ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนประกาศแล้วว่าจะเล่นบทเป็น “ผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพ” ระหว่างรัสเซียกับยูเครนเพื่อให้ยุติสงครามที่ลากยาวมาเข้าสู่วันที่ 448 แล้ว
แต่ดูเหมือนทั้งสองฝ่ายยังตั้งท่าที่จะยกระดับการทำสงครามหนักขึ้นอีก
เหมือนจะไม่สนใจว่าจีนจะตกอยู่ในฐานะลำบากใจเพียงใดหากทั้งมอสโกและกรุงเคียฟไม่ได้แสดงความเกรงอกเกรงใจผู้นำจีนในเรื่องสันติภาพเลย
คำถามที่น่าสนใจในช่วงนี้คือ: จีนกับรัสเซียมีผลประโยชน์ตรงกันและต่างกันในมิติไหนบ้าง
เพราะหากทั้งสองประเทศมีส่วนได้ส่วนเสียกับสงครามและสันติภาพมากเท่าใด ความกระตือรือร้นของปักกิ่งในเรื่องการหาทางยุติสงครามก็ยิ่งมีมากแค่นั้น
แต่ความสัมพันธ์ของสองสหายนั้นไม่ได้เป็นสีดำสีขาวเท่านั้น หากแต่ยังมีความเป็นสีเทาที่มีความไม่ชัดเจนและแน่นอนสูงมาก
เชื่อกันว่าจีนมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับสงครามยูเครนอยู่อย่างน้อย 3 ประการ
ประการแรกคือการพยายามไม่ให้เกิด “หายนะ” ต่อสถานภาพของประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน
เพราะปูตินเป็นผู้นำที่เอื้อต่อผลประโยชน์ของจีนอย่างชัดเจน
เช่นความเป็นพันธมิตรที่อยู่ข้างเดียวกันในการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกา
อีกทั้ง ปูตินยังช่วยจัดหาพลังงานราคาถูกและตลาดขนาดใหญ่สำหรับประเทศจีน
จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าปักกิ่งไม่ต้องการให้ปูตินถูกแทนที่ด้วยผู้นำที่เป็นมิตรกับจีนน้อยกว่านี้
และจีนก็ย่อมไม่ต้องการเห็นความไร้เสถียรภาพภายในประเทศในรัสเซียหากมอสโกเกิดแพ้สงครามยูเครน จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุดที่จีนไม่ต้องการเห็นอย่างเด็ดขาดคือกรณีที่รัฐรัสเซียถูกแยกส่วนเพราะวิกฤตภายในไม่ว่าปูตินจะยังบริหารประเทศอยู่ต่อหรือไม่ก็ตาม
เพราะนั่นอาจนำความโกลาหลมาสู่พรมแดนของจีนและจะบ่อนทำลายความสามารถของจีนในการค้ากับเอเชียกลาง คอเคซัสใต้ และยุโรป
แม้ว่าปูตินและสี จิ้นผิงอาจยังไม่เห็นพ้องต้องกันทั้งหมดว่าสงครามในยูเครนควรจบลงอย่างไร
แต่ทั้งสองผู้นำก็คงเห็นตรงกันว่าไม่ว่าในสถานการณ์ใด ความพ่ายแพ้ของรัสเซียในกรณีนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้เป็นอันขาด
จีนยังเข้าใจดีว่าสงครามในยูเครนมีผลกระทบต่อระเบียบระหว่างประเทศด้วย
หากสงครามสิ้นสุดลงตามเงื่อนไขของชาติตะวันตกด้วยชัยชนะที่ชัดเจนของยูเครน สหรัฐฯ ก็จะป่าวประกาศว่านั่นเป็นชัยชนะต่อระเบียบระหว่างประเทศ
จีนต้องการจะจัดระเบียบโลกใหม่ภายในเงื่อนไงของจีนไม่ว่าจะเป็นด้านกฎเกณฑ์ อำนาจ และทางการทูต
ในทางตรงกันข้าม หากสงครามยืดเยื้อและยังคงนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อและความไม่มั่นคงทางอาหารทั่วโลก จีนก็อาจสรุปว่านั่นคือความล้มเหลวของระเบียบระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐฯ ที่มีมาก่อน
จีนก็อาจสามารถกล่าวได้ว่า 30 ปีของการเป็น “เจ้าโลก” ของอเมริกาได้นำโลกใบนี้สู่ทางตัน
เมื่อจีนใช้ตรรกะเช่นนี้ได้ ก็ย่อมจะแสดงตนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีความรับผิดชอบต่อระเบียบระหว่างประเทศ
ในอีกแง่หนึ่งก็มองได้ว่าจีนอาจยินดีที่สงครามจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังดึงความสนใจและทรัพยากรของสหรัฐฯ ไปกองไว้ที่ยุโรป ซึ่งห่างไกลจากอินโดแปซิฟิกอันเป็น “หลังบ้าน” ของจีน
ผลประโยชน์ประการที่สามของจีน (ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ประการที่สองทั้งหมด) คือบทบาทของจีนหลังสงครามในยูเครนยุติลง
ในแง่หนึ่ง ปักกิ่งก็คงพอจะรับได้กับการปล่อยให้รัสเซีย ยูเครน และชาติตะวันตกอ่อนล้าจากศึกสงคราม
แต่จีนคงต้องการจะใช้เหตุผลของกระบวนการสันติภาพและภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจหลังสงครามของยูเครน
จะเห็นได้ว่าก่อนสงครามจีนสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เพิ่มมากขึ้นกับยูเครน
และไม่ต้องสงสัยว่าจีนจะมีบทบาทกว้างขวางอย่างในการฟื้นฟูยูเครนหลังสงคราม
แม้ว่ายูเครนจะยืนกรานมาตลอดว่าผู้สนับสนุนยูเครนในสงครามควรเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากโอกาสที่มาพร้อมกับการฟื้นฟูประเทศ
แต่เซเลนสกีของยูเครนก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะเปิดประตูนั้นให้กับจีน
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ยูเครนก็อาจต้องหันไปพึ่งพาปักกิ่งเพื่อช่วยแบกรับความต้องการมหาศาลในกระบวนการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม
แผนสันติภาพที่สี จิ้นผิงเสนอต่อปูตินที่กรุงมอสโกเมื่อเร็ว ๆ นี้ แม้จะถูกวิพากษ์ว่าขาด “ความสมดุล” แต่มันก็เป็นสัญญาณว่าจีนต้องการเป็นทั้งผู้ไกล่เกลี่ยและ “ผู้เล่น” ตัวหนึ่งทางเศรษฐกิจในยูเครน
ในเมื่อมีผลประโยชน์อันเกี่ยวโยงกับสงครามขนาดนี้ นักวิเคราะห์ทั้งหลายก็ค่อนข้างแน่ใจได้ว่าจีนจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ในยูเครนดำเนินไปตามยถากรรมด้วยความเฉยเมย
หากมองในแง่ลบ จีนจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในยูเครน
นั่นแปลว่าแม้หากสงครามยังคงเลวร้ายสำหรับรัสเซีย จีนจะเดินหน้าสนับสนุนปูติน ... เพื่อไม่ให้วอชิงตันประสบชัยชนะในการหนุนเนื่องยูเครน
แต่มองในแง่บวก จีนก็คงจะพยายามปรับสงครามให้เข้ากับวิสัยทัศน์และมุมมองของตนเพื่อสร้างระเบียบระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศที่สอดคล้องกับแนวทางของตน
ในแง่หนึ่งจะเป็นการพยายามขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับยูเครนและเพื่อนบ้านของยูเครน
แต่ในทางกลับกัน จีนก็อาจจะขยายขอบเขตของการดำเนินนโยบายที่จะเปิดทางให้รัสเซียละเมิดกฎกติกาใด ๆ ที่กำหนดโดยวอชิงตัน
นั่นหมายความจีนต้องพยายามประคองให้รัสเซียชนะเพื่อจะได้ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้กรอบแห่งวิถีของตะวันตก
นั่นแปลว่าจีนอาจพร้อมเสี่ยงด้วยการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่รัสเซีย
ซึ่งก็อาจมาในรูปของการสนับสนุนอย่างลับๆ หากความช่วยเหลือนี้ตรวจไม่พบหรือหากตรวจไม่พบอย่างแน่ชัด
ด้วยวิธีนี้ จีนก็ยังสามารถอ้างบทบาทของ “ผู้สร้างสันติภาพ” ในยูเครนพร้อม ๆ กับการที่ประคองไม่ให้รัสเซียต้องพลาดท่าเสียทีในสนามรบเสียก่อน
ต้องไม่ลืมว่าหากจีนดำเนินนโยบายคบหายุโรปใกล้ชิดมากขึ้น และดึงสหภาพยุโรปออกจากอ้อมกอดของสหรัฐฯ ได้สำเร็จก็อาจจะเกิดร่องรอยแห่งความระหองระแหงระหว่างยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ในกรณีนั้น หากวอชิงตันประณามปักกิ่งที่จัดเตรียมอาวุธให้กับรัสเซียและใช้มาตรการลงโทษ แต่ยุโรปปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม เพราะยุโรปเกรงกลัวการตอบโต้ทางเศรษฐกิจของจีน
นั่นก็อาจลงเอยด้วยการปล่อยให้วอชิงตันถูก “โดดเดี่ยว” จากยุโรปได้
นั่นคือฉากทัศน์ที่น่าพิจารณา...และเป็นมุมมองที่ลุ่มลึกกว่าที่เคยเห็นเฉพาะแง่มุมขาวกับดำอย่างที่เป็นมาก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


