
เริ่มเห็นใจก้าวไกลครับ
เหมือนอยู่ในดงฉลาม
แต่ทำไงได้ เป็นกับดักที่ ก้าวไกล สร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น
ที่จริงการเมืองมันจะง่ายขึ้น หาก เพื่อไทย ช่วย ก้าวไกล ตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ
พรรคที่สนับสนุนแก้ ม.๑๑๒ กับ พรรคระบอบทักษิณ เป็นรัฐบาลด้วยกัน
ส่วนรัฐบาลเดิมก็เป็นฝ่ายค้าน
แบบนี้กองเชียร์ไม่ปวดหัว
แต่เมื่อมีแนวโน้ม เพื่อไทย จะสลัดขั้ว จากเดิมที่หวาดผวากันว่า ก้าวไกล จะเปลี่ยนประเทศไทย จนไม่มีความเป็นไทยเหลืออยู่
กลับกลายเป็นว่าระบอบทักษิณกลับมาผงาดอีกครั้ง
การเมืองเขย่ากันใหม่!
เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ เป็นรัฐบาล
ก้าวไกล รวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน
การเมืองหน้าตาแบบนี้ไม่คุ้นชินกันสักเท่าไหร่
แต่....ไม่ไกลเกินจริงครับ
กระนั้นก็ตาม ทั้งหมดนี้คือเสียงของประชาชน เมื่อประชาชนเลือกมาแล้ว นักการเมืองจะสลัดขั้ว สลับข้างก็ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด
ชอบใจหรือไม่ชอบใจตรงไหน ค่อยไปแสดงออกในการเลือกตั้งครั้งถัดไป
ครับ...สิ่งที่จะต้องประสบพบเจอหลังจากนี้ คือการฟื้นตัวของระบอบทักษิณ แต่ระบอบทักษิณ ก็ดูจะโรยราลง เพราะอิทธิฤทธิ์ส้มกินแดง
หมายความว่า หากพรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาลในครั้งนี้ จะพกเอาความอ่อนแอมาด้วย
จากจำนวน ส.ส. ๑๔๑ คน ซึ่งถือว่าไม่ได้มากมายเหมือนช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่เพื่อไทยมี ส.ส.ถึง ๒๖๕ คน สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้สบาย
ความขัดแย้งทางการเมืองจากระบอบทักษิณที่ต่อเนื่องมาร่วม ๒๐ ปี กำลังขยับไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ บนเงื่อนไขใหม่
เพื่อไทย กับ ก้าวไกล เริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่า มีทิศทางการเมืองที่ต่างกันค่อนข้างมาก จากเดิมมวลชน ๒ พรรค ซึ่งทับซ้อนกันอยู่ยังมองไม่ออกนัก
วันนี้ก้าวไกล คิดอะไร
มวลชน ก้าวไกล คิดอะไร?
สิ่งที่ ก้าวไกล คิดเฉลยโดย "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ไปแล้ว การแก้ไข ม.๑๑๒ ยังคงดำเนินต่อไปโดยก้าวไกลพรรคเดียว เพราะประเด็นนี้ถูกถีบออกมาจากเอ็มโอยู
ก้าวไกลยังอ้างว่าต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อมาขับเคลื่อนร่างกฎหมาย ๔๕ ฉบับของพรรคเข้าสภา และหนึ่งในนั้นคือ ร่างกฎหมายแก้ ม.๑๑๒
แล้วมวลชนคิดอะไร
อานนท์ นำภา
"...ความแหลมคมของประธานสภารอบนี้คือ คนที่จะบรรจุญัตติหรือกฎหมายอีกหลายฉบับเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ และประธานเป็นคนปิด-เปิดไมค์ ไม่ให้ ส.ส.พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในสภา
ถ้าได้ประธานเชื่องๆ กราบๆ ก็ปิดประตูปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในสภาได้เลย..."
จะเห็นว่าเป้าหมาย "สีส้ม-สามนิ้ว" วนอยู่แค่นี้
"อานนท์" ถูกดำเนินคดี ม.๑๑๒ รวม ๑๔ คดี อยู่ระหว่างการประกันตัว โดยศาลวางเงื่อนไข
๑.ห้ามกระทําการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์-ศาล
๒.ห้ามขัดขวางกระบวนพิจารณาคดีของศาล
๓.ห้ามโพสต์ข้อความที่เป็นการปลุกปั่นให้มวลชนเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมในสื่อโซเชียล หรือเข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย
เข้าข่ายถูกถอนประกันอยู่เหมือนกันนะ
แก้ ม.๑๑๒ เปิดทางปฏิรูปสถาบัน แทบจะมองในแง่บวกไม่ได้เลย เพราะการเคลื่อนไหวของ "อานนท์" และพรรคพวก ไม่ได้แสดงออกถึงความเป็นมิตรกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่ต้น
สิ่งนี้จะเป็นข้อมูลสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภาใช้เป็นเหตุในการตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี
บางทีต้องมองไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้ากันแล้ว เพราะสงครามที่้แท้จริงจะเริ่มก่อตัวในวันนั้น
ครับ...ระยะสั้นที่กำลังจะเกิด หาก รัฐบาลระบอบทักษิณ กลับมาคงทำอะไรได้ไม่มากนัก เพราะเสียงฝ่ายค้านกับรัฐบาลห่างกันไม่กี่เสียง
ที่สำคัญยังมี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้านให้อุ่นใจในระดับหนึ่ง
และอาจเป็นการเข้าสู่อำนาจเป็นครั้งสุดท้ายของตระกูลชินวัตร
ส้มจะค่อยๆ กินแดง จนแทบไม่เหลือ
จากนั้นการเมืองจะเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ ระบอบทักษิณจะกลายเป็นอดีต
จะก่อเกิดการเคลื่อนไหวใหม่ เพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองใหม่แทนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ไม่ไกลเกินจริงครับ เพราะก้าวไกลชนะเลือกตั้งจากการรณรงค์แก้ ม.๑๑๒ เป็นหลัก
หมายความว่ามีประชาชนเริ่มเห็นคล้อยตามกับก้าวไกลมากขึ้น และเห็นตรงกันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ ม.๑๑๒
ซึ่งก้าวไกลจะใช้เงื่อนไขนี้เพื่อเอาชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งถัดไป สามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้
มีคนในพรรคก้าวไกล และ คณะก้าวหน้า บางคนมองข้ามไปถึงจุดนั้นแล้ว
และการก้าวไปสู่จุดนั้นได้ ครั้งนี้ก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้าน
สงสัยกันหรือไม่ครับว่าทำไมมีคนจำนวนมากคล้อยตามก้าวไกล
โซเชียลครับ!
การจัดทำชุดข้อมูลใหม่ๆ เผยแพร่ในโซเชียล คือปัจจัยหลักที่หลายคนใน ๑๔ ล้านเสียงที่เลือกก้าวไกล เชื่อ และต้องการมอบอำนาจให้ก้าวไกลไปจัดการกับปัญหาที่นำมาเผยแพร่
ชุดข้อมูลของก้าวไกล ผิดหรือถูก
นี่แหละครับสาเหตุที่ผมอยากให้ก้าวไกลเป็นรัฐบาล
อยากเห็นก้าวไกลจัดการกับชุดข้อมูลในโซเชียลของตนเองในฐานะเป็นรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้านที่พูดได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ต้องตัดสินใจอะไรเลย
ยกตัวอย่างครับ....
งบประมาณแผ่นดินเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ก้าวไกลนำไปอภิปรายในสภาว่า ได้รับงบประมาณถึง ๓๔,๗๕๒ ล้านบาท
การใช้คำคลุมๆ ว่า งบประมาณแผ่นดินเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วนำงบประมาณโครงการพระราชดำริ โครงการหลวง โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประชาชนชายขอบได้ประโยชน์ มารวมกันสื่อสารแบบคลุมๆ ว่า เป็นงบที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้
ผมอยากเห็นครับว่า ก้าวไกล จะจัดงบประมาณฐานศูนย์ แบบไหน
ก้าวไกลอาจปฏิเสธ แต่นี่คือหนึ่งในหลายๆ ประเด็นที่มีการสร้างชุดข้อมูลนำไปสู่การเข้าใจผิด และทำให้เกิดการชิงชังสถาบันขึ้นมา
ฉะนั้นก่อนจะถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไปที่ก้าวไกลหวังจะแลนด์สไลด์ ชุดข้อมูลพวกนี้ควรได้รับการแก้ไขให้ถูกต้อง
ไม่เช่นจะเกิดระบอบใหม่ที่น่ากลัวกว่าระบอบทักษิณ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความในใจคนกรุง
ตามโผ... เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ไม่มีอะไรต้องลุ้น ในบรรยากาศอันเงียบเชียบ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” รักษาเก้าอี้ไว้ได้เป็นสมัยที่ ๒
ในวันที่ไทยเนื้อหอม
ไปดูข้อดีของสงครามตะวันออกกลางกันบ้างครับ หลังมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการก่อนหน้านี้ว่า “ทุน” กำลังจะหนีออกจากตะวันออกกลาง เพราะประสบปัญหาใหญ่คือ “มีความไม่แน่นอนสูง”
วันข้างหน้าที่ลำบาก
เห็นคลิปแผ่นดินไหวที่เวเนซุเอลาแล้วเศร้าใจครับ มันยิ่งกว่าสงคราม เกิดความเสียหายเยอะจริง ตึกรามบ้านช่องในกรุงการากัส พังพินาศย่อยยับ
ผมไม่เกี่ยวครับ!
มาแล้วครับ... หลังจากเจ๊ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล กระทุ้งให้เลิกอมสาก วานนี้ (๒๔ มิถุนายน) "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" ชี้แจงเรื่องที่ถูกพาดพิงไปถึงคดีหลอกเทรดเงิน รวมทั้งเรื่องคลิปเชิญชวนเทรดกับ QRS โบรกเกอร์ ๑ ใน ๔ Forex เถื่อน
ได้กลิ่นความเจริญ
ยุ่งแล้ว... ลำพัง สส.คนเก่งของพรรคส้ม “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ถูกดีเอสไอ การเมืองฝั่งตรงข้ามขุดเรื่อง Forex ไม่เว้นวันแล้ว นี่ต้องมาเจอคนกันเองกระทุ้งช่วยชี้แจงให้ชาวบ้านชาวช่องเขาเข้าใจหน่อยว่า ไปพัวพัน หรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร
ยุทธจักรฟอกเงิน
มีความคืบหน้าครับ ทั้ง ดีเอสไอ และ "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" ไปฝั่ง "ภาวุธ" ก่อน เจ้าตัวกำลังเตรียมและรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงกับดีเอสไออยู่

