
ดูเหมือนว่าปัญหาแท็กซี่เอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารจะกลับมาเป็นประเด็นร้อนแรงอีกครั้ง หลังจากโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ถึงพฤติกรรมแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์-โก่งราคาผู้โดยสารชาวต่างชาติ หนักหนาสาหัสไปกว่านั้นคือไม่รับผู้โดยสารคนไทย ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นที่บริเวณอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยผู้โพสต์ให้ข้อมูลว่าราคาเหมาจ่ายจากเมืองทองธานีไปสีลม-สุขุมวิท มีราคาสูงถึง 4,000-5,000 บาท (คงต้องบอกว่าแท็กซี่ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกราย)
ในเวลาต่อมาเรื่องนี้ทำท่าจะบานปลาย มีกระแสแชร์ว่อนในโลกโซเชียลถึงการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ว่ามีการเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แม้แต่คนไทยก็ยังโดน ถึงขั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยด่วน มิเช่นนั้นหากยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ แน่นอนว่าจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างแน่นอน
หลังจากผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะกำกับดูแล ได้รับคำชี้แจงว่า ผู้ตรวจการ กองตรวจการขนส่งทางบก ร่วมกับสำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ปากเกร็ด ลงพื้นที่ตรวจสอบรถยนต์สาธารณะ (รถแท็กซี่) และอำนวยความสะดวกผู้มาร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX-Anuga Asia 2023 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ผลการตรวจสอบปรากฏว่า พบการกระทำความผิดจำนวน 12 ราย โดยมีข้อหาความผิด ดังนี้ 1.ไม่ใช้มาตรมิเตอร์ค่าโดยสารฯ 2 ราย 2.ใช้รถไม่ชำระภาษีฯ 2 ราย 3.ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารฯ 7 ราย และ 4.ใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุฯ 1 ราย ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการจัดส่งผู้ตรวจการลงพื้นที่ดังกล่าวทุกวันจนเสร็จสิ้นในการจัดงาน
แต่ดูเหมือนว่าผู้กระทำผิดจะไม่เกรงกลัวกฎหมาย หลังจากพบกรณีเหมาแท็กซี่ในราคา 3-4 พันบาทแล้ว ล่าสุดในเวลาต่อมาได้มีผู้ใช้บริการเรียกรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน 1 มฆ 287 กทม. จากอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อไปยังสถานีรถไฟฟ้า MRT บางโพ ซึ่งผู้ขับรถได้เรียกเหมาค่าโดยสารในราคา 2,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2566 เวลาประมาณ 13.00 น. ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา กองตรวจการขนส่งทางบก ได้เรียกผู้ขับรถคันดังกล่าวคือ นายกิตติพงษ์ พวงแก้ว ซึ่งเป็นผู้ขับรถในวันเวลาดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยนายกิตติพงษ์ให้การยอมรับว่าได้เรียกเหมาค่าโดยสารจริงตามที่ได้มีเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ โดย ขบ.พิจารณาแล้วเห็นว่า
ผู้ขับรถคนดังกล่าวมีความผิดฐานไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ตามมาตรา 5 (2) ประกอบมาตรา 58 และการแต่งกายไม่ถูกต้อง ตามมาตรา 5 (15) ประกอบมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522 ดังนั้นจึงได้ลงโทษเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถเป็นเวลา 90 วัน พร้อมทั้งบันทึกประวัติการกระทำความผิดไว้ในระบบ หากพบว่ามีการกระทำความผิดซ้ำจะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตขับรถต่อไป
เมื่อกลับไปย้อนดูเมื่อปลายปี 2565 จะเห็นได้ว่ากระทรวงคมนาคมได้เห็นชอบปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ตามที่ ขบ.และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เสนอว่าจะปรับอัตราค่าโดยสารในราคาที่เหมาะสม โดยการปรับขึ้นค่าโดยสารครั้งนั้นมีผลเฉพาะแท็กซี่ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ที่อยู่ในระบบทั้งหมด 80,000 คัน
แน่นอนว่า กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศว่า หลังจากปรับขึ้นค่าโดยสารแล้ว เน้นย้ำแท็กซี่ในเรื่องพัฒนาคุณภาพให้บริการที่ดี เช่น ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร หากพบว่ามีการกระทำผิดจะลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบตัดแต้มใบอนุญาตขับรถ หรือหากมีการทำผิดซ้ำจะพักใช้ใบอนุญาตขับรถ 3-6 เดือน และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถแล้วแต่กรณี ดูเหมือนว่าเป็นสิ่งที่ผู้ให้บริการแท็กซี่ควรที่จะปฏิบัติหลังได้ปรับขึ้นราคาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะสวนทางกันโดยสิ้นเชิง หากปัญหายังแก้ไขไม่ได้ที่สุดแล้วคงจะต้องมาแก้ไขกันทั้งระบบอย่างแน่นอน
เพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยกัน ไม่ให้แท็กซี่ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชนมาวิ่งให้บริการได้ ทำให้กระทบกับแท็กซี่ที่อยู่ในกรอบและเป็นไปตามมาตรฐานที่กรมการขนส่งกำหนด ดังนั้นประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดที่เอาเปรียบผู้โดยสารในการใช้บริการรถแท็กซี่ หรือระบบขนส่งสาธารณะ แจ้งข้อมูลมาที่สายด่วน 1584 เพื่อ ขบ.จะเรียกผู้กระทำผิดดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
Human-madeโอกาสสร้างมูลค่าธุรกิจ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีการแข่งขันของธุรกิจ ทำให้หลายอย่างเร็วขึ้น สะดวกขึ้น และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น จากการซื้อสินค้าที่เคยต้องเดินทางไปหา สู่การกดสั่งผ่านโทรศัพท์ จากข้อมูลที่เคยต้องใช้เวลาค้นหา สู่คำตอบที่ได้ภายในไม่กี่วินาที จนถึงการสร้างภาพ เขียนข้อความ และผลิตคอนเทนต์ที่ใช้เวลาน้อยลงกว่าที่เคย
‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป
PDP 2026 จุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน
แนวทางการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 กำลังเปลี่ยนกรอบแนวคิดด้านพลังงานของประเทศ จากเดิมที่เน้นเพียงความมั่นคงและราคาถูกบนฐานฟอสซิล ไปสู่การชู "พลังงานสะอาด" เป็นแต้มต่อทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) และคลื่นการลงทุนระลอกใหม่อย่าง Data Center และ AI
โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย
สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน
อ้อยพลังขับเคลื่อนโลกอย่างยั่งยืน
อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างสำคัญในแต่ละปีอุตสาหกรรมนี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและโกยรายได้เข้าประเทศสูงถึงปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท

