ต้อบอกว่า “ปลาหมอ” ตายเพราะปากเสียจริงๆ สำหรับ “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแห่งพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งต้องยอมรับว่า “ปาก” ของพ่อค้าขายบ้านดุเด็ดเผ็ดมันกว่าบรรดานักการเมืองเสือ สิงห์ กระทิง แรดทั้งหลายที่ขึ้นเวทีปราศรัยประจำเสียอีก แต่ดูเหมือนล่าสุด “ภูมิใจไทย” ของเสี่ยหนู “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเลิกทนแล้ว จึงให้บรรดาสมาชิกจัดเต็ม “เศรษฐา” ...๐
แล้วก็ไม่แปลกที่ “ศุภชัย ใจสมุทร” นายทะเบียนแห่งภูมิใจไทยจะบอกว่าอาจไม่ได้เห็นชื่อ “เศรษฐา” ในวันโหวตนายกฯ ก็เป็นได้ งานนี้คงต้องลุ้นต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดทีเดียว เพราะ “ศุภชัย โพธิ์สุ” พร้อมทีมทนายก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ “สภ.เมืองนครพนม” แล้ว ซึ่งนอกจาก “เสี่ยนิด” จะเป็นเบอร์หนึ่งแล้ว ยังมีอีก 3 รายที่โดนหางเลขไปด้วย ก็มีทั้ง “อดิศร เพียงเกษ” “จาตุรนต์ ฉายแสง” และ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ...๐
พูดถึงเศรษฐาแล้วไม่เอ่ยถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัลไม่ได้ เพราะ ล่าสุด “เศรษฐา” ถึงกับขายฝันให้กับฝรั่งมังค่าแล้ว โดยได้โชว์อวดนโยบายใหม่ให้แก่คณะทูตานุทูตและผู้แทนจากสหภาพยุโรป 15 ประเทศ ที่เข้าพบปะแลกเปลี่ยนที่พรรค โดยระบุจะมีนโยบายเขตธุรกิจใหม่ ซึ่งจะนำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และหาดใหญ่ แหม! หาดใหญ่ก็เป็นจังหวัดเหมือนกับอดีตนายกฯ แคตวอล์กอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ด้วย แต่ที่ต้องผวาหนักมากกว่าจังหวัดหาดใหญ่คือ ที่บอกว่าจะตรากฎหมายพิเศษขึ้นให้ครอบคลุมประเด็นเรื่องแรงงาน ที่ดิน และวีซ่า รวมทั้งจะงดเว้นภาษี ทั้งภาษีนำเข้า ภาษีรายได้ส่วนบุคคล ภาษีนิติบุคคล และภาษีที่ดินด้วย ...๐
พระเจ้าจอร์จ งานนี้สงสัยอาจมีมหกรรมให้เช่าหรือขายที่ดินแบบขายขาดเกิดขึ้นแน่นอน อาจเกิดสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และอาจทำให้เสียงระงมว่าด้วยการขายชาติกลับเข้ามากระหึ่มในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งก็เป็นได้ ...๐
จึงไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด ที่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ที่เพิ่งคลอดบุตรชายคนที่ 2 อย่าง “พฤจ์ธาษิณ” ซึ่งเป็นชื่อที่ “อิ๊งค์” คิดขึ้นเอง โดยผสมระหว่างชื่อ “พจมาน” และ “ทักษิณ” เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ถึงกับ ต้องออกโรงมาแถลงในประเด็นการบ้านการเมือง เรียกว่ายิ่งกว่า “ซูเปอร์วูแมน” เสียอีกเพราะไม่ต้องอยู่ไฟกันเลย ที่สำคัญ “อิ๊งค์” ยังประกาศว่าพร้อมไปดีเบตทุกเวที และที่สำคัญ 12 พ.ค. ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยสุดท้ายที่ “อิมแพ็คอารีน่า” เมืองทองธานี ก็จะขึ้นด้วย ...๐
ทำไม “อุ๊งอิ๊ง” ถึงขั้นต้องหอบสังขารมาขึ้นเวทีปราศรัย เพราะเจ้าตัวคงรู้นั่นแลว่า กระแส “เพื่อไทย” ยามนี้เลิกพูดเรื่องแลนด์สไลด์ได้แล้ว มีแต่ต้องพูดว่าจะมาเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ ยังลุ้นเหนื่อยทีเดียว ซึ่งคู่แข่งคนสำคัญก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือเพื่อนร่วมฝ่ายค้านอย่าง “ก้าวไกล” ที่มาตีกินคะแนนของเพื่อไทยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ทั้งคะแนน ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ...๐
ที่สำคัญกว่านั้นคือ “เศรษฐา” ที่วาดหวังไว้ว่าจะช่วย “อิ๊งค์” ยามคลอดลูกหรือยามอยู่โยงเฝ้าดูทารกแรกเกิด กลับไปๆ มาๆ แทนที่จะเรียกคะแนน กลับเรียกคมหอกคมดาบพุ่งเข้าหาเสียมากกว่า ยิ่ง ผลสำรวจของนิด้าโพลครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของนิด้าในการเปิดเผยก่อนการเลือกตั้งแล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำให้ “อิ๊งค์” ต้องเข็นตัวเองมาสู่หน้าเวทีอีกครั้ง เพราะผลสำรวจประชาชนที่อยากเห็นนายกฯ นั้น “35.44%” ระบุว่าเป็น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ส่วนอุ๊งอิ๊งอยู่ที่ “29.20%” ในขณะที่ “เศรษฐา” นั้นนอกจากต่ำกว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” แล้ว คะแนนนิยมยังไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำไป ...๐
ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของ “นิด้าโพล” คือ เรื่อง ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ แม้จะนอนมาตั้งแต่ผลสำรวจครั้งที่ 1 ว่า “เพื่อไทย” จะกวาดเก้าอี้ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ตามที แต่ล่าสุดกลับพบว่า “ก้าวไกล” กลับมีคะแนนนิยมมาแบบหายใจรดต้นคอ แล้วยังมี “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “พี่ตู่” ที่คะแนนนิยมเริ่มเพิ่มมาแบบเงียบๆ ในการสำรวจครั้งนี้ด้วย ซึ่งล่าสุด “พี่ตู่” ก็ลงพื้นที่ “สุราษฎร์ธานี” ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้ลงสมัครของพรรค ไปๆ มาๆ นอกจากเพื่อไทยจะต้องหนาวในการเลือกตั้งแล้ว “ประชาธิปัตย์” ของ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าทีมอเวนเจอร์ ปชป. ที่ปัจจุบันแทบไม่เหลือฮีโร่อเวนเจอร์อาจต้องหนาวด้วย เพราะฐานที่มั่นภาคใต้อาจเกิดอาการพลิก 360 องศา เป็นฐานที่มั่นของ “รวมไทยสร้างชาติ” ก็เป็นได้ หลังจากวันที่ 14 พ.ค.นี้ นอกจากประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แล้ว พรรคการเมืองก็อาจถึงคราวต้อง “ดิสรัปชัน” กันยกใหญ่ด้วยเช่นกัน ...๐
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


