บันทึกหน้า4

แม้ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต.นั่งหัวโต๊ะ จะรับรองว่าที่ 330 ส.ส.ไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยยังเหลืออีก 50 คนจึงจะเข้าเกณฑ์ 95% เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาในการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นลำดับถัดไป ซึ่งต้องบอกว่าถูกใจบรรดา คนอ้างตัวเป็นประชาธิปไตยแต่กลับบีบบังคับให้เดินลัดขั้นตอน โดยมิพักได้ใส่ใจตัวบทกฎหมายแต่ประการใด ...๐

แต่ก็อย่าเพิ่งยิ้มแก้มปริ ซื้อเสื้อผ้าใหม่แต่งองค์ทรงเครื่องกันเล่า เพราะในการประชุม กกต.ที่เคาะรายชื่อ 330 รายชื่อนั้น ก็มีเอกสารหลุดออกมาแล้วว่ามีเรื่องคัดค้านถึง 37 จังหวัด และมีผู้สมัครถูกร้องรวมถึง 71 คน กระจายไปทั่วทุกภูมิภาคและทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคก้าวไกล, เพื่อไทย, พลังประชารัฐ, ภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์, รวมไทยสร้างชาติ, ไทยสร้างไทย และเพื่อไทรวมพลัง ซึ่งหากใน 71 คนมีคนโดนทั้งใบแดงหรือใบส้มก็ต้องเรียกว่าผลคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองอาจพลิกผันขึ้นมาได้ไม่มากก็น้อย ...๐

ที่สำคัญรายชื่อที่ถูกแขวนแบบต้องยังลุ้นใจต่อมๆ นั่นก็เรียกว่ามีระดับบิ๊กเนมด้วย อาทิ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ พรรค พท., ไผ่ ลิกค์ พรรค พปชร., เอกราช ช่างเหลา พรรค ภท., ทวี สุระบาล พรรค พปชร., พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล พรรค รทสช., โสภณ ซารัมย์ พรรค ภท., สุพัชรี ธรรมเพชร พรรค ปชป., ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรค ก.ก. และธเนศ เครือรัตน์ พรรค พท. เป็นต้น โดย ใน กทม.ก็มีตัวจี๊ดอย่าง “รักชนก ศรีนอก” พรรค ก.ก.หนึ่งเดียวที่ถูกกาหัวไว้ ...๐

ขำไม่ออกจริงๆ สำหรับบรรดาคนกล่าวอ้างประชาชนเอย ประชาธิปไตยเอย เพราะล่าสุด “โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน” หรือไอลอว์ รวมทั้ง “กลุ่มทะลุฟ้า” เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต.เรียกร้องให้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งโดยเร็ว โดย “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้จัดการไอลอว์บอกว่า 1 เดือนถือว่านานเกินไปแล้ว ขณะที่ “ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล” แกนนำกลุ่มราษฎรบอกว่าไม่ได้มากดดัน แต่กลับสำทับหากเกิดกระบวนการขัดขวางประชาธิปไตย คงไม่ใช่แค่พวกเราที่มาส่งเสียง แต่มีประชาชนอีกหลายคนที่จะออกมาร่วมเช่นกัน ...๐

ในขณะที่ “จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา” หรือไผ่ ดาวดิน ซึ่งเพิ่งฟังคำตัดสินศาลอาญาในคดีจัดม็อบปราศรัยไล่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสาดสีที่ สน.ทุ่งสองห้อง โดย ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี ปรับ 6,000 บาท แต่ให้รอลงอาญา 2 ปีก็มากับเขาด้วย เพราะสั่งให้ประกาศผลรับรองให้เร็วที่สุดภายในวันนี้หลังจากได้รับหนังสือ หากไม่มีการประกาศจะออกมาเรียกร้องสิทธิอีกครั้งที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในวันศุกร์ที่ 16 มิ.ย. ตกลงนี่มันประชาธิปไตยแบบกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายใช่ไหมจ๊ะด้อมทั้งหลาย ...๐

พูดถึงเรื่องรับรอง ส.ส.และโหวตนายกฯ แล้ว ก็ต้องยกมือกราบงามๆ ให้ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ และกูรูกฎหมายตัวจริงเสียงจริง เพราะเมื่อคำให้สัมภาษณ์ผิดพลาด จนทำให้เปิดประเด็นจนมีปัญหา ก็ยอมรับและไม่ได้ฉุนเฉียวตอบโต้แต่ประการใด ใน กรณีที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกลระบุว่า คนถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชิงนายกฯ ได้  พร้อมบอกเทียบเคียงคุณสมบัติลูกพี่เก่าอย่าง “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่ได้ โดยอาจารย์วิษณุก็ยอมรับว่าที่ออกมาโต้แย้งถูกต้อง แล้ว แต่ “เนติบริกร” ก็ไม่ทิ้งลายทิ้งทุ่น โดยบอกว่าตำแหน่ง “ประธานสภาฯ” จะมีความสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมทั้งระบุว่า “เริ่มต้นเมื่อมีการเสนอชื่อ ประธานสภาฯ จะรับชื่อนั้นหรือไม่  ถ้าไม่รู้ไม่ชี้รับเข้ามา เพราะต้องโหวตแข่ง หากไม่ได้ก็ตกไป ประธานสภาฯ ไม่ต้องรับผิดชอบ  แต่หากได้ขึ้นมา ประธานสภาฯ จะคิดหนัก” ...๐

เมื่อมือกฎหมายแย้มช่องอย่างนี้ ก็อยากให้ทั้ง “มายด์-ไผ่” ก็น่าจะรวมตัวไปเรียกร้องที่พรรคก้าวไกลและเพื่อไทยเหมือนกับที่มากดดัน กกต.เช่นกัน ที่สำคัญควรไปกดดันก่อนมา กกต.ด้วยซ้ำว่าควรเคาะเก้าอี้ประธานสภาฯ ได้แล้ว ไม่ใช่มัวแต่ต่อรองราคากันอยู่ เพราะอย่าลืมว่าหากมีพระราชกฤษฎีกาเปิดสภาแล้วยังไม่ลงตัวขึ้นมา ความฝันที่จะได้แดดดี้ทิมในการเป็นผู้นำประเทศจะสูญเปล่านะตัวเอง ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าว “โทนี่ วู้ดซัม” ที่เงียบหายไปหลังจากคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ นัดทานข้าวกับครอบครัวแล้วมีข่าวหลุดออกมาให้ชะลอการกลับประเทศไทยในเดือน ก.ค. เพราะกลัวถูกหลอก ล่าสุดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” ก็ยืนยันว่ากำหนดการของคุณพ่อยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงความมั่นใจในการเป็นนายกฯ ด้วย แม้ในวงอาหารครานั้นจะมีความห่วงใยจากคุณหญิงพจมานที่บอกว่าพรรษาอ่อนเกินไปก็ตาม โดยอุ๊งอิ๊งก็บอกว่าเป็นความห่วงใยของคนเป็นแม่ แต่ถ้าไม่แน่จริงและไม่มั่นใจก็คงไม่มาถึงจุดนี้จ้าพ่อแม่พี่น้อง ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ