเป็นไปในทางที่ดี นั่นคือ ลุกขึ้นมาใช้เวลาที่เหลือเฟือ เพราะไม่ต้องเดินทางไปทำงานนอกบ้านนั้นจัดบ้านจัดช่องใหม่ หรือสนุกสนานกับการเรียนทำกับข้าวผ่านช่องทางออนไลน์ ยูทูบ เฟซบุ๊ก สัพเพเหระ
แต่คงไม่ดีแน่ ถ้าบางคนใช้เวลาช่วงล็อกดาวน์มัวแต่นั่งเล่นเกมจนไม่ลุกเดินออกจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ หรือนั่งจมอยู่หน้าจอทีวี ดูซีรีส์ข้ามวันข้ามคืน
นอกจากนั้นที่น่าสะท้อนใจคือ มีรายงานข่าวระบุว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนั้นเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่โควิดระบาด อันเนื่องมาจากหลายครอบครัวต้องหยุดงานนั่งจ่อมอยู่กับบ้าน ขณะที่เด็กๆ ก็ไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ การไม่รู้จักแบ่งเวลา หรือไม่คุ้นชินกันการใช้พื้นที่ร่วมกันภายในบ้านเป็นระยะยาวนาน ส่งผลต่ออารมณ์ สร้างความอ่อนไหวในการปฏิสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว เพราะหลายคนชีวิตส่วนใหญ่เคยอยู่กับที่ทำงานหรือนอกบ้าน แม้แต่เด็กๆ เองนอกจากเสาร์-อาทิตย์แล้ว พวกเขาก็ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
วันนี้เรามีประสบการณ์ทั้งทางตรงทางอ้อมแล้วกับเวลาที่มีเหลือมากมาย เมื่อจำเป็นต้องอยู่ให้ได้กับโรคภัยไข้เจ็บ ต่อแต่นี้ไปก็อยากให้ทุกคนรู้จักอยู่ให้เป็น รู้จักใช้โควิด "ฆ่า" เวลาไปในทางที่สร้างสรรค์หรือเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง
สำหรับมนุษย์ป้าลุกขึ้นมาออกกำลังกายเอาจริงเอาจัง เตรียมพร้อมไปเที่ยวเมื่อโควิดอำลาจากไปไกลๆ นะคะ เพราะคิดถึงการท่องเที่ยวเต็มทีแล้วล่ะ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก
เรื่องนี้...ต้องขยาย
เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย
ฉลองวันเด็กได้…แม้ว่าจะป่วย
วันเด็กปีนี้ เด็กหลายคนอาจไม่ได้ออกไปเที่ยวสวนสนุก ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าเล่น หรือเดินถือของขวัญด้วยรอยยิ้มกว้างท่ามกลางผู้คน แต่สำหรับเด็กบางคนที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล วันเด็กก็ยังคงเกิดขึ้นได้…ในแบบของเขาเอง


